Exclusive Featured

สงครามราคา ธุรกิจไม่ยั่งยืน “ทิฟฟานี่” ฝ่าฟันอคติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

จากจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1974 ที่ คณะทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ได้ก่อตั้งขึ้น จากโชว์คาบาเรต์ในบาร์เล็กๆ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ อันประกอบไปด้วยนักแสดงสาวประเภทสองเพียง 3 คน สู่โรงละครคาบาเรต์ระดับโลกที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสู่ความอลังการของแสง สี เสียง และโชว์ที่ตื่นตาตื่นใจ

สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ ไทย ที่บรรเลงผ่านทุกบทเพลง การเต้นรำ และเครื่องแต่งกาย การแสดงทุกชุดไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังส่งต่อข้อความแห่งความเท่าเทียม ความรัก และความกล้าที่จะฝัน สู่สายตาผู้ชมจากทั่วโลกมาตลอด 5 ทศวรรษ

คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เล่าให้ฟังว่า ปลายปี ค.ศ. 1998 เธอเข้ามาช่วย คุณสุธรรม พันธุศักดิ์ ผู้เป็นบิดา ดูแลกิจการ “ทิฟฟานี่” ในฐานะผู้ลงทุน ซึ่งเวลานั้น ทิฟฟานี่โชว์ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก การแสดงเต็มทุกรอบ แต่ค่าตอบแทนดูเหมือนไม่คุ้มกับสิ่งที่ลงทุนลงแรงไป

ราวปี ค.ศ. 1999 จึงตัดสินใจรีโนเวตครั้งใหญ่ สร้างโรงละคร ให้มีความอลังการมากขึ้น ก่อนปรับราคาขายตั๋ว จาก 150 บาท เป็น 500 บาท และแน่นอนว่าบรรดาเอเยนต์บริษัททัวร์ ต่างแสดงความไม่พอใจ เพราะอาจทำให้พวกเขาขายแพ็กเกจทัวร์ให้กับรรดานักท่องเที่ยวได้ยากขึ้นนั่นเอง

“เมื่อก่อนมีลดแลกแจกแถม คู่แข่งก็แบบ 15 ลบ 1, 30 ลบ 4 อะไรอย่างนี้ คือเยอะมาก ลดแลกแจกแถมกันเยอะมาก แต่เราก็พูดบอกว่า เราเลิกแถมแล้ว เราเลิกลดแล้ว เราจะมุ่งเรื่องคุณภาพ เลยตั้งใจทำโชว์ ทำคุณภาพให้ดี ทำสถานที่ให้สมศักดิ์ศรีของการเป็นการแสดงของประเทศไทย” คุณจ๋า เผยอย่างนั้น

ก่อนย้ำอีกว่า

“ต้องเห็นค่าตัวเองก่อน การทำราคาของการท่องเที่ยวประเทศไทย เป็นศาสตร์ที่สร้างรายได้ที่สร้างความยั่งยืน คือถ้าสมมติเรายังมีสงครามราคากันอยู่ ก็ไม่ได้สร้างความยั่งยืนอะไร”

เมื่อขอให้ช่วยเล่าถึงภาพรวมของการทำธุรกิจที่มีลักษณะเฉพาะ ในแบบ “ทิฟฟานี่” ที่บุคลากรส่วนใหญ่เป็น LGBTQ+ ซึ่งในยุคหนึ่ง สังคมไทย ไม่เปิดกว้างเหมือนปัจจุบัน คุณจ๋า เล่าว่า

“สมัยก่อนคนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ไม่ได้แต่งหญิง แต่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นผู้หญิง จะมาสมัครกันเยอะ หลายคนต่อแถวนั่งตากแดดข้างถนน แต่ไม่ใช่คนทุกคนที่จะเป็นนักแสดงได้ พอมาถึงยุคที่มาสมัครกันจนล้น เลยมานั่งนึกว่าต้องทำอะไรให้สังคมเข้าใจหรือเปล่า เนื่องจากว่ายังมีอคติทางสังคม ที่ทำให้กลุ่ม LGBTQ+ ไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ”

“พอปี 1998 คุณพ่อเลยคิดเวทีประกวดมิสทิฟฟานี่ ขึ้นมา หวังแก้อคติ แก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติเพราะกลุ่ม LGBTQ+ สมัยก่อน หาอาชีพทำยาก จะเป็นได้แค่นักแสดงกับเมกอัพอาร์ติสต์ แต่ปัจจุบันนับว่าดีขึ้นเยอะ พวกเขาสามารถไปอยู่ในธุรกิจบริการโรงแรม สื่อมวลชน เป็นคุณหมอ เป็นได้ทุกวิชาชีพ” คุณจ๋า บอกอย่างนั้น

คิดว่าเวทีทิฟฟานี่ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจประเทศหรือเปล่า ผู้บริหารรุ่น 2 บอกว่า สมัยก่อนถนนพัทยาสายสอง ยังเป็นไร่มันสำปะหลัง มีแค่ทิฟฟานี่โชว์ที่มีรถบัสเต็ม เวลานั้น เมืองพัทยา นอกจากมีแค่เกาะล้าน ทะเล และโรงแรมไม่กี่แห่ง พอทิฟฟานี่โชว์มา ทำให้ทุกคนคิดว่าต้องมีที่พักเพิ่มขึ้นแล้ว

“เด็กๆ ของทิฟฟานี่โชว์ ส่วนใหญ่เป็นหลักของครอบครัว หลายคนรับหน้าที่เลี้ยงคุณพ่อ-คุณแม่ พอกลับไปบ้าน จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับหมู่บ้าน ไปงานบวช งานแต่ง ทุกคนชื่นชมในการเป็นนักแสดงของทิฟฟานี่โชว์” คุณจ๋า ทิ้งท้ายน้ำเสียงภาคภูมิใจ

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ