ในวันที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจในฐานะทายาทรุ่นสามของโรงแรมอลิซาเบธ “คุณเปา – สุรกิจ เมธานุกิจ” ต้องเผชิญกับวิกฤตและช่วงขาลงของธุรกิจที่ยากเกินรับมือ
ทว่า เขากลับพลิกเกมด้วยกลยุทธ์ CEO Branding แบบจับพลัดจับผลู ลุกขึ้นมาปั้นคอนเทนต์นำเสนอเรื่องราวของโรงแรมในมุมต่างๆ จนสามารถกอบกู้ธุรกิจและพาโรงแรมกลับมาเป็นที่รู้จักได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การทำคอนเทนต์ของคุณเปาไม่ได้หยุดอยู่แค่การโปรโมตธุรกิจตัวเอง เขายังใช้พื้นที่บนโลกออนไลน์พาคนไปรู้จักร้านค้าและธุรกิจรอบโรงแรม ผ่านคอนเทนต์ “รีวิวเพื่อนบ้าน” ในย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย
ด้วยเป้าหมายอยาก “อยากให้โรงแรมเป็น Destination ของต่างชาติ บินมากินราดหน้า แล้วเดินเที่ยวสะพานควายต่อ”
รีวิวเพื่อนบ้านและของดีในย่าน
“ถ้าเราดีคนเดียว มันก็ยังไงๆ อยู่ แต่ถ้าดีไปด้วยกันทั้งย่าน ผมว่าดีมากเลย สมมติเราทำสำเร็จสะพานควายเป็นบรรทัดทองสาขาสอง มันดีทั้งต่อพ่อค้าแม่ค้า ดีทั้งต่อลูกค้าเราด้วย แล้วก็ทำให้ย่านนี้มีชื่อเสียง” คำบอกเล่าของคุณเปาที่อยากเติบโตไปพร้อมกันทั้งย่านและชุมชน
ก่อนเล่าย้อนไปถึงเสน่ห์ของย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีสตรีทฟู้ดที่โดดเด่นเต็มไปด้วยของกินมากมาย รสชาติอร่อย และราคาไม่ค่อยแพง
โดยเฉพาะช่วงกลางคืนจะเต็มไปด้วยร้านค้าที่เปิดไฟกันสว่างไสว จะได้เห็นบรรยากาศจอดรถข้างทางแวะซื้อของกิน อีกทั้งเป็นทำเลที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ใกล้สวนจตุจักรตลาดนัดชื่อดัง และสามารถเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟฟ้าได้ไม่ยาก
“สะพานควายมีของอร่อยเยอะ เดินเลี้ยวซ้ายมีขนม เลี้ยวขวามีของคาว ฝั่งตรงข้ามมีตลาดด้วย เรารีวิวโรงแรมตัวเองเยอะแล้ว เดี๋ยวไปรีวิวเพื่อนบ้านบ้างดีกว่า
ลูกค้ากินราดหน้าเสร็จสามารถเดินไปซื้อของกินฝั่งตรงข้ามต่อได้เลย ผมไล่เดินรีวิวไปทั่ว ทำหลายคลิปด้วย คนดูเยอะมาก คนที่เห็นคอนเทนต์ก็ตามมากิน” คุณเปาเล่าเสริม
นอกจากนี้เขายังผุดโครงการสร้างสีสันให้กับโรงแรมและลูกค้า โดยเปิดพื้นที่ให้รถฟู้ดทรักเข้ามาจอดขายแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งโครงการนี้จบไปราวสองเดือนก่อน และจะเป็นโครงการที่นานๆ ทำที เพราะกลัวลูกค้าโรงแรมไม่มีที่จอดรถ
“ผมให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายของฟรี หลังประกาศมีคนทักเข้ามาจนตอบไม่ทันเป็นร้อยๆ เลย ร้านที่เลือกมาก็จะเป็นอาหารใหม่ๆ ที่เราไม่มีขาย เช่น อาหารเกาหลี กาแฟพรีเมียม ทำเพื่อให้เป็นสีสันให้คนในซอยหรือลูกค้าเรา” เขาเล่าเสริม
ฟังเสียงลูกค้า เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
“ผมชอบการฟังเสียงลูกค้า เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ เพราะบางทีเราไม่เคยรู้เลยว่าลูกค้าคิดอะไรกับเรา แต่พอปรากฏตัวบนโซเชียล ทำให้มีความใกล้ชิด ลูกค้าก็กล้าบอกปัญหาตรงๆ และนำมาปรับปรุงได้ตรงจุด ทำให้แบรนด์เราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าและเกิดเป็นความเอ็นดู”
หลังรับฟังเสียงของลูกค้า คุณเปาจะนำเสียงสะท้อนเหล่านั้นมาปรับปรุงและพัฒนาทันที เช่น เปลี่ยนฝักบัวรุ่นเก่าให้ใช้งานสะดวกขึ้น ทุบประตูเชื่อมเพราะลูกค้าเกิดความไม่สบายใจแม้ประตูจะมีกลอนก็ตาม หรือเปลี่ยนป้ายโรงแรมที่เกิดสนิม
“เราเป็นโรงแรมรุ่นเก่าแก่ ห้องเริ่มต้นจะเป็นฝักบัวก้านแข็งที่ฝังอยู่บนกำแพง เวลาอาบน้ำต้องเอี่ยวตัวไปเอี่ยวตัวมา ลูกค้าก็คอมเพลนว่าไม่สะดวก อยากได้ฝักบัวถือ ฝักบัวสายอ่อน ผมก็พยายามหาวิธีทำ วิ่งไปบุญถาวรบ้าง โฮมโปรบ้าง ไปถามเขา มีกี่แบรนด์ถามหมด
มันมีข้อต่อที่สามารถต่อได้โดยที่เราไม่ต้องทุบห้องทิ้ง สองร้อยกว่าห้องเราทุบไม่ไหว ผมเลยรีบซื้อรีบทำให้ลูกค้าเลย ทำเสร็จก็ถ่ายให้เขาดู ลูกค้าก็แฮปปี้”
คุณเปามักอัปเดตความคืบหน้าการปรับปรุงโรงแรมผ่านโซเชียล ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความจริงใจและใส่ใจของโรงแรม
เขายังบอกอีกว่า ช่องทางออนไลน์ยังเปรียบเสมือนแบบสำรวจความคิดเห็น หากปัญหาไหนมียอดกดไลก์ในคอมเมนต์จำนวนมาก แปลว่าเรื่องนั้นควรได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

โรงแรมอลิซาเบธที่ผูกพัน
คุณเปาย้อนความทรงจำวัยเด็กให้ฟังว่าบริเวณล็อบบี้คือสถานที่ที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เพราะมาวิ่งเล่นทุกวันในช่วงปิดเทอม โดยเฉพาะเมื่อรอคุณพ่อเลิกงานช่วง 5 ทุ่ม
นอกจากนี้ยังจำภาพความคึกคักของโรงแรมในยุครุ่งเรืองได้ดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งฝรั่งและจีนแวะเวียนมาพักไม่ขาดสาย
เพราะยุคนั้นถือเป็นโรงแรม 3 ดาว บริการดี ราคาไม่แพง ค่าห้องราว 700-800 บาท
และจากเด็กชายที่วิ่งเล่นในล็อบบี้ ก็กลายเป็นทายาทรุ่นสามเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว
“พ่อแม่ปลูกฝังว่าอนาคตเดี๋ยวเรามาช่วยกัน มาทำธุรกิจครอบครัว รู้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะผมเป็นลูกชายคนโต และเราก็ชอบธุรกิจนี้อยู่แล้วด้วย” เขาเล่าเสริม

ทว่า ในช่วงที่เข้ามาบริหารธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลงท่ามกลางเศรษฐกิจทรงตัวยังไม่ค่อยฟื้นจากโควิดระบาด ทำให้เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย และต้องกอบกู้โรงแรมกลับมาให้ได้
ซึ่งเขาเลือกใช้กลยุทธ์ CEO Branding ในแบบจับพลัดจับผลู หลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคอนเทนต์
“ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีเงินแล้ว เพราะเสียหายไปหลายล้าน ในใจคิดแค่ว่า ผมจะต้องหาลูกค้ามาพักโรงแรม มาทานอาหารให้ได้ ตอนนั้นหาลูกค้าจากเฟซบุ๊กแต่ว่ามันไม่พอ จนมาเจอติ๊กต็อก เลยลองโพสต์ลงไป ทีนี้มันจับพลัดจับผลูกลายเป็น CEO Branding ไปโดยปริยาย ด้วยความไม่ตั้งใจ”
และจากการเริ่มทำคอนเทนต์ ก็ทำให้โรงแรมอลิซาเบธกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง
โรงแรมอลิซาเบธในยุคของทายาทรุ่นสาม ไม่เพียงโดดเด่นเรื่องที่พักที่มีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา แต่ยังมี “ราดหน้า” เมนูเด็ดที่อยู่คู่โรงแรมมานานกว่า 30 ปี เป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ และมีส่วนช่วยพยุงธุรกิจอีกด้วย
จากเรื่องราวของโรงแรมอลิซาเบธสะท้อนให้เห็นว่า การสานต่อธุรกิจครอบครัวในวันที่ธุรกิจอยู่ในช่วงขาลง อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนครั้งใหญ่ แต่เริ่มได้จากการมองหาวิธีใหม่ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้า ใช้ตัวตนของผู้บริหารสร้างความใกล้ชิดกับผู้คน และนำเสียงของลูกค้ามาปรับปรุงธุรกิจอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันการเติบโตของธุรกิจก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่สามารถพาธุรกิจรอบข้างและชุมชนเติบโตไปด้วยกันได้
