Exclusive Featured SMEs

“ป้านวล” แชตบอตจดรายรับรายจ่าย พัฒนาโดยพนักงานเงินเดือนหลักแสน ที่อยากจริงจังกับการบริหารเงิน

“เราเชื่อว่าการจดรายรับรายจ่ายควรเข้าถึงได้ทุกคน”

นี่คือหมุดหมายสำคัญของ คุณกรีน-วริศ กสิตานนท์ Co-Founder & CEO ของ “ป้านวล” แชตบอตบันทึกรายรับ-รายจ่ายบน Line ที่กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนด้านการจัดการเงินของคนไทย ปัจจุบันมียอดผู้ใช้ทะลุ 5 แสนคน

จุดเริ่มต้นจากปัญหาจริง

คุณกรีนเล่าย้อนกลับไปในวันที่เขายังโลดแล่นอยู่ในวงการ Tech และสินทรัพย์ดิจิทัล ที่แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างรวดเร็วจนทะลุหลักแสนบาท แต่กลับมีจุดสะกิดใจสำคัญที่ทำให้ต้องหยุดคิด

“เราเงินเดือนหลักแสน แต่กลับรู้สึกว่ายังไม่ได้สะสมหรือยังไม่ได้จริงจังกับการบริหารเงินเลย ทั้งๆ ที่ก็ทำงานอยู่ในฝั่งลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล”

วิธีแก้ปัญหาที่ดูเหมือนจะง่ายที่สุดคือ “ต้องรู้ก่อนว่าใช้อะไรไปบ้าง” เขาพยายามดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบริหารการเงินสารพัดที่มีในตลาด แต่กลับใช้ได้ไม่เคยเกินสัปดาห์ เพราะรู้สึกยังไม่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ

ในเมื่อแอปในตลาดไม่ตอบโจทย์ คุณกรีนจึงตัดสินใจลองเขียนแชตบอตขึ้นมาเอง โดยนำ AI มาเชื่อมต่อกับ LINE OA แพลตฟอร์มที่ทุกคนใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

“ชีวิตเรายุ่ง แล้วการใช้แอปมันไม่ได้ตอบโจทย์พฤติกรรม หรือว่าไม่ได้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเราขนาดนั้น ก็เลยลองเขียนเป็นแชตบอตขึ้นมา นำ AI ไปเชื่อมกับไลน์ ตอนเริ่มจดแรกๆ เราคิดได้เลยว่าพฤติกรรมแบบนี้สามารถทำได้ง่ายเลย”

ไวรัลถล่มทลาย จนรับมือไม่ทัน

หลังจากซุ่มพัฒนาและลองผิดลองถูกร่วมกับทีม โปรเจ็กต์เล็กๆ นี้ก็เริ่มถูกส่งต่อให้กลุ่ม KOL และ Content Creator ได้ทดลองใช้ ผลลัพธ์คือเกิดกระแสไวรัลข้ามคืน ผู้ใช้งานพุ่งจากหลักหมื่นสู่ หลักแสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว จนระบบแทบรับไม่ทัน

ทว่าในจังหวะที่ป้านวลกำลังเติบโต บริษัทประจำที่คุณกรีนทำงานอยู่ก็ประกาศเลิกจ้างกะทันหัน

“ตอนนั้นก็คิดว่าจะกลับไปทำงานประจำดีไหม ดูเหมือนจะมั่นคง แต่ความจริงแล้วเราอาจจะโดนเลิกจ้างเมื่อไหร่ก็ได้”

ในขณะเดียวกันอีกฝั่งหนึ่ง (ป้านวล) ที่ได้มีการเริ่มทำไปแล้ว มันก็มีแสงปลายทางอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันจะใหญ่ขนาดไหน เลยลองตัดสินใจที่จะเสี่ยงทำดู ความรู้สึกในตอนนั้นก็คิดว่า “โอกาสมันมาแล้ว ถ้าเราปล่อยโอกาสไปแล้ววิ่งเข้าไปหาความมั่นคง เราอาจจะไม่มีโอกาสมาทำแบบนี้อีก”

คุณกรีนจึงตัดสินใจปฏิเสธการกลับไปเป็นพนักงานประจำ แล้วเดินหน้าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างจริงจัง 

ทำไมต้องชื่อ “ป้านวล” ?

เมื่อโจทย์คือการสร้างแชตบอตบันทึกรายรับรายจ่าย ภาพจำของคุณกรีนที่มีต่อนักบัญชีคือ พี่ผู้หญิงหรือป้าดุๆ สักคนที่คอยตรวจเช็กเรื่องเงินๆ ทองๆ

“ตอนแรกคิดอยู่นานว่าจะใช้ชื่อว่าอะไรดี บวกกับคอนเซ็ปต์ของการจดรายรับรายจ่ายหรือนักบัญชี มันต้องเป็นผู้หญิง ต้องเป็นคนๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นเราอยากให้แชตบอตมันมีตัวละคร”

ส่วนชื่อ “นวล” ถอดแบบมาจากคนใกล้ตัว เป็นพี่ที่เขามาทำความสะอาดในคอนโด แล้วเขาเป็นคนคุยเก่งอยู่แล้ว เลยคิดว่าเป็นชื่อที่น่าสนใจ เป็นชื่อที่ไทยมากๆ ถ้าเราตั้งชื่อว่า “ป้านวล” คนที่เข้ามาใช้จะรู้เลยว่าคนไทยทำ

ระบบจดการเงินที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่

“ป้านวลเป็นระบบจดรายรับรายจ่ายที่ง่ายที่สุดในโลก ไม่ต้องโหลดแอป ใช้ภาษาบ้านๆ ใช้ภาษาธรรมชาติของเราจดรายรับรายจ่าย บอกได้เลยว่าเราไปใช้ตังค์อะไรมา แล้วป้านวลเขาจะแยกคัดกรองตามหมวดให้เอง”

จุดเด่นที่ทำให้ป้านวลครองใจผู้ใช้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กนักเรียน พ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงผู้บริหาร คือ “ความง่าย” ที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลยว่าต้องพิมพ์ยังไง เพียงแค่พูดตรงๆ ว่าไปทำอะไรมา

ตัวอย่างเช่น กินก๋วยเตี๋ยว ก็พิมพ์ว่าไปกินก๋วยเตี๋ยว 50 บาท ป้านวลก็จะทำการจัดไปอยู่ในหมวดอาหารให้ทันที 

ซึ่งหลายคนที่เริ่มมาจดกับป้านวล จะเห็นเลยว่าค่าใช้จ่ายที่เขาหมดไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือการสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น มันมีเยอะกว่าที่ควร 

แล้วค่าใช้จ่ายที่เขาต้องการในการดำรงชีวิตจริงๆ มันไม่ได้เยอะขนาดนั้น ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แล้วก็ปิดหนี้ ปิดบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น แล้วก็ลดการพนันลงได้เช่นกัน

ซึ่งหลังจากที่ทำมาก็ทำให้เห็นเลยว่า ป้านวล สามารถเข้าถึงได้ในทุกกลุ่มช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กนักเรียนในโรงเรียน คุณครูที่เอาป้านวลไปใช้ฝึกทำรายรับรายจ่ายในห้องเรียน ไปจนถึงคนมีธุรกิจ หรือแม้กระทั่งผู้บริหารที่ต้องการจดรายรับรายจ่าย ที่ง่ายแล้วเหมาะสมสำหรับชีวิตเขา 

“การจดรายรับรายจ่ายไม่ได้เป็นสิ่งใหม่ ในโรงเรียนก็จะมีการสอนให้นักเรียนจดในสมุด แต่ต้องใช้วินัยกับความต่อเนื่อง ซึ่งถ้าพฤติกรรมไม่คล้องจองกับการจดจะทำให้เราขาดตอนไป แล้วถ้าจดไม่ครบ ข้อมูลที่จดไปก็จะไม่มีคุณค่า” 

คุณกรีนเล่าต่อว่า หลายๆ ครั้งคนที่มาเริ่มลองใช้มานวล ตอนแรกยังไม่รู้เลยว่าป้านวลทำอะไร แต่พอเขาเห็นเรื่องราว เขาจึงเปิดใจว่า “โอเค ลองใช้ก็ได้”

หลักคิดการบริหารเงิน

“ทุกคนอยากเก็บเงินแต่ผมคิดว่าการที่เราตั้งเป้าว่าเก็บเงิน มันอาจจะเร็วไปสำหรับบางคน อย่างแรกเลยมันต้องรู้ก่อนว่าเราใช้กับอะไร”

การจดรายรับรายจ่ายเป็นสเต็ปต์แรกที่จะรู้ว่าการเงินของเราเป็นยังไง พอรู้แล้วว่าเป็นยังไง สิ่งที่ทำต่อไปก็คือ “ทำอย่างไรให้มันงอกเงย?”

คอนเซ็ปต์การเก็บเงินง่ายๆ จะมีคอนเซ็ปต์ 50:30:20 

– 50% คือ เงินที่เราใช้กับสิ่งที่จำเป็น เช่น ค่าเช่า อาหาร การเดินทางที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน 

– 30% คือ การที่เราให้ตัวเองใช้ในการมีความสุข เช่น ไปดูหนัง ซื้อมัจฉะลาเต้ เป็นต้น

– 20% คือ การเอาไปลงทุนหรือการออม

“การจดรายรับรายจ่าย เราสัญญาไม่ได้ว่าจะเก็บเงินมากขึ้น แต่เราจะรู้เลยว่า ใช้เงินกับอะไร การที่จดอย่างสม่ำเสมอ จดอย่างน้อยสามเดือน จะรู้แล้วว่าเบสไลน์ ใช้ประมาณเดือนละประมาณนี้แหละ แต่ถ้าเดือนไหนมันเกิน เราจะรู้แล้วว่าโอเคต้องมานั่งคิดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

Related Posts

โลกไม่ได้ถามแค่ “สินค้าราคาเท่าไร” แต่ถาม “ปล่อยคาร์บอนเท่าไร” กฎสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมหรือยัง?
ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก
ชวนปักหมุด “ร้านอีสานไวบ์ดี” นั่งกินของแซ่บ ฟังหมอลำม่วนๆ สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ