Exclusive Featured SMEs

“ต้นตำรับ ชาพะยอม” พลิกเกม จากร้านข้างทาง สู่ “PRAYOM TEA PREMIUM” ชาไนโตรเจ้าแรกในไทย พร้อมชนตลาดพรีเมียม!

เครื่องดื่มที่เป็นเมนูขวัญใจของใครหลายๆ คน และเป็นเมนูสามัญประจำชาติ หนึ่งในนั้นต้องยกให้กับ “ชาเย็น” เป็นเมนูที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย แต่ท่ามกลางตลาดร้านชาที่มีการแข่งขันสูง มีอยู่แบรนด์หนึ่งที่ยังคงครองใจผู้บริโภคมายาวนานถึง 14 ปี และมีมากกว่า 3,000 สาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศ และมีเปิดขายที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งแบรนด์นั้น คือ “ต้นตำรับ ชาพะยอมแบรนด์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเมื่อใดก็ตามที่ผู้คนอยากจะดื่มชาที่อร่อยและเข้าถึงง่าย

คุณอุ๊-อุไรวัลย์ ไตรจันทร์ เจ้าของแบรนด์ “ต้นตำรับ ชาพะยอม”

คุณอุ๊-อุไรวัลย์ ไตรจันทร์ เจ้าของแบรนด์ ที่กล้าการันตีความเป็น “ต้นตำรับ ชาพะยอม” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของแบรนด์นี้ ที่เริ่มต้นจากความผูกพันในวัยเด็ก สู่การสร้างอาณาจักรเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง

สำหรับแบรนด์ ต้นตำรับ ชาพะยอม แบรนด์เล็กๆ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจเครื่องดื่มราคาย่อมเยา เพราะในปี 2562 เคยทำรายได้พุ่งสูงกว่า 31 ล้านบาท และครองตลาดมาโดยตลอด จากที่ได้คุยกับคุณอุ๊ ทำให้เห็นว่า ต้นตำรับ ชาพะยอม ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังคงเดินหน้าพัฒนาแบรนด์ต่ออย่างไม่หยุดยั้ง และกุญแจสู่ความสำเร็จที่คุณอุ๊ได้สะท้อนผ่าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีดังนี้

กุญแจสู่ความสำเร็จ 3 กลยุทธ์พิชิตตลาด Personal Price

คุณอุ๊ไม่เพียงต้องการเปิดร้านขายน้ำ แต่ต้องการ “ปั้นแบรนด์” เพื่อยกระดับร้านน้ำข้างทางให้มีจุดแตกต่าง เธอใช้ความรู้ด้านการตลาดวิเคราะห์และเปลี่ยน “จุดอ่อน” ของตลาดให้เป็น “จุดแข็ง” ของชาพะยอมใน 3 ด้านสำคัญ

1. ราคา (Personal Price)

มีการตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 15 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับต้องได้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะล่าง กลาง หรือบน คุณอุ๊ให้ความสำคัญกับการติดตลาดมากกว่าการทำกำไรก้อนแรก

“ในความรู้สึกพี่ ขาดทุนไม่เกี่ยว ขอให้แบรนด์ติดตลาด” เธอกล่าว

2. การทำแบรนด์ (Branding)

ต้นตำรับ ชาพะยอม เป็นเจ้าแรกๆ ที่เน้นการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้อย่างขึ้นใจ และสร้างความน่าเชื่อถือกว่าร้านน้ำข้างทางทั่วไป

3. รสชาติ (The Signature Taste)

จากประสบการณ์ที่พบว่าหลายร้านขาดความเข้มข้น แบรนด์จึงเน้นรสชาติที่ กลมกล่อม หวานมัน และเข้มข้น เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ด้วยกลยุทธ์นี้ ทำให้แบรนด์สามารถสร้างปรากฏการณ์ และครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน จนได้รับการนิยามให้เป็น “เบอร์ 1” ในธุรกิจเครื่องดื่มที่ขายในราคาเข้าถึงง่ายอย่างแท้จริง

ไม่หยุดนิ่ง ยกระดับสู่ PRAYOM TEA PREMIUM

ความสำเร็จนี้ไม่ได้ทำให้คุณอุ๊หยุดนิ่ง เธอตัดสินใจลงทุนต่อยอดแบรนด์ PRAYOM TEA PREMIUM ด้วยเหตุผลสำคัญคือการ ยกระดับและสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ที่ไม่ใช่เพียงการคิดเมนูใหม่ แต่มีการปรับซึ่งรูปแบบการนำเสนอ แพ็กเกจจิ้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ครอบคลุมตลาดวงกว้าง โดยมองถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เพียงกลุ่มล่างหรือกลาง แต่จะครอบคลุมไปถึงตลาดบนที่ต้องการความพรีเมียม 

เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะการมีแบรนด์พรีเมียมที่สามารถอยู่ในห้างสรรพสินค้าได้ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือทั้งต่อผู้บริโภค และผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์

มีการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับเครื่องดื่ม ชาพะยอมดึงเอาเมนูใหม่ๆ มาเสริม อย่าง “ชาไนโตร” ที่คุณอุ๊ยืนยันว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำ ด้วยความพิเศษที่ชาจะมีความเย็นซาบซ่าและละมุน หรือการเพิ่มเมนูใหม่ๆ เข้ามา อย่างเมนูปั่นจากผลไม้แท้ๆ ที่ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด

“ที่ตัดสินใจสร้าง PRAYOM TEA PREMIUM มีความต้องการสร้างโมเดลให้ลูกค้ารับรู้ว่า ต้นตำรับ ชาพะยอม ไม่ได้มีเพียงภาพลักษณ์ด้านเดียว แต่ยังมีภาพลักษณ์ของร้านที่อยู่ในห้าง มีความพรีเมียม และอาจจะต่อยอดไปเปิดยังห้างใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ในอนาคต” เธอเล่า

PRAYOM TEA PREMIUM เป็นเสมือนก้าวใหม่ที่เปลี่ยนมุมมองของแบรนด์ จากร้านน้ำข้างทาง สู่ร้านน้ำชาแบรนด์ไทยที่พร้อมท้าชนในตลาดบน โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ เซ็นทรัล หาดใหญ่ 

เรื่องราวของ “ต้นตำรับ ชาพะยอม” ทำให้เราเห็นว่า การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามทันกลุ่มผู้บริโภคสมัยใหม่ และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพและรสชาติ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้ยืนหยัดมานานกว่า 14 ปี และกำลังก้าวต่อไปเพื่อเป็น “ชาอมตะ” ที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด

จากกระป๋องนมหมีร้อยเชือก สู่แรงบันดาลใจทางธุรกิจ

คุณอุ๊ย้อนความทรงจำในวัย 5 ขวบ ที่มักเห็นคุณพ่อถือชาไทยอยู่ในกระป๋องนมหมีร้อยเชือก ซึ่งเป็นภาพจำที่คลาสสิคมาก หลังคุณพ่อดื่มหมด เธอก็มักจะนำกระป๋องนั้นมาเล่นเป็นแม่ค้าขายน้ำชา โดยใช้ดินเหนียวผสมน้ำให้คล้ายสีชาเย็น

“จากที่ได้เล่นตรงนั้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าเขาลิขิตให้พี่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” เธอเล่า

ด้วยความหลงใหลในการดื่มชาเย็นอย่างแท้จริง คุณอุ๊ได้ตระเวนชิมชาทั่วประเทศในช่วงที่ทำงานเป็นดีเทลยา จนกระทั่งเกิดจุดอิ่มตัวกับการเดินทาง เธอจึงตัดสินใจนำความชอบมาเปิดเป็นธุรกิจของตัวเอง และใช้เวลาลองผิดลองถูกจนได้สูตรลับที่ลงตัว

ต้นตำรับ ชาพะยอม เปิดขายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 ในชื่อ ปันปัน ตามชื่อลูกสาว ก่อนจะมีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ชาพะยอม โดยอิงกับร้านไก่ทอดหน้าบ้าน และได้เพิ่มคำว่า “ต้นตำรับ” เข้าไป เพื่อเน้นย้ำว่าเธอคือ “ต้นตำรับ ชาพะยอม” ของจริง ซึ่งเป็นชื่อที่ติดหูและกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างตำนานครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด