จากบทบาทท่านประธานบริษัทสุดเพียบพร้อมในจอ สู่ชีวิตจริงที่กลายเป็นเกษตรกรปลูกพริก
จาง เสี่ยวเล่ย (Zhang Xiaolei) นักแสดงชายชาวจีนวัย 28 ปี ที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากการรับบทประธานบริษัทสุดเย็นชาในละครสั้นมากกว่า 200 เรื่อง ซึ่งตอนนี้เขาต้องเผชิญกับภาวะตกงานเนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI
โดยสำนักข่าว Red Star News รายงานว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา “จาง เสี่ยวเล่ย” ต้องหันไปทำอาชีพเกษตรกรรมในมณฑลชิงไห่ทางตอนเหนือของจีน เพื่อหาเลี้ยงชีพ
จากพระเอกซีรีส์สั้น ตกงานเพราะ AI
เขาเริ่มเข้าสู่วงการจากการมีพื้นฐานด้านการเต้น ก่อนที่เพื่อนจะแนะนำให้รู้จักกับทีมงานถ่ายทำซีรีส์สั้นช่วงปลายปี 2023 นับแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นนักแสดงหน้าประจำของวงการ
โดยผลงานกว่า 200 เรื่องที่เขาแสดงนั้น ถึง 70% เป็นบทบาท “ป้าจง” (Ba Zong) หรือประธานบริษัทผู้เอาแต่ใจและชอบเผด็จการแต่จะแสดงความอ่อนโยนกับคนที่รักเท่านั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวยอดนิยมของซีรีส์สั้นจีน ร่วมกับแนวแก้แค้นเอาคืนและการเกิดใหม่
เขาเล่าว่าตอนนั้นได้สัมผัสช่วงเวลาทองของวงการซีรีส์สั้น ซึ่งเคยยุ่งจนต้องทำงานติดต่อกัน 3 วันโดยไม่ได้พัก และในกลุ่มแชตแคสติ้งนักแสดงก็มีงานเด้งขึ้นมาตลอดเวลา แต่ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เขาได้รับโอกาสแสดงเพียงแค่เรื่องเดียว แถมค่าตัวยังถูกลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวของปีที่แล้ว
อุตสาหกรรมซีรีส์สั้นกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการนำ AI มาใช้สร้างตัวละครเสมือนจริง (Virtual Characters) ส่งผลให้ความต้องการนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริงลดลงอย่างมาก
เมื่อต้นเดือนมีนาคม จางจึงตัดสินใจนำเงินเก็บ 400,000 หยวน (ประมาณ 2 ล้านบาท) ไปลงทุนทำฟาร์มพริกในเมืองไฮ่ตง มณฑลชิงไห่ เหตุผลที่เลือกปลูกพริกเพราะพ่อแม่ของเขามีอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกพริกมานานหลายสิบปี ทำให้เขาซึมซับความรู้ด้านนี้มาพอสมควร
“อาชีพหลักของผมตอนนี้คือปลูกพริกและนำไปขายตามท้องถนน ถ้ามีโอกาสได้แสดงละครผมก็ทำ แต่ถ้าไม่มี ผมก็เป็นแค่เกษตรกรคนหนึ่ง”
เขาโพสต์ลงบนโซเชียลถึงสถานะตกงานของตัวเองว่า “ในละครผมได้ตบหน้าคนอื่น แต่ในชีวิตจริงผมกลับถูกความจริงตบหน้าเข้าอย่างจัง ในซีรีส์ผมมีเงินมหาศาล แต่ในชีวิตจริง แค่ลูกค้าลืมจ่ายเงิน 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) ผมก็กลุ้มใจแล้ว”
ปัจจุบันเขานำผลผลิตไปวางขายในตลาดชนบท ราคาประมาณกิโลกรัมละ 4 หยวน (ประมาณ 20 บาท) พร้อมทิ้งท้ายว่า “ชีวิตมีขึ้นมีลง แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปได้”
บทบาทของ AI ที่สะเทือนวงการบันเทิง
การนำ AI มาใช้นั้นเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตซีรีส์สั้นอย่างมหาศาล รายงานจากเว็บไซต์ Sina.com ระบุว่า ซีรีส์สั้นแบบเดิมที่ใช้นักแสดงจริงมีต้นทุนอย่างน้อย 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท) ต่อหนึ่งตอน
แต่หลังจากนำ AI เข้ามาใช้ ต้นทุนกลับลดลงอย่างมาก โดยสัดส่วนการใช้เทคโนโลยี AI ในการผลิตซีรีส์เพิ่มขึ้นจากเพียง 7% ในปีที่แล้ว มาเป็น 38% ในปีนี้
การพลิกบทบาทของเขากลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า “เป็นการตัดกันที่ยิ่งใหญ่มาก จากประธานบริษัทกลายเป็นเกษตรกร ผมต้องใช้เวลาสักพักเลยกว่าจะปรับอารมณ์ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้”
ขณะที่อีกรายแสดงความเห็นว่า “ฉันไม่ชอบตัวละครเสมือนจริงเลย มันดูไม่จริงและทำให้รู้สึกอึดอัด ฉันคิดว่านักแสดงที่เป็นคนจริงๆ อย่างจาง เสี่ยวเล่ยน่าจะยังพอมีโอกาสในอนาคต”
ที่มา : South China Morning Post
