Featured PR News

TikTok เปิดอินไซต์นักช้อปไทย ‘เสิร์ช-ค้นพบ-ช้อป’ ตลอดปี

วันที่ 9 กันยายน 2569 TikTok เผยเทศกาล Mega Sales ในไทยกำลังเปลี่ยนโฉมจากแค่อีเวนต์ลดราคาสินค้าไปสู่ “โมเมนต์แห่งการช้อปตลอดทั้งปี” เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้ใช้เวลาค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบมากขึ้นก่อนตัดสินใจกดซื้อ

“การค้นหา” และ “การค้นพบ” หัวใจสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

TikTok กลายเป็นช่องทางหลักของผู้บริโภคในการค้นหาไอเดียสร้างสรรค์ มองหาสินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ และตัดสินใจซื้อครบจบในที่เดียว โดยเฉพาะช่วง Mega Sales นักช้อปกว่า 83% ใช้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มในการเสิร์ช ขณะที่ฟีเจอร์อย่าง TikTok Shop Tab, TikTok LIVE และวิดีโอสั้นเป็นช่องทางหลักในการค้นพบสินค้า

แบบสำรวจยังพบว่า นักช้อปเริ่มวางแผนการซื้อเฉลี่ยล่วงหน้า 2.8 วันก่อนทำรายการสั่งซื้อ และ 6 ใน 10 ระบุว่าพวกเขาเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือโปรโมชันซ้ำ 2–3 ครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ

โดยมีพฤติกรรมการ ‘เสิร์ชแล้วช้อป’ เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน 58% ค้นหาสินค้าช่วงเย็น 43% ค้นหาช่วงกลางคืน และ 42% ค้นหาตอนกลางวัน เผยให้เห็นพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเกิดจากการคิดและเปรียบเทียบมาแล้วเป็นอย่างดี

ในปี 2568 มีการเสิร์ชเพื่อช้อปปิ้งสูงถึง 107 ล้านครั้ง และเติบโตขึ้นถึง 175% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การค้นหาส่วนใหญ่มุ่งไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. โปรโมชันและส่วนลด
  2. สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น จัดส่งฟรี, สินค้าจัดเซ็ต (Bundles), ของแถม และคูปอง
  3. สินค้าหรือความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น สินค้าขายดี, สินค้าติดเทรนด์ และสินค้าตามเทศกาล

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business, ประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคไทยไม่ได้ชะลอการใช้จ่าย แต่มีความพิถีพิถันและตั้งใจมากขึ้นในการเลือกว่าจะซื้อสินค้าอะไร ที่ไหน และอย่างไร แบรนด์ที่เข้าถึงนักช้อปได้ก่อนเริ่มแคมเปญ ด้วยคอนเทนต์ที่ตรงใจและจริงใจ จะมีความได้เปรียบในการเปลี่ยนความต้องการซื้อในช่วง Mega Sales ให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจ”

4 กลยุทธ์สร้างการเติบโตช่วงเทศกาล Mega Sales

TikTok สรุป 4 แนวทางสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนี้

1. เริ่มแผนการตลาดก่อนวันแคมเปญ: แบรนด์ควรเริ่มกระตุ้นสร้างความต้องการซื้อของผู้บริโภคก่อนวันเซลล์จริง และลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงพีคต่างๆ ของแคมเปญ TikTok ชี้ว่า แบรนด์ที่เริ่มก่อนแคมเปญสามารถสร้างยอดขายรวม (GMV) เพิ่มขึ้นถึง 2.8 เท่า และแบรนด์ที่ทำกิจกรรมทางการตลาดตลอดช่วงพีคของแคมเปญสามารถดันยอดขายสูงกว่าช่วงปกติถึง 2.3 เท่า

2. วางกลยุทธ์ Ads ครอบคลุมทุก Funnel: ตั้งแต่แคมเปญเพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness), กระตุ้นให้เกิดการพิจารณา (Consideration) และตัดสินใจซื้อ (Conversion) ต้องทำงานร่วมกันภายใต้กลยุทธ์เดียว การใช้โฆษณาบน TikTok ช่วยเพิ่มอัตราการเข้าถึงผู้ชมใหม่และสร้างความตั้งใจซื้อล่วงหน้า ขณะที่ฟีเจอร์โฆษณาอย่าง GMV Max ช่วยปิดการขายไปที่ TikTok Shop โดยตรง

โดยค้นพบว่าแคมเปญที่ใช้ Consideration Ads ร่วมกับ GMV Max สามารถเพิ่มอัตราการคลิกสินค้าใส่ตะกร้าได้ 1.2 เท่า, ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 11.5 เท่า และเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย 7.2 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้ GMV Max เพียงอย่างเดียว

3. พร้อมปล่อยคอนเทนต์ดันยอดตลอดแคมเปญ : แบรนด์ต้องผสมผสานการใช้วิดีโอสั้น, คอนเทนต์จากครีเอเตอร์, คลิปรีวิวสินค้า และไลฟ์สตรีมตามธีมที่วางไว้ เพื่อดึงดูดความสนใจนักช้อปตลอด Journey ด้วยการใช้รูปแบบ Video-to-LIVE ของ TikTok จะช่วยเปลี่ยนการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ให้เป็นยอดขายแบบเรียลไทม์ พร้อมเพิ่มจำนวนการแสดงผลโฆษณาในไลฟ์สตรีมได้ถึง 75% ขณะที่ 82% ของผู้ชมวิดีโอไม่เคยเข้าถึงผ่านไลฟ์สตรีมมาก่อน

4. เตรียมแคมเปญให้พร้อมทุกด้าน: แคมเปญที่สร้างยอดขายได้ดี ไม่ได้อาศัยเพียงงบประมาณและเป้าหมาย ROI ที่เหมาะสมสำหรับคอนเทนต์และโฆษณาเท่านั้น แต่ยังต้องมีสินค้าในสต็อกอย่างเพียงพอ กำหนดสินค้าฮีโร่ที่ชัดเจน และวางโครงสร้างแคมเปญให้ครอบคลุมตลอดทั้งช่วงเทศกาล

สำหรับ Mega Sales ปีนี้ TikTok พบว่า การจัดชุดโปรโมชั่นสินค้า (Bundling) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างยอดขาย โดยแบรนด์ที่เน้นจำหน่ายสินค้าแบบเซ็ตมีอัตราการคลิกดูสินค้าสูงขึ้น 61% และมีมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อออเดอร์สูงขึ้น 17% เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่โปรโมตสินค้าแบบรายชิ้น

พฤติกรรมช้อปปิ้งที่แตกต่างกันในแต่ละหมวดสินค้า

การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมีความหลากหลายไปตามกลุ่มสินค้าหลักๆ แบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับคอนเทนต์และข้อเสนอให้ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม อาทิ

หมวดความงามและของใช้ส่วนตัว พบว่า นักช้อปกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อจากรีวิวจากผู้ใช้จริง คลิปสอนใช้งาน การสาธิตวิธีใช้ และคอนเทนต์โชว์ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้ชูจุดเด่นของสินค้า พร้อมจัดเซ็ตป้ายยา (Bundles) ได้ลงตัว

หมวดอาหารและเครื่องดื่ม การเปิดรับสินค้าใหม่ๆ มักมาจากเมนูฮิตติดเทรนด์ สูตรอาหารทำง่าย การปักพิกัดร้านเด็ด และอินไซด์ตามเทศกาล โดยการเสนอโค้ดส่งฟรี เซ็ตของขวัญ หรือสินค้ารุ่นลิมิเต็ด จะช่วยเปลี่ยนความสนใจผู้บริโภคให้กลายเป็นยอดซื้อได้ทันที

แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พบว่าผู้บริโภคใช้ TikTok เป็นพื้นที่อัปเดตเทรนด์ หาไอเดียการแต่งตัว และเลือกซื้อเสื้อผ้าชิ้นใหม่ ๆ เข้าตู้ และหมวดสินค้าไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ซื้อเน้นไปที่การเปรียบเทียบสเปก ดูสาธิตวิธีใช้งานจริง และรีวิวแบบเจาะลึก เพื่อประเมินความคุ้มค่าและเรียนรู้ฟังก์ชันใช้งาน

สุขภาพและความงาม พบความต้องการของผู้บริโภคขยายตัวเกินกว่าแค่การกินอาหารเสริมทั่วไป แต่ขยับไปสู่เรื่องการดูแลชะลอวัยตามเทรนด์ Longevity การฟื้นฟูร่างกาย และการอัปเกรดสุขภาพแบบเชิงรุก โดยได้แรงหนุนมาจากกระแสคอมมูนิตี้สายวิ่ง กีฬา Hyrox และการใช้สมาร์ตวอทช์ติดตามสุขภาพ ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและสินค้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพแบบเฉพาะตัวบุคคลอย่างจริงจัง

สินค้าในหมวดแม่และเด็ก เสียงบอกต่อจากคอมมูนิตี้กลุ่มพ่อแม่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจ โดยนักช้อปจะให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรก ๆ ควบคู่กับการเปรียบเทียบข้อมูล และความคุ้มค่าจากการซื้อตุนสินค้าจำเป็นในปริมาณมาก

พลังคอมมูนิตี้ดันเทรนด์การช้อปแบบ Cross-Category Bundling

ด้วยพลังของระบบนิเวศครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้บน TikTok ที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยงถึงกัน ทำให้นักช้อปบน TikTok ที่ซื้อสินค้าช่วง Mega Sales ไม่ได้จำกัดการซื้ออยู่แค่หมวดหมู่เดียว โดยพบว่า 4 ใน 5 เลือกช้อปสินค้าแบบ Multiple Categories และมียอดซื้อเฉลี่ยสูงถึงกว่า 3 หมวดต่อออเดอร์

ดังนั้นคอนเทนต์เดียวที่ใช่ ก็สามารถกระตุ้นความสนใจและยอดขายของหลากหลายผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Related Posts

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business, ประเทศไทย