ในยุคที่หลายคนเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ต้องมีสายป่านที่ยาว หรือมีประสบการณ์อย่างโชกโชน แต่เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken จะมาพลิกความคิดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นธุรกิจไก่ทอดที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 30,000 บาท ในลานจอดรถ แต่สามารถเติบโตจนมีมูลค่าระดับหมื่นล้านบาทได้
เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การลองผิดลองถูก และการมองเห็นโอกาส
ในปี 2017 อาร์มัน โอเกนเนสยาน (Arman Oganesyan) ในวัย 24 ปี นักแสดงตลกที่ไม่มีประสบการณ์ด้านร้านอาหารหรือธุรกิจเลย ได้เสนอแนวคิดการขายไก่ทอดสไตล์แนชวิลล์ให้กับเพื่อนสมัยเด็กของเขาอย่าง เดฟ โคปูเชียน (Dave Kopushyan) และ ทอมมี่ รูเบนยาน (Tommy Rubenyan)

แม้ว่า เดฟ โคปูเชียน เคยเป็นเชฟที่เคยทำงานในร้านอาหารมิชลินสตาร์จะไม่ชอบไก่ในตอนแรก แต่ด้วยความพยายามในการโน้มน้าว พวกเขาทั้ง 3 คนก็รวบรวมเงินเก็บทั้งหมด 900 ดอลลาร์ ราวๆ 30,000 บาท และเริ่มต้นธุรกิจ Dave’s Hot Chicken ในรูปแบบป๊อปอัปในลานจอดรถแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส
จากป๊อปอัป สู่ธุรกิจแฟรนไชส์
จากจุดเริ่มต้นที่ขายได้เพียง 40 ดอลลาร์ ประมาณพันกว่าบาทในคืนแรก Dave’s Hot Chicken ได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์อาหารอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพียงไม่กี่เดือนก็ทำเงินได้หลายพันดอลลาร์ต่อคืน และสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราวๆ 3 แสนบาทต่อคนภายใน 2 เดือน
ในปี 2019 กลุ่มนักลงทุนชื่อดัง อาทิ ซามูเอล แอล. แจ็คสัน และ ไมเคิล สตราฮาน ได้เข้ามาร่วมลงทุนและขยายธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ภายใต้การนำของ บิลล์ เฟลป์ส ซีอีโอคนปัจจุบัน ทำให้ Dave’s Hot Chicken มีสาขามากกว่า 300 แห่งทั่วโลก ทั้งในแคนาดา สหราชอาณาจักร และตะวันออกกลาง โดยมียอดขายรวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 19,000,000,000 บาทเมื่อปีที่แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 39,000,000,000 บาทในปีนี้

ล่าสุด บริษัทลงทุน Roark Capital ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Dave’s Hot Chicken ด้วยมูลค่าที่ “ใกล้เคียง” 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมของ อาร์มัน โอเกนเนสยาน ผู้ก่อตั้งที่เคยเรียนไม่จบมัธยมปลาย แต่เป็นอัจฉริยะด้านการตลาด
เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken สะท้อนให้เห็นว่า ความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และการมองเห็นโอกาส คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ แม้จะเริ่มต้นจากเงินทุนเพียงน้อยนิด
และบทเรียนที่ถอดออกมาจากธุรกิจนี้ ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้
1. เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่
อาร์มัน โอเกนเนสยาน เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 30,000 บาท ในลานจอดรถ แต่เขามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสร้างแบรนด์ไก่ทอดสไตล์แนชวิลล์ที่แตกต่างออกไป อาจพูดได้ว่า ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมหาศาลเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ แต่ต้องมีไอเดียที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่จะไปให้ไกลกว่าจุดเริ่มต้น
2. ผลิตภัณฑ์คือหัวใจ เน้นคุณภาพและสร้างเอกลักษณ์
แม้ไม่มีประสบการณ์ด้านอาหาร แต่เพื่อนทั้งสามใช้เวลาหลายเดือนในการทดลองและปรับปรุงสูตรไก่ทอดจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การค้นพบโดยบังเอิญอย่างการใช้ “น้ำดองผักดอง” ในการหมักไก่ ก็กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้พวกเขาแตกต่าง
คุณภาพของสินค้าหรือบริการเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จงลงทุนเวลาและความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด และมองหาจุดเด่นที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง
3. พลังของการตลาดแบบปากต่อปาก (Word of Mouth)
การที่นักวิจารณ์อาหารมาสนใจร้านของพวกเขาหลังจากเปิดได้เพียง 5 วัน แสดงให้เห็นถึงพลังของการตลาดแบบปากต่อปาก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรจะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า จนพวกเขาอยากจะบอกต่อเรื่องราวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอาหาร บริการ หรือบรรยากาศที่ดี สิ่งเหล่านี้จะสร้างการบอกต่อที่มีพลังมากกว่าโฆษณาใดๆ
4. เปิดรับโอกาสและพันธมิตรที่เหมาะสม
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต พวกเขาก็ตัดสินใจนำพี่น้องของทอมมี่มาร่วมทีม และในเวลาต่อมาก็เปิดรับกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพในการขยายแฟรนไชส์ เรื่องราวของเขาเหล่านี้ กำลังบอกเราว่า อย่ากลัวที่จะขยายธุรกิจและเปิดรับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน การมีทีมที่แข็งแกร่งและพันธมิตรที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้รวดเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น
5. ความกล้าหาญในการเปลี่ยนแปลงและตัดสินใจที่เด็ดขาด
การตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับบริษัทลงทุน Roark Capital ในขณะที่ธุรกิจยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท
ผู้ประกอบการต้องกล้าที่จะตัดสินใจที่สำคัญและมองเห็นจังหวะที่เหมาะสมในการเดินหน้าหรือเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น
เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนตั้งต้นเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับ ความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการมองเห็นโอกาส ผู้ประกอบการสามารถนำกรอบแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้
ที่มา cnbc
