จากอดีตแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่เมื่อขายไปได้สักระยะหนึ่ง ธุรกิจเริ่มซบเซา ลูกค้าหันไปซื้อของออนไลน์มากขึ้น ทำให้ต้องหยิบสูตรขนมทองม้วนของที่บ้านมาต่อยอด จนกลายเป็นร้านขนมเจ้าดังหน้าเพาะช่าง
นี่เป็นเรื่องราวของ คุณยงค์-สมยงค์ สีใส และ คุณเอิร์น-ธันย์ชนก แสงใหม่ สองแม่ลูก เจ้าของร้าน คุณยงค์ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ ที่ใครก็ตามที่ผ่านไปแถวเพาะช่าง จะต้องแวะอุดหนุนทุกครั้ง เพราะกลิ่นหอมของมะพร้าวอ่อนชวนให้อยากทาน

จากร้านขายผ้าสู่ร้านทองม้วนสด
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว คุณยงค์เคยทำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้ามาก่อน แต่เมื่อมีการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทำให้ธุรกิจซบเซา ลูกค้าซื้อของในออนไลน์กันส่วนใหญ่ จนต้องหาอาชีพใหม่เพื่อเป็นทางรอดให้ครอบครัว เธอจึงนำขนมทองม้วนสด ที่เป็นสูตรดั้งเดิมของทางบ้าน มาปัดฝุ่น ปรับปรุงรสชาติ และลองทำขายดู ณ ทำเลหน้าเพาะช่าง
ช่วงแรกจะขายอยู่ในราคากล่องละ 20 บาท แต่ด้วยความที่เป็นร้านเปิดใหม่ ทำให้ยังไม่มีลูกค้ามากนัก ทำให้คุณเอิร์นมองเห็นภาพที่คุณแม่ต้องเรียกลูกค้าให้ลองซื้อขนมดู เพราะบางวันก็ขายไม่หมดก็มี
หลังจากขายมาได้ 3 ปี ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีการพาคนมารู้จักเพิ่มขึ้นอีก เป็นการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก
กระทั่งปัจจุบันเรียกได้ว่าร้าน คุณยงค์ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ ได้เป็นที่รู้จักในหลายๆ ช่วงวัย ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน โดยเฉพาะเมนู ทองม้วนดับเบิ้ล ที่ทำให้มีลูกค้ารุ่นใหม่เข้ามาอุดหนุนมากขึ้น

จุดเปลี่ยนพลิกชีวิต
คุณเอิร์น จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ ด้านสื่อการสอน หลังจากเรียนจบมาก็ได้ทำงานประจำอยู่ช่วงหนึ่ง กระทั่งเธอนั้นตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และกลับมาสานต่อธุรกิจทองม้วนของครอบครัว
“เรารู้สึกว่าอยากให้ร้านทองม้วนของคุณแม่สามารถไปต่อได้ไกลกว่านี้ อยากให้หลายๆ คนได้ลองชิมขนมทองม้วนฝีมือคุณยงค์ และอยากให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นที่เรากำลังจะลาออก ก็มีโอกาสเข้ามาพอดี”
ซึ่งเป็นวันที่สภากาชาดไทยเปิดรับสมัครร้านค้าออกบูธในงานกาชาดพอดี เธอจึงคิดว่าเมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ควรที่จะลองดูสักตั้ง
หลังจากที่ได้ออกบูธครั้งแรก ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และคิดว่าอยากตั้งใจทำธุรกิจนี้อย่างจริงจังมากขึ้น
“เพราะเวลาไปออกบูธแต่ละครั้ง เราก็จะบอกว่าถ้าลูกค้าติดใจสามารถแวะตามมาชิมที่หน้าเพาะช่างได้นะคะ จะมีลูกค้าบางคนเขากลับมาตามที่หน้าเพาะช่าง แล้วก็บอกว่าไปชิมจากงานนี้มาอยากกินอีก ต้องมาที่นี่เท่านั้น”
เธอเล่าต่อว่า ช่วงแรกที่ขายใช้มะพร้าวประมาณ 5-10 กิโลต่อวัน แต่ปัจจุบันใช้ประมาณ 50 กิโลต่อวันเลยทีเดียว โดยจะใช้มะพร้าวสดจากเกษตรกรในไทย ซึ่งมาจากจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ
โดยเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง “ทองม้วนดับเบิ้ล” เริ่มทำขายในปี 2019 ซึ่งตรงกับช่วงโควิด-19 พอดี ทำให้ลูกค้าหน้าร้านน้อยลง คุณแม่ได้ลองทำเมนูนี้ขึ้น ผลปรากฏว่าผลตอบรับดี ลูกค้าติดใจ และเป็นการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาอีกด้วย
“สมัยก่อนกลุ่มลูกค้าจะมีตั้งแต่ช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป โดยจะชอบกินทองม้วนกรอบ ไม่นิยมทานทองม้วนสดมากนัก แต่ในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป เป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้น”
เธอเล่าว่า ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันว่าขนมทองม้วนจะหายไปตามกาลเวลา พอตอนนี้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ที่ได้ลองทานขนมทองม้วนสด ก็พบว่าเมนูดับเบิ้ลไม่ได้เข้าถึงยากแถมอร่อย
“เมนูดับเบิ้ล จะเป็นทองม้วนกรอบสอดไส้ด้วยทองม้วนสด เทกซ์เจอร์ที่ได้จะเป็นกรอบนอกนุ่มใน พอทานรวมกันแล้วจะได้รสสัมผัสอีกแบบหนึ่ง”
“ลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักร้านมาก่อน พอได้ลองชิมแล้วก็กลายเป็นลูกค้าเก่า เพราะตามมาจากเพจรีวิวเยอะมาก เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ”
เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำคงเป็นเรื่องของรสชาติและวัตถุดิบ ที่จะต้องใส่ใจทุกขั้นตอนในการทำ รวมถึงการทำสดใหม่และการบริการที่เป็นกันเอง
