Exclusive Featured SMEs

เปลี่ยน “อาหารคลีน” ให้เข้ากับชีวิตคนเมือง อดีตนักเรียนเชฟ ปั้น “LifeBar” สลัดกระป๋องพกพาง่าย เริ่มต้น 169 บาทเปิด 1 เดือน ขายไป 5,000 ออร์เดอร์

จากปัญหาสุขภาพที่แย่ลงเพราะอายุเข้าเลข 3 ทำให้ต้องเริ่มหันมาออกกำลังกาย และใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น แต่กลับพบว่า ‘อาหารคลีน’ ที่อร่อยและตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองกลับหาได้ยาก

ปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “LifeBar” แบรนด์สลัดกระป๋อง ที่จะเข้ามาลบภาพจำเก่าๆ ของการกินสลัดผักในกล่องหรือจานเดิมๆ ให้กลายเป็นสลัดผักในรูปแบบกระป๋องที่พกพาสะดวก

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณแพร-อณัญญา ธนมนพงศกร อดีตนักเรียนเชฟ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ LifeBar ที่ปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 5,000 ออร์เดอร์ ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว

จากปัญหาส่วนตัว สู่การเริ่มต้นธุรกิจใหม่

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ LifeBar มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับตัวคุณแพร เพราะการที่เธอหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง ทำให้เรื่องกินกลายเป็นหัวใจหลักในการดูแลสุขภาพราว 70-80 เปอร์เซ็นต์

แต่ปัญหาคือ ‘อาหารคลีน’ ในตลาดไม่ค่อยหลากหลาย แถมรสชาติก็ไม่ค่อยตอบโจทย์ จนเธอตั้งคำถามว่า “ทำไมออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ต้องมาทนกินของไม่อร่อยด้วย”

ความคิดนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเมนูที่สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน จนมาลงเอยที่เมนูสลัดและเกิดเป็นแบรนด์ LifeBar โดยเธอใช้เวลาเปิดตัวธุรกิจนี้ได้เพียง 1 เดือน ก็สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 5,000 กระป๋อง

ช่วงเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์

เธอเล่าว่า การทำธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นการข้ามสายจากธุรกิจเดิมอย่าง ‘สกินแคร์’ มาเป็นธุรกิจอาหารเฮลตี้ โดยทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะสกินแคร์จะมีโรงงาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญจัดการเรื่องต่างๆ ให้

แต่การทำอาหารไม่ได้มีโรงงานมารองรับ เพราะฉะนั้นเธอจึงใช้เงินลงทุนไปเกือบ 2-3 ล้านบาท เพื่อสร้างครัวกลาง และส่วนประกอบต่างๆ ของโปรดักต์

โดยการสร้างครัวกลางนั้นจะต้องมีระบบที่คอยควบคุมอุณหภูมิ ระบบปฏิบัติการต่างๆ เพราะการทำอาหารสดให้อร่อยมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่เราจะทำให้อาหารสดใหม่และอร่อยทุกวันมันยาก

ด้วยความที่เธอเป็นนักเรียนเชฟ จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำให้ต้องเคยคลุกคลีอยู่ในวงการนี้มาก่อน

“ด้วยความที่ตัวเองเคยเป็นนักเรียนเชฟ เคยผ่านการแข่งขันทำอาหารตั้งแต่สมัยเรียน และเคยอยู่ใน Academy Thailand มาก่อน ทำให้แพรมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนๆ และอาจารย์ที่เป็นเชฟแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้เราจึงค่อนข้างได้เปรียบ เพราะมีเพื่อนๆ ที่เคยเรียนมาด้วยกันคอยช่วยแนะนำซัพพลายเออร์ให้ว่าที่ไหนดี มีคุณภาพบ้างค่ะ”

สิ่งสำคัญที่ทำให้ผักยังคงสดกรอบ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผักของ LifeBar สดกรอบ คือความใส่ใจในรายละเอียด โดยคุณแพรเผยเคล็ดลับว่า

“ไม่ว่าจะเอาผักมาจากตลาดหรือซัพพลายเออร์ มันก็สดเหมือนกันหมด แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเลือกผักที่เด็ดออกมาตอนเย็น แล้วส่งมาถึงแบรนด์ตอนเช้า นอกจากนี้ยังมีการล็อกสเปกของผักไว้ว่าจะต้องมีลักษณะแบบไหน เพื่อให้ผักอยู่ได้ถึง 3 วัน

อีกทั้งทางแบรนด์ยังมีเชฟผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของโภชนาการ และประสบการณ์ทำอาหารระดับประเทศ มาคอยดูแลเรื่องการหั่นผัก ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อให้ผักสดใหม่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือลูกค้า”

นอกจากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว ทาง LifeBar ยังมีสูตรสลัดให้เลือกทานถึง 5 สูตร โดย 3 สูตรแรกคือ รสผัก เป็นการหยิบยกวัตถุดิบของ แบรนด์คลีนซิ่งออยล์ STS (Sail Through Skin) ของเธอเองมาเป็นส่วนผสม

1. The Energy Booster Buddy สูตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสดชื่น เหมาะกับทานเป็นมื้อเช้า และเพิ่มความอร่อยด้วยน้ำสลัดเสาวรสเลมอนมัสตาร์ด

2. Your Forever Young Buddy สูตรที่รวบรวมผักและผลไม้หลากหลายชนิดที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เช่น แก้วมังกรแดง แครนเบอร์รี แรดิช พร้อมกับน้ำสลัดเรดเบอร์รี

3. The Pure Detox Buddy สูตรที่สายผัก หรือมัทฉะไม่ควรพลาด เพราะมีผักมากกว่า 6 ชนิด เช่น ผักโขม ถั่วแระญี่ปุ่น เซเลอรี กับน้ำสลัดมัทฉะคลอโรฟิลล์

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีตัวเลือกที่เหมาะกับสายชอบทานผลไม้อย่าง

1. The Fruit Cart Buddy สูตรสำหรับสายที่ชอบทานผลไม้สไตล์รถเข็นแบบไทย

2. The Berry Burst Buddy สูตรที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสดชื่นจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ซึ่ง 2 สูตรนี้จะมีน้ำสลัดมาช่วยเพิ่มความจัดจ้าน ให้เลือกถึง 3 สูตร อย่างจิ้มบ๊วย กะปิน้ำปลาหวาน และพริกเกลือ อีกด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 169 บาท 

คุณแพรเผยว่าการตั้งราคาขายไม่ได้คำนวณแค่ตัวเลขของกำไรเท่านั้น แต่พิจารณาจากคุณภาพและองค์ประกอบต่างๆ ของวัตถุดิบเป็นหลัก โดยยึดมุมมองของผู้บริโภคเป็นตัวตั้งต้น เพราะเงินที่ลูกค้าจ่ายไป สิ่งที่ได้กลับจะต้องคูณสองคูณสาม เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าในตัวสินค้าที่ซื้อไป

แนวคิดสำคัญการเริ่มทำธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วย Data และเทรนด์โลก

คุณแพรได้แชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเริ่มต้นทำธุรกิจไว้ว่า “การจะเริ่มทำอะไรสักอย่างเราต้องรู้ก่อนว่า เทรนด์โลก หรือ Data เป็นอย่างไร มากกว่าแค่ความต้องการว่าเราจะทำอะไร เพราะถ้าเราเข้าใจตลาด ก็จะสามารถวางทิศทางและลุยทำธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น”

และย้ำว่าการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความอยากเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีข้อมูลหรือเทรนด์หนุนหลัง มันทำได้แต่อาจจะต้องใช้แรงและกำลังที่มหาศาล

มุมมองที่มีต่อเทรนด์รักสุขภาพ

คุณแพรมองว่า นิสัยคนไทยส่วนใหญ่จะชอบนึกถึงคนรอบข้างก่อนเสมอ การที่เทรนด์รักสุขภาพได้รับความนิยม จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาโฟกัส และใส่ใจตัวเองมากขึ้น

แต่คำว่า การดูแลตัวเอง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกาย หรือเลือกทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการดูแลสุขภาพจิต และการพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น ก็สำคัญเช่นกัน

โดยเธอเล่าว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ LifeBar นั้นไม่ได้ทำมาสำหรับคนเฮลตี้อย่างเดียว แต่ทำมาเพื่อคนที่อยากจะเริ่มเฮลตี้ อยากจะดูแลตัวเอง แต่ไม่เก่งเรื่องการเลือกกินอาหาร และเหมาะกับคนที่ทำงานออฟฟิศ หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีตารางแน่น ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างใน 1 วัน

มุมมองการเลือกทำเล พร้อมเป้าหมายไปตลาดโลก

ในแง่ของการทำตลาด LifeBar วางตำแหน่งสินค้าเป็น Fast Healthy Food ที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก สิ่งที่คุณแพรเลือกจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ที่มีคนหนาแน่น แต่ต้องเอื้อต่อการกระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย

เพราะเธอเชื่อว่า “โลกออนไลน์ยังไงก็นำโลกออฟไลน์ ไม่ว่าร้านจะตั้งอยู่ที่ไหน ถ้าเราบริหารจัดการออนไลน์ได้ดี คนก็จะตามมาเอง”

ปัจจุบันแบรนด์ LifeBar พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วย Pop-Up Store ที่ EmQuartier ชั้น G และวันที่ 1 ตุลาคม ที่ Siam Center พร้อมกับช่องทางออนไลน์ที่ Grab และ Line Man

นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนขยายธุรกิจเปิดเป็นร้านแบบ Full Option ที่ Cloud 11 ที่จะผสมผสานรสชาติความเป็นไทยเข้าไปในเมนูอาหารและสลัด เพื่อเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศ

และเป้าหมายผลักดันให้ LifeBar ก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 แบรนด์ยอดนิยมสำหรับทางเลือกในการทานอาหารเฮลตี้ พร้อมปักหมุดขยายสาขาไปต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์และออสเตรเลียเพื่อนำแบรนด์ไทยก้าวสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว

ผู้เขียน : เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์)

Related Posts

46 ปี “สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ” แลนด์มาร์กคนเที่ยว 1.2 ล้านคน/ปี เจอน้ำท่วมเสียหายร้อยล้าน ต้องปิดปรับปรุงนานถึง 6 เดือน 
ทรูรวมพลังน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม …ผู้บริหาร พนักงานผนึกกำลังส่งถุงกำลังใจ พร้อมดูแลสัญญาณ เคียงข้างชุมชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
สำเร็จตั้งแต่วันแรกเพราะใช้ ‘ความสุข’ นำทาง“90 Grams” พิซซ่าที่สะท้อนตัวตนด้วยศิลปะ ดนตรี ยอดขายวันละ 400-500 ชิ้น