Featured PR News

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผย “ทำเลทอง” ครึ่งปีแรก 2568 ย่านสยาม ชิดลม เพลินจิต ครองแชมป์ราคาที่ดินแพงสุดในไทย

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 จะชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์จากปัจจัยบวก ทั้งจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568) ที่แสดงความสนใจประกาศขาย-ให้เช่า และกรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อ-เช่าในอนาคตมากที่สุด

อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งความท้าทายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 คือภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้กลายเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการวางแผนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้นได้ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบที่ได้รับความสนใจซื้อเพิ่มขึ้น โดยความต้องการซื้อทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ ณ เดือนเมษายน 2568 เติบโตขึ้น 4% จากเดือนมีนาคม 2568 ที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ขณะที่ความต้องการซื้อคอนโดลดลงถึง 31% เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาคารสูงเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว แม้ว่าคอนโดจะเป็นประเภทอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมและตอบโจทย์วิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ก็ตาม ซึ่งคาดว่าเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากความต้องการซื้อคอนโดได้ปรับเพิ่มขึ้น 5% ในเดือนพฤษภาคม ดังนั้นจึงต้องจับตาดูสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในระยะยาวต่อไป

กรุงเทพฯครองแชมป์จังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้านทั่วประเทศ

กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นจังหวัดที่ได้รับความต้องการซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก โดยจังหวัดที่ได้รับความต้องการซื้อรองลงมา ได้แก่ อันดับ 2 นนทบุรี, อันดับ 3 สมุทรปราการ, อันดับ 4 ชลบุรี และอันดับ 5 ปทุมธานี จะเห็นได้ว่าจังหวัดปริมณฑลยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ซื้อ โดยได้อานิสงส์จากการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างใจกลางกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลให้สะดวกมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในแถบชานเมืองที่มีราคาย่อมเยากว่าแทน ขณะที่จังหวัดที่ได้รับความต้องการเช่ารองลงมา ได้แก่ อันดับ 2 สมุทรปราการ, อันดับ 3 นนทบุรี, อันดับ 4 ชลบุรี และอันดับ 5 ภูเก็ต 

เขตวัฒนาฮอตไม่หยุด ขึ้นแทนทำเลยอดนิยมของผู้ซื้อ-ผู้เช่าในเมืองหลวง 

โดย 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่มีความต้องการซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 เขตวัฒนา
  • อันดับ 2 เขตจตุจักร
  • อันดับ 3 เขตประเวศ
  • อันดับ 4 เขตคลองเตย
  • อันดับ 5 เขตห้วยขวาง

และ 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่มีความต้องการเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 เขตวัฒนา 
  • อันดับ 2 เขตคลองเตย
  • อันดับ 3 เขตพระโขนง 
  • อันดับ 4 เขตราชเทวี
  • อันดับ 5 เขตปทุมวัน

อัปเดตทำเลแนวรถไฟฟ้ายอดนิยม “BTS อ่อนนุชยืน 1 ทำเลทองอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับทำเลแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่ได้รับความสนใจซื้อ/เช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 อันดับ 1 ได้แก่ BTS อ่อนนุช ทำเลศักยภาพแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ยังคงดึงดูดคนหาบ้านได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยทั้งเป็นย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง รองรับการเดินทางที่หลากหลาย และจุดเด่นที่เป็นสถานีแรกของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายไปยังสถานีเคหะฯ ในจังหวัดสมุทรปราการ จึงทำให้ไม่ต้องเสียค่าโดยสารส่วนต่อขยายเพิ่ม ประกอบกับการที่โครงการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ยังมีราคาไม่แพง จึงส่งผลให้ทำเลแนวรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช เป็นทำเลศักยภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่งทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุน

ตามมาด้วย อันดับ 2 BTS พร้อมพงษ์, อันดับ 3 BTS ทองหล่อ, อันดับ 4 BTS เอกมัย, อันดับ 5 BTS อารีย์, อันดับ 6 MRT พระราม 9, อันดับ 7 BTS อโศก, อันดับ 8 BTS ปุณณวิถี, อันดับ 9 BTS อุดมสุข และอันดับ 10 MRT ลาดพร้าว 

โดย 8 ใน 10 ของสถานีรถไฟฟ้ายอดนิยมในกลุ่มผู้ค้นหาที่อยู่อาศัย เป็นสถานีที่อยู่ในโครงการรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ซึ่งเชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่และย่านธุรกิจสำคัญของประเทศ ส่งผลให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีปริมาณผู้ใช้บริการสูงที่สุด และเป็นโอกาสของผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่จะพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้

ทำเลใกล้สถานศึกษายังมาแรง ย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองใจชาวกรุง

สำหรับทำเลใกล้สถานศึกษาย่าน “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง มีการค้นหาที่อยู่อาศัยเพื่อซื้อและเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ด้วยจุดเด่นที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญใจกลางเมือง รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งงานสำคัญ มีสถานศึกษาชั้นนำมากมาย รวมทั้งเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT

โดยข้อมูลการสำรวจการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่า ทำเลย่านสยาม-ชิดลม-เพลินจิต ถือเป็นทำเลที่มีราคาที่ดินที่แพงที่สุดในไทย ประเมินไว้ที่ 3.85 ล้านบาทต่อตารางวา ราคาเพิ่มขึ้นถึง 2.7% เมื่อเทียบกับราคา ณ ปี 2567 จึงถือเป็นทำเลศักยภาพที่น่าจับตามองทั้งในมุมผู้บริโภคที่สนใจอยู่อาศัยเองและนักลงทุน

สำหรับ 5 ทำเลใกล้สถานศึกษาที่ได้รับความสนใจซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • อันดับ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • อันดับ 3 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  • อันดับ 4 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • อันดับ 5 มหาวิทยาลัยศรีปทุม 

ขณะที่ 5 ทำเลใกล้สถานศึกษาที่ได้รับความสนใจเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • อันดับ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • อันดับ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
  • อันดับ 4 NIST International School
  • อันดับ 5 Bangkok Patana School 

ผู้ซื้อ Real Demand มองหาบ้าน/คอนโด ไม่เกิน 2 ล้าน เน้นกะทัดรัดและคุ้มค่า 

จากข้อมูลยังพบว่า ผู้ที่วางแผนซื้อที่อาศัยทั่วประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ใช้ฟิลเตอร์เพื่อค้นหาบ้านหรือคอนโด ที่มี 2 ห้องนอนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัวขนาดเล็ก และมีพื้นที่เพียงพอในการแยกสัดส่วนของสมาชิกในครอบครัว อันดับ 2 ได้แก่ ที่อยู่อาศัย 3 ห้องนอน และอันดับ 3 ที่อยู่อาศัย 1 ห้องนอน 

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อเกือบ 3 ใน 4 (72%) สนใจโครงการที่อยู่อาศัยที่ตกแต่งให้ครบแบบพร้อมเข้าอยู่ (Fully Furnished) เนื่องจากช่วยประหยัดงบในการตกแต่งไม่ให้บานปลาย และสะดวกในการย้ายเข้าอยู่ได้ทันที ขณะที่ 29% มองหาโครงการที่ตกแต่งให้บางส่วน (Fully Fitted) ส่วน 20% เลือกโครงการที่ไม่มีการตกแต่งใดๆ เลย เพื่อนำไปตกแต่งในสไตล์ที่ชื่นชอบด้วยตนเอง

สำหรับราคาที่ผู้ที่สนใจซื้อนิยมค้นหาบนเว็บไซต์ DDproperty.com พบว่า ระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทมีการค้นหามากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่สนใจซื้อยังคงให้ความสำคัญกับการค้นหาโครงการที่มีราคาจับต้องได้ (Affordable Price) มาเป็นอันดับแรก ประกอบกับภาครัฐมีแผนพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมหลากหลายเส้นทางมากขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องซื้อที่อยู่อาศัยในย่านใจกลางเมืองที่มีราคาสูง และหันมาเลือกซื้อโครงการในแถบชานเมืองแทน

โดยระดับราคาที่อยู่อาศัยที่ชาวไทยสนใจซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 ระดับราคา 1,000,000-2,000,000 บาท 
  • อันดับ 2 ระดับราคา 500,000-1,000,000 บาท
  • อันดับ 3 ระดับราคา 500,000-1,500,000 บาท 

ผู้เช่า 9 ใน 10 เลือกโครงการตกแต่งพร้อมอยู่ เผยค่าเช่าไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ยังตอบโจทย์ 

ข้อมูลจากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ DDproperty.com พบว่า ผู้ที่วางแผนเช่าที่อาศัยทั่วประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 สนใจค้นหาบ้านหรือคอนโดที่มี 2 ห้องนอนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คล้ายกับฝั่งผู้ซื้อ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่อาศัยเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ขณะที่อันดับ 2 สนใจเช่าที่อยู่อาศัย 1 ห้องนอน และอันดับ 3 สนใจเช่าที่อยู่อาศัย 3 ห้องนอน 

โดยผู้ที่สนใจเช่าเกือบ 9 ใน 10 (88%) ต้องการเช่าบ้านหรือคอนโดที่ตกแต่งครบครันพร้อมเข้าอยู่ (Fully Furnished) มากที่สุด ตอบโจทย์ความสะดวกในการย้ายเข้า-ออกได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการขนย้ายหากต้องโยกย้ายทำเลในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจเช่ายังสามารถนำงบที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ไปใช้จ่ายด้านอื่นแทนได้ ขณะที่ 20% สนใจโครงการที่ตกแต่งให้บางส่วน (Fully Fitted) โดยมีผู้ที่สนใจเช่าเพียง 9% เท่านั้นที่เลือกบ้านหรือห้องเปล่าที่ไม่มีการตกแต่งใดๆ 

ขณะที่ระดับค่าเช่าส่วนใหญ่ที่มีผู้เช่าค้นหามากที่สุดอยู่ในช่วงไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ซึ่งถือเป็นค่าเช่าที่อยู่ในระดับปานกลาง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าที่คาดหวังคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการอยู่อาศัยในย่านที่มีความเจริญ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า 

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับการซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว การเช่าช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนได้ดีกว่า และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินในช่วงที่เศรษฐกิจท้าทายเช่นนี้ โดยระดับราคาที่อยู่อาศัยที่ชาวไทยสนใจเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้แก่

  • อันดับ 1 ระดับค่าเช่า 10,000-15,000 บาท/เดือน
  • อันดับ 2 ระดับค่าเช่า 6,000-10,000 บาท/เดือน 
  • อันดับ 3 ระดับค่าเช่า 10,000-20,000 บาท/เดือน

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ