Exclusive Featured SMEs

ลาออกจากงาน มาปั้นแบรนด์ Ira ผ้าอนามัยรักษ์โลก จาก “ใยไม้ไผ่” ที่ย่อยสลายได้ภายใน 1 ปี สร้างยอดขายพีกสุด 6 หลัก

“ผ้าอนามัยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 500-800 ปีในการย่อยสลาย เราจึงทำผ้าอนามัยที่ใช้ใยไม้ไผ่ และย่อยสลายได้ภายใน 1 ปี” 

ในวันที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องฮอร์โมนหรือการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางคนใช้ผ้าอนามัยแล้วรู้สึกแพ้หรือระคายเคือง ทั้งผ้าอนามัยนั้นยังเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ใช้เวลานานกว่า 500-800 ปีในการย่อยสลาย

ทำให้เธอนั้นมองเห็นถึงปัญหานี้ หยิบ Pain Point มาทำแบรนด์ที่ดี ออร์แกนิก และย่อยสลายได้ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สตาร์ตอัปที่ถูกพูดถึงและแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง

คุณรุ้ง-วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัย Ira จบการศึกษาทางด้าน Biological Sciences ทำให้มีความสนใจเกี่ยวกับด้านชีววิทยา และเริ่มทำแบรนด์นี้ขึ้นตอนอายุ 25 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีแพชชัน และฝันว่าอยากจะทำสิ่งที่เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้

ลาออกจากงาน มาทำแบรนด์ที่แก้ Pain Point ให้ผู้หญิง

คุณรุ้ง เล่าว่า เธอต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องประจำเดือนมาตั้งแต่วัยรุ่น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ประจำเดือนมาติดต่อกันนานถึง 3 เดือน จนต้องทานยาคุมในการปรับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

เธอจึงเกิดความคิดที่ว่าอยากจะทำแบรนด์ผ้าอนามัยขึ้น และเมื่อได้ไปสำรวจตลาดผ้าอนามัย ก็พบว่ามีหลายยี่ห้อที่ผู้หญิงบางคนใช้แล้วทำให้เกิดการระคายเคือง ใช้แล้วแพ้ ทำให้เธอเกิดไอเดียอยากทำผ้าอนามัยรักษ์โลกขึ้น และบวกกับตอนนั้นยังไม่มีใครทำ

“เรามีความตั้งใจที่อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับความรักษ์โลก สิทธิความเท่าเทียมทางเพศ อยากจะเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับเพศหญิง ซึ่งช่วงแรกที่ทำยังไม่มีใครทำผ้าอนามัยแบบนี้ในเมืองไทยสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ สำหรับคนไทย”

ย้อนกลับไปในปี 2019 เธอได้ลาออกจากงานประจำ และใช้เงินเก็บทั้งหมดของตัวเองในการลงทุนทำแบรนด์ Ira ขึ้น และด้วยงบที่จำกัดทำให้เธอรู้สึกว่ายิ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ 

โดยมีการทำรีเสิร์ช และใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการพัฒนาสินค้าและเปิดตัวแบรนด์

“พอได้เริ่มศึกษาจริงจัง ก็พบว่าที่ต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่ทำไมที่ไทยถึงไม่มีทางเลือกอื่นบ้าง ซึ่งพอได้ดูลึกๆ แล้วก็เข้าใจว่าสิ่งที่ทำแล้วเวิร์กในต่างประเทศอาจจะไม่ได้เวิร์กกับที่ไทย แต่เราอยากให้ประเทศไทยมี Solution แบบนี้ จึงเกิดไอเดียทำแบรนด์ผ้าอนามัยที่ทำจากวัสดุออร์แกนิก นุ่มสบาย”

หลังจากการทำรีเสิร์ช เธอพบว่า “ใยไม้ไผ่” เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ เพราะไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง มี Anti Bacteria ที่ชื่อว่า “Bamboo Kun” เมื่อนำมาทดลองใช้กับตัวเองและเพื่อนๆ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชอบผิวสัมผัสของใยไม้ไผ่ที่สุด

ทำให้ผ้าอนามัย Ira จึงเป็นสินค้าที่มีความเป็นออร์แกนิก 100% และย่อยสลายได้ 99% (เว้นเพียงกาว 1% ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้)

“ผ้าอนามัยทั่วไปเทียบเท่ากับถุงพลาสติก 4 ถุง โดยจะใช้เวลาประมาณ 500-800 ปีในการสลายตัว แต่เมื่อย่อยสลายไปแล้วจะกลายเป็นไมโครพลาสติก เราจึงทำผ้าอนามัยที่ใช้ใยไม้ไผ่ และตัวพลาสติกข้างล่างทำมาจาก PLA กับ PBAT เป็นพลาสติกชีวภาพ ทั้งหมดนี้ย่อยสลายได้ภายใน 1 ปี” 

Beyond Product : เปลี่ยนสังคมด้วยความรู้

คำว่า Ira มาจากชื่อที่เป็น Unisex Name ใช้ได้ทุกเพศ และแปลว่า “ผู้พิทักษ์โลก” สื่อถึงผู้ใช้ทุกคนที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลก

“ผ้าอนามัยเราสร้างมาเพื่อเหมาะกับทุกคน ใครที่แพ้ง่ายหรือมีปัญหาอื่นๆ สามารถใช้ได้หมด แต่สิ่งที่มันหายไปเราคิดว่าเป็นเรื่องของข้อมูล เพราะฉะนั้น เราเลยอยากจะผลักดันตรงนี้เช่นกัน”

“การที่อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคม นอกจากที่จะต้องเปลี่ยนในเชิง Economy แล้ว เราควรจะเปลี่ยนในเรื่องของความคิด หรือ Social Norm ด้วย”

โดยมีการทำคอนเทนต์ที่ครอบคลุมมากขึ้น แบรนด์จึงเลือกที่จะโฟกัสใน 4 M ได้แก่

  • Menstruation แก่นหลักของ Ira เกี่ยวกับการมีประจำเดือนของเพศหญิง
  • Mental Health เรื่องสุขภาพจิตของผู้หญิง
  • Maternity เรื่องของ Facility ที่เราอาจจะใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วอาจจะเกิดผลกระทบขึ้น
  • Menopause การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ที่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะมาก

“เราเลยคิดว่าการเปลี่ยน Mindset ของผู้บริโภค ให้เขาได้สังเกตตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพราะนอกจากที่เราจะให้ความรู้แล้ว ยังให้ Empower ให้เขารู้สึกว่าสามารถพูดได้ว่าต้องการอะไร”

โดยตอนแรกที่ทำผลิตภัณฑ์นี้ขึ้น เธอกลัวที่จะเปิดตัว เพราะหลายคนบอกว่าทำทำไม ไม่เห็นมีใครบ่นหรือพูดถึงปัญหานี้เลย 

แต่เมื่อได้ทำการ Launch สินค้าตัวนี้ ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ทางแบรนด์ Ira กลายเป็นไวรัลในทวิตเตอร์ และมีคนพูดถึงแบรนด์จำนวนมาก

“จุดนี้ทำให้เรารู้สึกดีมาก เพราะนี่แหละตลาดที่หลายคนบอกว่าไม่มีอยู่จริง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันถูกซ่อนอยู่ พอเราไปเปิดประตูบานนี้ปุ๊บ หลายๆ คนออกมาพูดเยอะขึ้น ยอดขายพีกสุดที่ได้ตอนนั้นน่าจะประมาณ 6 หลักเลยค่ะ”

ขยายธุรกิจและสร้างอิมแพ็ก

“เราอยากที่จะสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแรงก่อนจะไปบุกตลาดต่างประเทศ เพื่อที่จะได้มีอินไซต์มากขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานได้ดีขึ้นด้วย”

ปัจจุบัน Ira มีผ้าอนามัยทั้งหมด 4 แบบ ทั้งแผ่นอนามัย, แบบกลางวัน, แบบมาน้อย/ธรรมดา และแบบกลางคืน

เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนา Bunisee Model นั่นคือการเริ่มทำแบบ B2B มากขึ้น ส่งเสริมให้กับองค์กร มหาวิทยาลัย หรือคลินิกต่างๆ ใช้เป็นสวัสดิการ รวมถึงการจัดอีเวนต์และเวิร์กช็อปด้าน Wellness 

“เราอยากให้ผ้าอนามัยเป็นเรื่องธรรมดา เป็นของจำเป็นที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะเราเลือกไม่ได้ว่าจะมีประจำเดือนหรือไม่ จึงเป็นสาเหตุให้เรามีการให้ความรู้ในหลายช่องทาง”

หลังจากทำแบรนด์มา 5 ปี เธอบอกว่า มีมุมเมืองในเรื่องของความสำเร็จที่เปลี่ยนไป

“ตอนแรกเราคิดว่าความสำเร็จคือยอดขาย หรือการเติบโตของบริษัท แต่หลังจากทำมา 2 ปี เราได้กลับมาทบทวนว่าจริงๆ แล้ว เหตุที่เราเริ่มทำคืออะไร และความสำเร็จที่แท้จริงคือการได้สร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งต่อโลกและสังคม”

ช่องทางการติดต่อ

Facebook : Ira Concept

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 26 ส.ค. 68

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด