Featured SMEs รอบโลก

ยอมเป็นหนี้ 7 ล้าน เปิดร้านไอศกรีมเครื่องเทศอินเดีย สาววัย 42 ปี ปั้นแบรนด์ Malai ฉีกรสชาติเดิมๆ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน

หลายคนอาจมีความฝันในวัยเด็ก แต่สำหรับ Pooja Bavishi (ปูจา บาวิชี) เธออาจจะเริ่มต้นตามฝันช้ากว่าคนอื่นสักนิด เพราะการเริ่มต้นในวัย 30 กว่าๆ ของเธอกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการไอศกรีมในนิวยอร์กได้อย่างน่าทึ่ง 

ปัจจุบัน ปูจา อายุ 42 ปี เป็นเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท Malai แบรนด์ไอศกรีมจากบรูคลิน ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2015 ธุรกิจนี้มีร้านค้าปลีก 4 แห่งในนิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย และวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงธุรกิจค้าส่งและอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา Malai ทำยอดขายรวมกว่า 2.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท)

จุดเด่นของธุรกิจนี้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงคือรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจากครอบครัวชาวอินเดียที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ

“Malai แตกต่างจากที่อื่นเพราะเราไม่ได้จำกัดแค่ช็อกโกแลตและวานิลลา เรามีการเพิ่มรสชาติอื่น อย่างเช่น กระวาน กุหลาบ หญ้าฝรั่น และจันทน์เทศ ซึ่งเป็นรสชาติที่คนทั่วโลกคุ้นเคย แต่เราต้องการทำให้มันกลายเป็นรสชาติหลักในอเมริกา” เธอกล่าว

จุดเริ่มต้นไอศกรีมรสชาติอินเดีย

ก่อนจะมาทำธุรกิจไอศกรีม ปูจา เรียนจบด้านการวางผังเมืองจาก LSE และเคยทำงานเป็นผู้ประสานงานในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2014 ขณะที่เธอเรียนต่อ MBA เธอลองทำไอศกรีมรส “ขิงและโป๊ยกั๊ก” ให้เพื่อนๆ ทานในงานปาร์ตี้ ทุกคนที่บอกว่า “ไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน” จากเหตุการณ์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

ตลอดระยะเวลา 12 ปีต่อมา แม้ว่าเธอจะไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารเลย แต่เริ่มต้นจากทดลองขายไอศกรีมโฮมเมดตามตลาดทั่วเมืองนิวยอร์ก 

แบรนด์ Malai เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2015 เธอใช้เงินจากงบซื้อของเข้าบ้านมาทำไอศกรีมในครัวตัวเอง และไปตั้งบูธขายตามตลาดนัดในวันเสาร์ เธอกล่าวเสริมว่า เธอต้องเกณฑ์เพื่อนๆ มาช่วยตักไอศกรีมและแจกแบบสอบถาม เพื่อดูว่าลูกค้าชอบอะไรและมีพฤติกรรมการซื้ออย่างไร

“เราต้องแน่ใจว่ามีตลาดรองรับโปรดักต์ที่ทำ และต้องรู้ให้แน่ชัดว่าลูกค้าคือใคร กำลังมองหาอะไร พฤติกรรมการซื้อเป็นแบบไหน เพราะหากเราไม่มีข้อมูลเหล่านี้ เราก็จะไม่มีธุรกิจที่ยั่งยืน”

ซึ่งความแปลกใหม่นี้ได้ไปสะดุดตานักเขียนคอลัมน์อาหารจาก The New York Times ซึ่งนำไปสู่การที่ Malai ได้รับการกล่าวถึงในสื่อกระแสหลักเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยดันยอดขายออนไลน์ให้พุ่งกระฉูดตั้งแต่เปิดตัว

ความเสี่ยงที่คุ้มค่า

การขยายธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังจากนั้นเธอเริ่มใช้บัตรเครดิตเพื่อเป็นทุนในการเติบโตของแบรนด์ Malai โดยใช้เพื่อเปิดหน้าร้านแห่งแรกในย่าน Carroll Gardens บรูคลิน

เธอต้องแบกรับ หนี้บัตรเครดิตสูงถึงประมาณ 200,000 ดอลลาร์ (ราว 7 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวมาก และใช้เวลาถึง 2 ปีกว่าจะชำระหนี้ได้หมด

แต่ทว่าความกล้าเสี่ยงในวันนั้นกลับให้ผลตอบแทนมหาศาล โดยในปี 2025 Malai มียอดขายรวมสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) และเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปี 2024

“ในปีเดียวกันนั้น ธุรกิจค้าส่งและอีคอมเมิร์ซของบริษัท ซึ่งรวมถึงการขายให้กับร้านขายของชำและผ่านผู้ค้าปลีกออนไลน์อย่างโกลด์เบลลี มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้แบรนด์ที่เพิ่มขึ้น” เธอกล่าว

เป้าหมายต่อไป

แม้ต้องแข่งกับยักษ์ใหญ่ในตลาดไอศกรีมโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์ แต่เธอมองว่านี่คือความท้าทาย

เธอต้องการให้ไอศกรีมรสชาติอินเดียเลิกถูกมองว่าเป็น “ของแปลก” หรือ “รสชาติสำหรับเฉพาะกลุ่ม”“รสชาติอินเดียไม่ใช่เรื่องของการทดลอง” เธอย้ำ “มันคือรสชาติที่คนหลายพันล้านคนทั่วโลกกินกันมาหลายชั่วอายุคน การที่เรานำมันมาสู่ตลาดหลักของอเมริกาและเป็นผู้นำในด้านนี้ คือสิ่งที่เราภูมิใจที่สุด”

ปัจจุบัน Malai ไม่ได้หยุดแค่การมีหน้าร้าน แต่กำลังรุกตลาด Wholesale (ขายส่ง) โดยวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตและแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Goldbelly ซึ่งยอดขายส่วนนี้เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวในปีที่ผ่านมา

ที่มา : CNBC

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน