Featured SMEs รอบโลก

ทิ้งเงินเดือนประจำ มาโกยรายได้หลักล้านต่อปี จากพนักงานออฟฟิศ สู่ช่างดอกไม้คิวทอง สร้างแบรนด์อย่างไรให้ปัง จนศิลปินตัวท็อปเรียกใช้บริการ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสภาวะ Quarter-life crisis หรือ วิกฤตหนึ่งส่วนสี่ชีวิต คือภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ความสงสัย และความผิดหวังในชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัย 20-30 ปี ที่มักจะตั้งคำถามกับชีวิตในวัยยี่สิบกลางๆ เช่นเดียวกับ คอลลีน แมคคาร์ธี (Colleen McCarthy) สาววัย 27 ปี ที่ตัดสินใจทิ้งโต๊ะทำงานในออฟฟิศ เพื่อมาจับกรรไกรตัดดอกไม้ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ Colleen Rose Florals ที่กวาดรายได้กว่า 6 ล้านบาท (175,000 ดอลลาร์) ในปีแรก และได้รับเลือกให้จัดช่อดอกไม้ต้อนรับศิลปินระดับโลกอย่าง Sabrina Carpenter และ Katy Perry มาแล้ว

จุดเริ่มต้นจาก “ความชอบ” สู่ “ทางที่ใช่”

หลังจบด้านสิ่งแวดล้อมและการสื่อสารในปี 2020 คอลลีนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหางานช่วงโควิด เธอลงเอยด้วยการทำงานในเอเจนซี่ PR แห่งหนึ่ง ซึ่งเธอมองว่าเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว จนกระทั่งความอึดอัดในสายอาชีพทำให้เธอต้องกลับมาถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้วเราชอบอะไร เราเก่งเรื่องไหน”

คำตอบนั้นอยู่ไม่ไกลตัว คอลลีนคือคนที่ชอบซื้อดอกไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาจัดใส่แจกันในอพาร์ตเมนต์อยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจลองลงเรียนคอร์สจัดดอกไม้พื้นฐานที่ Flower School New York ด้วยค่าเรียนประมาณ 6,000 บาท ($175) และที่นั่นเองอาจารย์ทักเธอว่า “นี่ครั้งแรกจริงๆ เหรอ คุณมีพรสวรรค์มากนะ” คำพูดสั้นๆ นั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอกล้าเดินหน้าต่ออย่างจริงจัง

ในช่วงที่ยังทำงานประจำ คอลลีนใช้เวลาว่างฝึกซ้อมจัดดอกไม้และโพสต์ผลงานลง Instagram, TikTok และกลุ่ม Facebook ในท้องถิ่น เธอเล่าเคล็ดลับว่า 

“ฉันเริ่มบอกทุกคนว่าฉันเป็นช่างจัดดอกไม้ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่มีหน้าร้านหรือความมั่นคงอะไรเลย แต่การบอกตัวเองและคนอื่นแบบนั้น มันช่วยให้โอกาสวิ่งเข้ามาหาได้ง่ายขึ้น”

ออร์เดอร์แรกของเธอมาจากสมาชิกในกลุ่ม Facebook เมื่อเดือนมีนาคม 2023 แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่การที่มีคนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อผลงานของเธอ คือแรงผลักดันมหาศาลที่ทำให้เธอตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทในอีกสองเดือนต่อมา

เมื่อ “งานเสริม” เริ่มใหญ่กว่า “งานประจำ”

พอร์ตโฟลิโอของคอลลีนเริ่มขยายจากงานอีเวนต์แบรนด์ไปสู่งานแต่งงาน จนถึงจุดที่เธอต้องปฏิเสธงานจัดดอกไม้บ่อยขึ้นเพราะติดงานประจำ เธอจึงรู้ว่าถึงเวลาต้องเลือก ในเดือนธันวาคม 2024 เธอตัดสินใจลาออกท่ามกลางความกังวลของครอบครัว แต่สำหรับคอลลีน เธอกลับมั่นใจว่าเธอทำได้

และในปี 2025 ปีแรกที่เธอทำธุรกิจเต็มตัว คอลลีนสร้างรายได้ถึง 6 หลัก (ดอลลาร์) หรือประมาณ 6 ล้านกว่าบาท โดยมีผลงานเด่นคือการได้รับมอบหมายจาก Madison Square Garden ให้จัดดอกไม้ในห้องรับรองของศิลปินตัวท็อปอย่าง Katy Perry, Renee Rapp และโปรเจ็กต์ที่เธอตื่นเต้นที่สุดคือการจัดช่อดอกไม้ให้ Sabrina Carpenter เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เบื้องหลังความสวยงามที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แม้ภาพเบื้องหน้าจะดูหรูหรา แต่ชีวิตจริงของการเป็นช่างจัดดอกไม้คือการตื่นแต่เช้าไปเลือกดอกไม้ที่ตลาดสดในแมนฮัตตัน คอลลีนต้องลงมือเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การ “Process” ดอกไม้ (ริดใบ, ตัดก้าน, ลอกกลีบที่ช้ำ) ไปจนถึงการเช่ารถตู้ขับไปส่งงานเอง

บทเรียนสำคัญที่สุดที่เธอได้รับคือ “การรู้จักขอความช่วยเหลือ” เธอเล่าว่าเคยฝืนทำเองโต้รุ่งจนเสร็จ ทั้งที่จริงๆ ถ้าจ้าง Freelance มาช่วย งานจะเสร็จเร็วขึ้นเท่าตัว

ก้าวต่อไปในปี 2026

เป้าหมายถัดไปของคอลลีนคือการเช่าสตูดิโอแบบถาวรและทำระบบรับดอกไม้รายสัปดาห์ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุกวันนี้เธอมักได้รับข้อความจากมือสมัครเล่นที่ยกให้เธอเป็นแรงบันดาลใจ

“เมื่อก่อนฉันเคยเป็นฝ่ายทักไปหาช่างคนอื่นเพื่อขอคำแนะนำ แต่ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนที่คนอื่นมองหาแล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ใช่เลย นี่แหละคือสิ่งที่ฉันควรจะทำจริงๆ”

ในประเทศไทย ก็มีนักจัดดอกไม้ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและคิวทองไม่แพ้กัน อย่าง “หญิงน้ำปรุง จรุงจิต” หรือ คุณชลัมพ์ ประคองทรัพย์ นักจัดดอกไม้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานเกือบ 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นงาน แต่ง สวด บวช ตาย เรียกได้ว่ากินรอบวง จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลากหลายระดับ

ซึ่งการทำงานในสายอาชีพนี้มากว่า 20 ปีทำให้เธอได้ทั้งทำงานในสิ่งที่รัก มีรายได้ที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายของตัวเอง ได้ดูแลครอบครัว และยังเหลือพอให้ทำบุญทำทาน เหลือขนาดได้เลี้ยงดูคนต่างๆ นานา เรียกได้ว่า อาชีพจัดดอกไม้ให้ความสุขในทุกด้าน

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ หญิงน้ำปรุง จรุงจิต นักจัดดอกไม้มืออาชีพ กว่าจะยืนหนึ่งในวงการ ต้องสู้กับใจตัวเอง

ที่มา https://www.cnbc.com

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 5 มกราคม 2569

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน