Featured การเงิน และการตลาด

LINE ชี้กลยุทธ์ “การตลาดตรงเป้า” คือทางรอดธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้

LINE for Business เปิดอินไซต์ของผู้ประกอบการ SMEs ไทย จากเวที Digital SME Conference Thailand 2025 (DSME 2025) ชี้ “การตลาดแบบตรงเป้า” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือทางรอดของธุรกิจที่ต้องแข่งขันด้วยความเข้าใจ มากกว่าพึ่งแค่ราคาและโปรโมชัน หลังพบผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. รายงานว่า GDP ไทย ไตรมาส 2 ปี 2568 ขยายตัวเพียง 2.8% สะท้อนกำลังซื้อที่ชะลอตัว ในขณะที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า กำแพงภาษี และราคาทองคำที่ผันผวน 

นายจิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม LINE Ads Product & Marketing Strategy จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “การทำการตลาดแบบตรงเป้า ผู้ประกอบการต้องปรับแนวคิดก่อนลงมือทำ เริ่มจากใส่ใจหาความชื่นชอบและพฤติกรรมของลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้นเพื่อความเข้าใจ รู้จักปรับตัวตามกลุ่มเป้าหมาย เพราะการแข่งขันวันนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่แบรนด์ต้องเข้าใจและปรับตัวตามเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ที่สำคัญ ผู้ประกอบการต้องเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบตรงเป้าให้เป็น เพื่อสร้างทางรอดให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ตรงกลุ่ม และเติบโตได้ในระยะยาว”

โดยได้แนะแนวทางการเข้าถึงลูกค้าให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น

1. มุ่งเป้าเข้าถึงลูกค้าใหม่แบบมีคุณภาพ มากกว่าเน้นปริมาณ

ปัจจุบันผู้ประกอบการไม่ได้มองแค่การหาลูกค้าใหม่จำนวนมากอีกต่อไป แต่เริ่มโฟกัสไปที่การหาลูกค้าที่ใช่และมีคุณภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้มค่าต่อการลงทุนด้านการตลาด LINE Ads โซลูชันการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญให้ SMEs ไทย ยิงโฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายตามพฤติกรรม ความสนใจ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงกำลังซื้อได้

ด้วยฐานผู้ใช้งาน LINE มากกว่า 56 ล้านคนที่แบรนด์/ร้านค้าสามารถเลือกเจาะลึกลงรายละเอียดได้มากถึงกว่า 222 กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการใช้งานบริการต่างๆ บน LINE ช่วยให้แบรนด์ยิงโฆษณามุ่งเป้าเข้าถึงลูกค้าใหม่ที่มีคุณภาพได้ตามงบประมาณที่ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ

ตัวอย่างแบรนด์ Dr Clear Aligners ได้มีการใช้ LINE Ads ยิงโฆษณาไปยังกลุ่มที่มีพฤติกรรม ความสนใจเรื่องความงาม สกินแคร์ และลักชูรีบิวตี้ ที่ระบบเห็นจากการติดตาม LINE OA ที่เกี่ยวข้องได้ และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมระบุเลือกพื้นที่ใกล้คลินิกอย่างกรุงเทพฯ และพัทยาลงไป ควบคู่กับการขยายกลุ่มเป้าหมายด้วยการทำ Lookalike Audience หาลูกค้าใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับฐานลูกค้าเดิม ช่วยให้อัตราการคลิกโฆษณา (CTR) เพิ่มสูงขึ้น 2 เท่า

นอกจากนี้ LINE ยังได้เผยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Nearby บน LINE OA อีกหนึ่งตัวช่วยดึงลูกค้าที่ใช่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามารู้จัก เพิ่มเพื่อน LINE OA ของร้านค้าได้ เพียงอัปเกรด LINE OA เป็นบัญชีรับรองและตั้งค่าใช้งานในฟีเจอร์คูปองไว้ให้เรียบร้อย เมื่อลูกค้าเปิดหาบัญชีทางการที่น่าสนใจ ก็จะสามารถค้นหา LINE OA ร้านค้าที่ใกล้ตนเองจากปุ่มใกล้เคียง หรือ Nearby ได้โดย LINE OA ร้านจะปรากฏในแผนที่ให้ทันที

2. สื่อสารตามพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้นให้ตรงใจ 

อีกหนึ่งอินไซต์คาใจของผู้ประกอบการไทย ทักแล้วยังไม่ซื้อต้องทำอย่างไร? LINE ได้แนะร้านค้าให้หันมาใส่ใจการสื่อสารผ่านแชตที่ตรงกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น ผ่านการจัดแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วยฟีเจอร์ Chat Tag เอาไว้ เช่น ลูกค้าซื้อไว ลูกค้าประจำ หรือ ลูกค้าที่ยังไม่เคยซื้อ ฯลฯ ช่วยให้ร้านค้าสามารถส่งดีลลับ โปรโมชันเรื่องที่ใช่ให้ลูกค้าตรงกลุ่มและโดนใจ

รวมถึงฟีเจอร์ Step Message ช่วยสร้างการสื่อสารตาม Customer Journey ให้ได้อย่างอัตโนมัติ เช่น เมื่อมีลูกค้าเพิ่มเพื่อนเข้ามา ร้านสามารถตั้งค่าให้ระบบส่งข้อมูลสินค้าแนะนำให้ทันทีได้ หากลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อภายในเวลาที่ร้านคาดการณ์ไว้ ร้านสามารถตั้งค่าให้ระบบส่งข้อความเน้นย้ำหรือโปรโมชันส่วนลดพิเศษกระตุ้นการตัดสินใจ ไม่ทิ้งแชตร้างไว้ ช่วยร้านค้าสื่อสารกระตุ้นลูกค้าตามสเต็ปที่วางไว้ได้อย่างแนบเนียน

ยกตัวอย่าง Physique 57 แบรนด์ฟิตเนสสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จในการสื่อสารตามพฤติกรรมลูกค้า โดยมีการยิงโฆษณาผ่าน LINE Ads หาลูกค้าปัจจุบัน ระบุจากเพื่อนผู้ติดตาม LINE OA และเบอร์โทรศัพท์ นำเสนอแพ็กเกจโปรโมชันจำกัดเวลา กระตุ้นให้ลูกค้าเก่ากลับมาจองแพ็กเกจได้ทันทีใน MyShop จนสามารถสร้างกำไรจากงบโฆษณาได้สูงสุดถึง 20 เท่า 

3. ทำธุรกิจแบบ Data-Driven รู้จักใช้ข้อมูลให้เป็น

หลายผู้ประกอบการยุคใหม่มีการเก็บ Data มากมาย แต่ยังคงไม่รู้ว่าจะสร้างประโยชน์ได้อย่างไร MyCustomer | CRM ระบบสมาชิกสะสมแต้มจาก LINE สามารถทำหน้าที่ช่วยเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ เพื่อใช้ทำระบบสมาชิกสะสมแต้มและวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดได้ โดยแบรนด์สินค้าเด็ก ABC The Baby เป็นหนึ่งในตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้งาน MyCustomer | CRM  ในการเก็บข้อมูลลูกค้านำมาทำระบบสมาชิกสะสมแต้มได้อย่างน่าสนใจ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากกว่า 5 ครั้งต่อเดือน ยอดขายต่อบิลเพิ่มขึ้น 8% แถมเพื่อนใน LINE OA เพิ่มขึ้นถึง 3% ไปด้วยในตัว 

ไม่เพียงแค่นั้น LINE ยังได้แนะนำอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ช่วยให้ธุรกิจนำ Data ไปใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้นอย่าง Business Manager ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายจากหลากหลายช่องทางบน LINE มาจัดเก็บ วิเคราะห์ร่วมกันได้ เพื่อให้ร้านค้าสามารถนำกลับไปออกแบบการสื่อสารการตลาดกลับไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำและครอบคลุม

เช่น แบรนด์ AES Class Clinic ที่นำข้อมูลลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ได้จาก Business Manager ไปต่อยอดยิงโฆษณาผ่าน LINE Ads ทำให้อัตราการคลิกโฆษณาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ต้นทุนในการหาเพื่อนใหม่ลดลงกว่า 40% และจำนวนแชตใน LINE OA เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว

แนวทางการทำการตลาดแบบตรงเป้า พร้อมเครื่องมือดิจิทัลบน LINE เหล่านี้ พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับ SMEs ไทย ในการหากลุ่มเป้าหมายคุณภาพ สื่อสารให้ตรงใจ และใช้ Data มาตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ LINE for Business พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางเคียงข้าง SMEs ไทย ช่วยธุรกิจเติบโตฝ่าความท้าทายของโลกยุคนี้ได้ด้วยการตลาดแบบตรงเป้าที่เห็นผลได้จริง

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน