Exclusive Featured SMEs

ราดหน้าสไตล์ภัตตาคารจีน ขายราคาสตรีตฟู้ด “เฮียเหรี่ยงราดหน้าน้ำทอง” ใช้วัตถุดิบกว่า 20 ชนิด ขายพีกสุด 300-400 จานต่อวัน

“ราดหน้าในอุดมคติของผม ต้องเกิดจากน้ำซุปที่ตั้งใจทำ มีกลิ่นและรสของวัตถุดิบชัด ไม่จัดจ้านเกินไป”

เชฟเป้–ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ เริ่มต้นบทสนทนาด้วยนิยามราดหน้าในฝันของเขา จากความชื่นชอบราดหน้าตามภัตตาคารจีน ที่ให้รสกลมกล่อมจากน้ำซุปมากกว่าการปรุงรสจัดจ้าน แต่เมื่อออกตามหาราดหน้าสไตล์นี้ในสตรีตฟู้ด กลับไม่พบ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจเปิดร้าน “เฮียเหรี่ยงราดหน้าน้ำทอง” ราดหน้าสไตล์ฮ่องกงที่ใช้วัตถุดิบชั้นดี ในราคาเข้าถึงได้

ปัจจุบันร้านเปิดมา 4 เดือน สร้างยอดขายได้สูงสุด 300–400 จานต่อวัน ภายใต้การบริหารของสองเชฟฝีมือระดับมืออาชีพ ได้แก่ เชฟเป้ และ เชฟมิก–ภาคิน ดุลยธรรมภักดี เชฟจากเลอ กอร์ดอง เบลอ ที่จับมือกันสร้างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นราดหน้าคุณภาพระดับภัตตาคารแต่เสิร์ฟในรูปแบบสตรีตฟู้ด

จุดเริ่มต้น “ราดหน้าน้ำทอง”

เชฟเป้ ว่า “จุดเริ่มต้นของร้านนี้เกิดจากการที่ผมเป็นคนชอบทานราดหน้ามาก ซึ่งราดหน้าในบ้านเรามีหลายแบบที่หาได้ตามสตรีตฟู้ด แต่ส่วนผมชอบกินราดหน้าตามภัตตาคารจีน เป็นพวกเจี๋ยนน้ำแดง ที่จะมีรสชาติล้ำลึกกว่า”

แต่เวลาจะกินเจี๋ยนน้ำแดงสักครั้งหนึ่ง ราคาต่ำสุดที่ต้องจ่ายจะอยู่ที่ 700-800 บาท ไปจนถึง 3,000-4,000 บาท จึงคิดว่า ถ้าอยากให้คนทั่วไปได้กินเจี๋ยนน้ำแดงในราคาเริ่มต้น 99 บาท จะทำยังไงได้บ้าง 

โดยก่อนหน้านี้ได้ไปตระเวนชิมร้านราดหน้าเกือบทั่วทุกจังหวัดในไทย ร้านไหนที่เขาบอกว่าดัง ก็ได้ไปลองมาหมด

“เราไปกินให้รู้ว่าเขาเป็นโทนยังไง เรามีหน้าที่ทำให้แตกต่าง เพราะว่าในส่วนแบ่งตลาด คือการสู้กันด้วยราคา มันจะตายกันหมด แต่ถ้าเกิดสู้กันด้วยความแตกต่างอ่ะ มันจะอยู่กันได้”

“สมมติว่าวันนี้ เขาชอบสไตล์นี้เขาจะไปกินร้านดังที่ดัง ส่วนถ้าเขาเบื่ออันนั้นเมื่อไหร่เขาจะคิดถึงเรา เพราะว่าของเรามันแตกต่าง นั่นคือประเด็นของธุรกิจ”

เมื่อได้เริ่มคุยไปสักพักก็เริ่มสงสัยว่า แล้วเฮียเหรี่ยงคือใคร?

เชฟเป้ ตอบทันทีว่า จริงๆ แล้วเฮียเหรี่ยงคือคุณพ่อของเขาเอง และได้นำสูตรหมักหมูหมักเนื้อของคุณพ่อมาใช้ในร้าน จึงนำชื่อเขามาตั้งเป็นชื่อร้าน

ใช้เวลาทดลองกว่า 6 เดือน

“เราก็จะทำปรุงรสให้มีรสชาติ มีกลิ่น มีสัมผัสที่เหมือนเจี๋ยนน้ำแดงตามภัตตาคาร รสชาติจะลึกล้ำนิดหนึ่ง มีความเค็ม นัว หวานแล้วก็หอมจากวัตถุดิบต่างๆ”

โดยวัตถุดิบที่ใช้จะเป็นชั้นเลิศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กังป๋วย กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง แฮมยูนนาน ไก่แก่ หนังหมู หรือตีนไก่ เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้จะมีประมาณ 20 กว่าชนิดที่ใส่ลงไปในน้ำซุป

เชฟมิก เล่าถึงขั้นตอนการทำให้ฟังแบบเกือบละเอียดว่า ขั้นแรกจะนำกระดูกทั้งหมดประมาณ 30 กิโล ไปลวกทำความสะอาดก่อน และนำปลาตาเดียว ปลาหมึกแห้งไปทอด เพื่อทำให้มีกลิ่นและเกิดความหอมในน้ำซุป

และนำกุ้งแห้งกับกังป๋วยไปคั่ว เพื่อให้ได้กลิ่นน้ำซุปที่เข้มข้นขึ้น ต่อมาเป็นสาหร่ายคอมบุ ช่วยเพิ่มความอูมามิ และนำเห็ดหอมใส่ลงไป ตามมาด้วยตีนไก่กับหนังหมู เพื่อที่จะเพิ่มคอลลาเจน นอกจากนี้ ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ อีกมากมายที่ใส่ลงไป ใช้เวลาต้มเกือบ 1 วันกว่าจะได้ออกมาเป็นน้ำสีทอง

“เคล็ดลับอยู่ที่การต้มน้ำซุป เคี่ยวน้ำซุป การใส่วัตถุดิบ เพราะทุกอย่างที่ใส่ลงไป จะมีรสชาติหวานธรรมชาติ และได้ความอูมามิในตัวเอง”

ที่สำคัญคือ ที่ร้านจะมีน้ำมันพิเศษคือ “น้ำมันอินฟิวส์” พร้อมกับ “เหล้าจีน” วัตถุดิบชั้นดีที่หาทั่วไปไม่มี เพราะส่วนใหญ่จะใช้ในภัตตาคาร 5 ดาว 

เวลาราดน้ำไปมันจะต้องมีกลิ่นว้อก กลิ่นกระทะที่ทำให้เป็นจุดเด่นของทางร้าน เพราะว้อกของครัวจีนจะเล่นกับไฟที่แรงมากๆ ถ้าจังหวะไม่ได้ ก็จะทำให้เส้นไหม้ติดกระทะ 

“คำว่าว้อกสำหรับผมมี 2 แบบ 1 เรื่องผิวสัมผัส ผิวสัมผัสที่เส้นโดนกระทะ มีควัน มีไหม้ๆ นิดๆ ส่วนกลิ่นก็คือควัน ควันที่วิ่งเข้ามา ควันที่มันวิ่งตลบอบอวนอยู่ แล้วมันวิ่งเข้าไปในเส้น”

ซิกเนเจอร์ จะเป็นเมนูราดหน้าเนื้อหมักกับราดหน้าปลากะพงทอด โดยเฉพาะเมนูปลากะพง ที่ร้านจะคัดปลากะพงชั้นดี ชิ้นใหญ่ คุ้มค่า 

“เวลาลูกค้ามากินปลา ก็จะตกใจว่าทำไมให้ปลาชิ้นใหญ่ในราคานี้ได้ เพราะว่าที่ร้านจะใช้ปลาซัพพลายเออร์เดียวกับแบรนด์ดัง ทำให้ตัวปลาไม่มีกลิ่นคาว และเก็บได้นาน”

ทำเลทองย่านห้วยขวาง

“กลุ่มลูกค้าเรามันชัดมาก ว่าพอเราทำสไตล์ภัตตาคารจีน กลายเป็นว่าเราก็ได้ลูกค้าผู้ใหญ่ล้วนๆ เลย ผู้ใหญ่คือมากินบางคนมากินทุกวันนะ 4 เดือนมาเนี้ย บางทีเจอกันเป็นเดือน หมายถึงว่ามา 30-40 วันเลย”

พื้นที่ตรงนี้เรียกได้ว่าเป็น CBD หรือพื้นที่ความหนาแน่นสูง ตรงนี้จะเป็นศูนย์กลางดีลิเวอรีที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ และสุดท้ายจะเป็นเรื่องของที่จอดรถ คือเรียกได้ว่าการเลือกทำเลร้านจะต้องครอบคลุมทั้งหมด

ถ้าใครที่อยากเริ่มต้นทำดีลิเวอรี เรียกได้ว่าพื้นที่ตรงนี้จะดีที่สุด แต่จะดีในเรื่องของดีลิเวอรีแพลตฟอร์ม ส่วนเรื่องของนั่งกินแนะนำว่าต้องเลือกทำเลที่มีที่จอดรถจริงๆ เพราะเป็นชุมชนแออัด จะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถสูง

“แต่สิ่งที่เราอาจจะพลาดก็คือ Traffic แท้ๆ แถวนี้คือคนที่อยู่อาศัยแถวนี้ อาจจะมีกำลังซื้อที่น้อยนิดหนึ่ง ซึ่งพอมาเจอราคาเราเนี่ย เขาอาจจะมาซื้อซ้ำได้ยาก”

การทำแบรนด์ ภาพจำต้องชัด

“การทำแบรนดิ้ง ภาพจำเป็นสิ่งที่สำคัญสุด ถ้าเราเปิดมาเป็นราดหน้าน้ำทองแล้ว ก็อยากจะทำเป็นราดหน้าอย่างเดียว เพื่อให้คนมากินแล้วจำเราได้ ส่วนเมนูอื่นที่ทยอยออกมา จะเป็นผัดซีอิ๊ว ข้าวผัดครับ”

คาแร็กเตอร์ร้านจะเป็นสไตล์จีน เชฟเล่าปนหัวเราะว่า ด้วยหน้าตาเรา 2 คนก็ดูเป็นลูกหลานคนจีนอยู่แล้ว ฉะนั้น ทุกอย่างเลยเป็นสีแดง และหลายๆ อย่างจะไปในสไตล์จีนหมด พร้อมบอกว่า “ให้เขาเชื่อให้ได้ว่าเราเก่งเรื่องครัวจีน”

“Mindset ของผมคือวัตถุดิบต้องดี ปริมาณต้องถึง บริการต้องโอเค Convinience ต้องโอเค นี่คือความคาดหวัง ซึ่งแต่ละร้านก็จะมี Mindset แตกต่างกันไปในรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกัน” เชฟเป้ กล่าว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เฟซบุ๊ก : เฮียเหรี่ยงราดหน้าน้ำทอง

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต