เทรนด์สุขภาพทุกวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดน้ำหนัก หรือการกินผักอีกต่อไปแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี Wellness Chef ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nutrition จากร้าน “มีฤทธิ์” เพื่อเจาะลึกแนวคิดของ Wellness และการทำอาหารที่ใส่ใจสุขภาพแบบไม่น่าเบื่อ

เชฟนาย เล่าว่า คอนเซ็ปต์ของ มีฤทธิ์ คืออาหารเพื่อสุขภาพแบบ Healthy Comfort Food ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวส่วนตัวเมื่อครั้งที่คุณแม่เริ่มป่วย เธอคิดว่า ไม่ได้แล้วที่เราจะแค่ดูแลลูกค้าที่ป่วย เพราะจริงๆ คนที่ยังไม่ป่วย ควรจะเริ่มดูแลตั้งแต่เริ่มแรก พอคุณแม่กลับมาแข็งแรง เชฟนายเลยมองว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะได้รับ
เธอเสริมว่า การทำธุรกิจในกลุ่มนี้คือการตอบโจทย์ลูกค้า
“การที่เราจะขายของแล้วทำให้คนกินแล้วดีต่อสุขภาพ เป็นอะไรที่กลุ่มลูกค้าต้องการ เพราะหลายคนรู้สึกว่าอาหารสุขภาพมันไม่อร่อย นายเลยอยากให้ทุกคนปรับมุมมองความคิดว่า อาหารสุขภาพก็อร่อยได้นะ เลยเป็นคอนเซ็ปต์ที่ร้าน”
เทรนด์มาแรง กินอย่างไรให้ Healthy Aging
เชฟนาย มองว่า เทรนด์สุขภาพที่มาแรงและจะไปต่ออย่างต่อเนื่องคือ Healthy Aging หรือ การมีอายุยืนยาวไปพร้อมกับการรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ ซึ่งมาตรวัดที่สำคัญที่สุดคือ การมีมวลกล้ามเนื้อที่ดีและเพียงพอ
คำถามสำคัญคือ “การกินอาหารให้เป็นยา” เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการรักษาสุขภาพหรือไม่? เชฟนายได้ฉายภาพให้เราเห็นถึงหลักการที่ถูกต้องว่า
ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข สัดส่วนอาหารในจานควรเป็น ผัก 50%, โปรตีน 25% และคาร์โบไฮเดรต 25% แต่ถ้าบอกว่าทุกคนกินแบบนี้แล้วเหมาะ จริงๆ ไม่ได้ เพราะว่าแต่ละคนร่างกายมีปฏิกิริยากับอาหารต่างกัน
เธอยกตัวอย่างกรณีพี่สาวที่ทานคีโตแล้วฮอร์โมนไม่ปกติ ทำให้เห็นว่า การปรับอาหารให้เหมาะกับเรา เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ว่าคนอื่นกินแล้วดีแล้วจะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ เธอก็มีทางเลือกให้ เช่น การแนะนำให้ทาน ไข่ผำ เพื่อเสริมวิตามิน B12 ที่ขาดหายไป หรืออย่างที่ร้านมีฤทธิ์เอง ได้ทำซอสเทอริยากิที่ใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนน้ำตาลทราย และเติม โคโค่นัทอะมิโน (กรดอะมิโนจากการหมักมะพร้าว) เพื่อให้กลุ่มลูกค้าวีแกนได้รับโปรตีนครบถ้วน
เจาะ Pain Point ความสุขเล็กๆ ของผู้ป่วยเบาหวาน
กลุ่มผู้ป่วยที่มีข้อจำกัด เชฟนาย เน้นย้ำว่า ต้องปรึกษาคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักกำหนดอาหารก่อน เสมอ หากปรึกษาแล้วคุณหมอบอกว่า ต้องกินแบบ Complex Carbohydrate เพื่อที่จะลดน้ำตาลในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลขนมห้ามกิน สุขภาพทางใจก็สำคัญ การใช้ชีวิตที่ต้องมานั่งเครียดกับเรื่องกิน ใช่ว่าสุขภาพจะดีได้ทั้งหมด
ถ้าเป็นเบาหวานแล้วอยากกินขนมอยู่ จะทำอย่างไรดี? คำตอบของเชฟนายคือ สามารถเลือกของหวานได้ โดยเปลี่ยนประเภทของน้ำตาลที่ไม่มีผลกระทบกับอินซูลินในเลือดมากสักเท่าไหร่
การเปลี่ยนจากน้ำตาลทรายมาใช้ อิริทริทอล หญ้าหวาน หล่อฮังก๊วย หรือแม้แต่น้ำตาลอินทผลัม เป็นการเติมเต็มช่องว่างนี้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานยังมีความสดชื่นเจริญใจกับอาหารหรือขนมได้อยู่
ความต้องการนี้เองที่เป็นช่องโหว่และโอกาสทางธุรกิจ ร้านมีฤทธิ์จึงนำ Pain Point นี้มาสร้างสรรค์เป็นเมนูขนมอย่าง Caramel Rice Flan ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว

อาหารเป็นยาในทุกฤดูกาล รับมือฝุ่นและอากาศเปลี่ยน
เชฟนาย ยังได้แนะนำการกินอาหารเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อย่างช่วงผลัดเปลี่ยนจากหน้าฝนเป็นหน้าหนาว เธอนำเสนอเมนู ไข่ตุ๋นแกงเห็ด 3 อย่าง โดยแนะนำให้ใช้เห็ด 3 ชนิดขึ้นไป เพื่อให้ได้สาร เบต้ากลูแคน ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างครบถ้วน พร้อมเสริมด้วยกระเทียม พริกขี้หนูสวน ที่ให้วิตามินซี โดยใช้น้ำซุปแกงเห็ดแทนน้ำซุปไข่ตุ๋นปกติ


หรือช่วงนี้มีฝุ่นค่อนข้างมาก เธอกล่าวถึงผักที่ช่วยดีทอกซ์ร่างกายและรักษาปอดไม่ให้เสื่อมไปมาก คือ บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี เพื่อไม่ให้การกินน่าเบื่อ เชฟนายยกตัวอย่างเมนูให้เห็นภาพและปรับวิธีการกิน
นำบร็อกโคลีไปลวกให้นิ่มแล้วนำตัวดอกมาผสมกับอะโวคาโด ทำเป็น กัวคาโมเล่ หรือว่าจะเอามาขูดผสมกับมันฝรั่งนิดหน่อย ทำคล้ายๆ แฮชบราวน์ ที่มีส่วนผสมของบร็อกโคลี ทำให้เด็กๆ กินง่ายด้วย
“ปรับวัตถุดิบ ปรับวิธีทำสักหน่อย ได้ทั้งความอร่อยและเมนูที่สุขภาพดีขึ้น ทำให้การกินเพื่อสุขภาพ ไม่น่าเบื่อ”
เร็วๆ นี้ พบกับคลิปสัมภาษณ์ เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เต็มรูปแบบที่เพจ Sentangsedtee – เส้นทางเศรษฐี พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวสายสุขภาพที่ปรับใช้ได้จริง สอดรับเทรนด์มาแรงปี 2026 แล้วจะรู้ว่า “กินของดี ใช่ว่าจะดีสำหรับทุกคนหรือไม่”
