Featured รอบโลก

Niu Lai แอนิเมชันจีนที่ทุกคนบอกว่าห่วย ไม่มีแม้กระทั่งโปสเตอร์หนัง พนักงานต้องวาดกันเอง แต่คนเข้าไปดูจนรายได้ชนหนังฟอร์มยักษ์

ใครจะไปเชื่อว่าแอนิเมชันที่หลายคนดูแล้วบอกว่า “มันแย่” แต่ตอนนี้กลับทำรายได้ตีคู่มากับหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์อย่าง The Odyssey ของคริสโตเฟอร์ โนแลน และ Spider-Man: Brand New Day ได้อย่างหน้าตาเฉย?

นี่คือเรื่องราวของ “หนิวไหล” (Niu Lai / 牛来 – วัวมาแล้ว) ภาพยนตร์อนิเมชันม้ามืดแห่งปีของจีน ที่กำลังกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้งความแย่ก็กลายเป็นจุดขายที่ทรงพลังที่สุดได้เหมือนกัน

Niu Lai เป็นอนิเมชัน 3D ความยาว 86 นาที เล่าเรื่องราวการผจญภัยของลูกวัวขี้กลัวที่ใช้ชีวิตเซฟโซนอยู่กับแม่และฝูง ตามนกจาบฝนไปจนพลัดหลงเข้าสู่ดินแดน ความฝันอันยาวนาน ต้องผจญภัยและเผชิญหน้ากับงูวิเศษ ฝูงหมาป่า และมนุษย์ที่เข้ามาทำลายป่า และได้พบเพื่อนใหม่คือ เป่าล่า เสือดาวที่คอยปกป้องและช่วยเหลือกัน

หนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ทว่าในช่วง 10 วันแรก กลับทำรายได้ไปเพียง 7,700 หยวน (ประมาณ 38,000 บาท) และมีคนซื้อตั๋วดูทั่วประเทศไม่ถึง 300 คน เนื่องจากไม่มีทั้งการเดินสายโปรโมต การประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า

แต่จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อชาวเน็ตเริ่มพูดถึง “ความห่วย” ของงานภาพที่ดูแข็งทื่อเหมือนงานเด็กฝึกหัด 3D บทสนทนาสุดเดดแอร์ และเสียงประกอบสุดประหลาด ความดิบขั้นสุดนี้ถูกนำไปทำเป็น มีม (Meme) ล้อเลียนจนโด่งดังเป็นพลุแตก ส่งผลให้คนแห่ซื้อตั๋วเข้าไปดูด้วยตาตัวเอง 

เมื่อความต้องการตั๋วพุ่งสูงขึ้น โรงภาพยนตร์หลายแห่งต้องเพิ่มรอบฉายกันยกใหญ่ความพีคคือ หนังเรื่องนี้ ไม่มีโปสเตอร์โปรโมตอย่างเป็นทางการ ทำให้พนักงานโรงหนังต้องลงมือวาดโปสเตอร์ด้วยตัวเอง เพื่อนำมาติดดึงดูดสายตาผู้คน

ล่าสุดเว็บไซต์ Mao Yan รายงานว่าหนังเรื่องนี้ฟันรายได้ทะลุ 14.9 ล้านหยวน (ราว 73 ล้านบาท) ไปแล้วเรียบร้อย

เบื้องหลังการสร้างสุดทรหด

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ ผู้ชมหลายคนกลับมองว่างานภาพที่ดูงกๆ เงิ่นๆ ของ Niu Lai คือเสน่ห์แห่งความแฮนเมดที่ AI เลียนแบบไม่ได้ 

และมันเป็นงานทำมือจริงๆ เพราะเบื้องหลังหนังเรื่องนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี โดยฝีมือคนเพียง 2 คน คือ ซิน ยวี่เหมิง (Xin Yumeng) และ ซุน ลี่ฟาง (Sun Lifang) ซึ่งคาดว่าเป็นแม่ลูกกัน ทั้งคู่เหมาทำทุกตำแหน่ง ตั้งแต่เขียนบท, กำกับ, พากย์เสียง ไปจนถึงอำนวยการสร้าง

นับว่าเป็นขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแอนิเมชันฟอร์มยักษ์เทคนิคตระการตาที่เคยครองใจคนจีนอย่าง นาจา 2 (Ne Zha 2)

ขณะที่บุคลากรในวงการภาพยนตร์จีนรายหนึ่ง ให้มุมมองว่า Niu Lai มีความพิเศษตรงที่ “มันห่วยในทุกมิติเท่าที่จะจินตนาการได้ ทั้งเนื้อเรื่อง เอฟเฟกต์ และเกือบทุกองค์ประกอบที่หนังเรื่องหนึ่งควรจะมี แต่ตลกร้ายที่สิ่งนี้แหละกลับดึงดูดความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นของคนดู”

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Niu Lai ก็ไม่ได้เป็นที่ยินดีของทุกคนในวงการ นักวิจารณ์บางส่วนมองว่าความนิยมของหนังเรื่องนี้แย่งพื้นที่และรายได้ไปจากภาพยนตร์คุณภาพสูงเรื่องอื่น และคนในวงการรายเดิมยังทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า 

“ความสำเร็จของ Niu Lai รู้สึกเหมือนเป็นความอับอายของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนเลยทีเดียว”

ท้ายที่สุด ซิน ยวี่เหมิง ยืนยันว่ากระแสทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการปั่นมาร์เก็ตติ้งแต่อย่างใด (เพราะไม่มีเงินทำ) เขาน้อมรับทุกคำติชม และได้ประกาศเริ่มโปรเจกต์อนิเมชันเรื่องใหม่ในชื่อ Yang Gao (Sheep High – แกะสูง) เป็นที่เรียบร้อย

พร้อมกับทิ้งท้ายอย่างติดตลกว่า “ครั้งนี้ พวกเราคงไม่ต้องรอถึง 5 ปีแล้วครับ”

อ้างอิง

Theguardian

BBC

Independent

Related Posts