Featured
รู้จัก Fauxductivity แกล้งทำงานหนัก พฤติกรรมที่เป็นแบบไม่รู้ตัว เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าขยัน เมื่อการทำตัว “ยุ่ง” ไม่ได้แปลว่าทำงานมีประสิทธิภาพ ทุกคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ ที่เพื่อนร่วมงานดูยุ่งตลอดเวลา นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานไม่หยุด ยกโทรศัพท์เดินคุยด้วยสีหน้าตึงเครียด หรือแม้กระทั่งขยับเมาส์อยู่ตลอดเวลาราวกับไม่มีเวลาว่าง แต่เมื่อดูผลงานจริงๆ แล้วกลับพบว่า ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า พฤติกรรมนี้เรียกว่า “Fauxductivity” หรือการแสร้งทำงานให้ดูหนักหน่วง แต่แท้จริงแล้วไม่มีประสิทธิภาพ Fauxductivity คืออะไร? Fauxductivity (โฟ-ดัค-ติ-วิ-ตี้) มาจากคำว่า Faux (มาจากคำว่า Fake ที่แปลว่า ปลอม) + Productivity (ประสิทธิภาพ) หมายถึง การแสร้งทำเป็นว่ากำลังทำงานหนัก แต่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดี หลายคนอาจไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่ด้วยวัฒนธรรมองค์กรความกดดันจากหัวหน้า หรือแม้แต่ความต้องการที่อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองขยัน ทำให้พฤติกรรม Fauxductivity นี้แพร่ระบาดโดยไม่รู้ตัว สาเหตุหลักของพฤติกรรมนี้ เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ สภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic workplace) : อาจเกิดจากระบบงานที่มีปัญห
Gen Z จำนวนมากกำลังตัดสินใจละทิ้งสมาร์ทโฟนและหันกลับไปใช้โทรศัพท์มือถือแบบพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า “Dumbphone” หรือ “Feature Phone” ซึ่งจำกัดฟังก์ชันการใช้งานไว้เพียงการโทร.ออกและรับสาย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของคนรุ่นใหม่ในการฟื้นคืนสมาธิและความสงบทางจิตใจ แม้จะต้องแลกกับการสูญเสียความสะดวกสบายที่อุปกรณ์สมัยใหม่มอบให้ก็ตาม โทรศัพท์ต้องตัดแอปโซเชียลมีเดีย มีโทรศัพท์ฝาพับจาก Dumb.co สตาร์ทอัพที่จำหน่ายอุปกรณ์ซึ่งติดตั้งเครื่องมือใช้งานได้จริง เช่น แอปเรียกรถ Uber แผนที่ และ Spotify แต่ตัดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียออกไปทั้งหมด ทางบริษัทรายงานว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 5,000 ราย โดยกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 24 ปี นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่นที่นำเสนออุปกรณ์ลักษณะคล้ายกัน อาทิ The Light Phone ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Brick เลือกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์เสริมฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อบล็อกแอปและเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย แทนที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์ทั้งเครื่อง ตัวเลขปัญหาติดโซเชียล ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Pew Research Center ระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของชาว
ของดีจากท้องถิ่น หากขายในรูปแบบวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว อาจมีมูลค่าไม่มากนัก แต่เมื่อผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสและนำมาแปรรูป พัฒนาสินค้า และสร้างตลาดใหม่ วัตถุดิบเดิมๆ ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และเติบโตได้ไกลกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจ แต่ยังส่งต่อไปถึงแรงงาน ผู้ผลิต และผู้คนอีกจำนวนมากในชุมชน เรื่องนี้สะท้อนผ่าน 2 ธุรกิจจากภาคใต้ ทั้ง “พอสรังนก” จ.นครศรีธรรมราช ที่มองเห็นโอกาสจากรังนกไทย ซึ่งเดิมทำตลาดในรูปแบบวัตถุดิบ B2B ก่อนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานและสร้างแบรนด์ของตัวเอง ขณะที่ “อุตสาหกรรมทวีวงษ์” จ.สงขลา นำปลาทะเลสดจากแพปลาในพื้นที่มาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว ก่อนขยายตลาดจากในประเทศไปสู่ต่างประเทศ เปลี่ยนภาพรังนกใหม่สู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่คนไทยเข้าถึงได้ แม้ธุรกิจรังนกของครอบครัวจะดำเนินมากว่า 20 ปี ในฐานะผู้จำหน่ายรังนกล้างแบบ B2B แต่ คุณพิชามญชุ์ อัครยศพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยายปีกบิน จำกัด มองเห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมรังนกไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถึงยังไม่เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้สำหร
คำกล่าวที่ว่า “ขยะของคนหนึ่ง อาจเป็นสมบัติของอีกคน” ใช้ได้จริงเสมอ สำหรับ ไมเคิล แฮสเคลล์ (Michael Haskell) วัย 18 ปี ผู้เปลี่ยนงานอดิเรกอย่างการประมูล “ตู้คอนเทนเนอร์ร้าง” ในแถบนิวยอร์กให้กลายเป็นธุรกิจทำเงิน Mike’s Unique Treasures ธุรกิจที่ทำรายได้จากการขายของเก่าผ่าน eBay และงานประมูล สูงถึง $135,000 (ราว 4.7 ล้านบาท) ในปี 2025 และเพียงช่วงครึ่งแรกของปีถัดมา เขาก็โกยรายได้ไปแล้วอีกกว่า $85,000 (ราว 3 ล้านบาท) จุดเริ่มต้นและการสร้างความต่างเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ไมเคิล มีสัญชาตญาณพ่อค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการขายหนังสือมือสอง หรือสะสม Lego รุ่นหายากเพื่อเก็งกำไร แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันมาทำธุรกิจประมูลตู้เก็บของร้าง เกิดจากสองปัจจัยหลัก อย่างแรกคือ ความต้องการสร้างความแตกต่าง เพราะเขาเห็นเพื่อนๆ รอบตัวได้เกรดเฉลี่ย 4.00 เขาจึงเกิดความกังวลในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย และมองหาสิ่งที่จะทำให้ใบสมัครของเขาโดดเด่นท่ามกลางแข่งขันที่สูงขึ้นทุกปี ต่อมาเขาได้ดูรายการ Storage Wars และเกิดความสนใจ โดยเริ่มต้นประมูลตู้แรกในราคาเพียง $10 (ประมาณ 350 บาท) ก่อนจะนำถังคาร์บอนไดออกไซด์ที่พบข้างในไ
“ไม่เรียนแล้วทำไร” “ใช้ชีวิต” “ใช้ชีวิตทำไร” “แค่ใช้ชีวิตก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะให้ไปทำไรอีก” คำพูดจากภาพยนตร์ที่เมื่อฟังตอนมัธยมเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าตัวละครชายคนนี้ต้องการจะสื่ออะไร. แต่เมื่อใช้ชีวิตผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่งมาได้คุณจะเข้าใจคำว่า “ใช้ชีวิต” ที่ตัวละครพิสิทธิ์พูดได้อย่างลึกซึ้ง “ใช้ชีวิต” คำนี้แปลว่าอะไร ออกผจญภัย กระโดดร่ม ขับรถออกเดินทาง แบกเป้เที่ยวไปไกลสุดขอบฟ้า คำว่า “ใช้ชีวิต” มันอาจคือการเอาผ้ากองพะเนินเดินไปใส่เครื่องซัก จับเครื่องดูดฝุ่นถูไถห้องรกรุงรัง รดน้ำต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะถูกละเลยจากวันทำงาน แค่นี้แหละ สิ่งที่เรียกว่า…ใช้ชีวิต และเพียงแค่เท่านี้ ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ไปทำอย่างอื่นแล้ว วันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลก ก็คือวันแรกที่เราต้องเรียนรู้แล้วว่าฉันจะใช้ชีวิตที่ได้มานี้อย่างไร? ยุติธรรม งดงาม เรียบง่าย หรือเละเทะ โหลยโท่ย ห่วยแตก ก็ล้วนได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตไปแล้ว ความหมายของคำว่า “ชีวิต” คือ กระบวนการทางชีวภาพและทางกายภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวเจริญเติบโต และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในระหว่างทาง แต่ละคนก็จะใช้ชีวิตไปเพื่อ ค้นหาเป้าหมา
ใครจะไปเชื่อว่าแอนิเมชันที่หลายคนดูแล้วบอกว่า “มันแย่” แต่ตอนนี้กลับทำรายได้ตีคู่มากับหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์อย่าง The Odyssey ของคริสโตเฟอร์ โนแลน และ Spider-Man: Brand New Day ได้อย่างหน้าตาเฉย? นี่คือเรื่องราวของ “หนิวไหล” (Niu Lai / 牛来 – วัวมาแล้ว) ภาพยนตร์อนิเมชันม้ามืดแห่งปีของจีน ที่กำลังกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้งความแย่ก็กลายเป็นจุดขายที่ทรงพลังที่สุดได้เหมือนกัน Niu Lai เป็นอนิเมชัน 3D ความยาว 86 นาที เล่าเรื่องราวการผจญภัยของลูกวัวขี้กลัวที่ใช้ชีวิตเซฟโซนอยู่กับแม่และฝูง ตามนกจาบฝนไปจนพลัดหลงเข้าสู่ดินแดน ความฝันอันยาวนาน ต้องผจญภัยและเผชิญหน้ากับงูวิเศษ ฝูงหมาป่า และมนุษย์ที่เข้ามาทำลายป่า และได้พบเพื่อนใหม่คือ เป่าล่า เสือดาวที่คอยปกป้องและช่วยเหลือกัน หนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ทว่าในช่วง 10 วันแรก กลับทำรายได้ไปเพียง 7,700 หยวน (ประมาณ 38,000 บาท) และมีคนซื้อตั๋วดูทั่วประเทศไม่ถึง 300 คน เนื่องจากไม่มีทั้งการเดินสายโปรโมต การประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า แต่จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อชาวเน็ตเริ่มพูดถึง “ความห่วย”
ถ้าพูดถึงประโยค “จีนไทยพี่น้องกัน” ในยุคนี้ อาจไม่ได้หมายถึงแค่ความสัมพันธ์ทางการทูตหรือการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น “โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง” ของผู้ประกอบการไทย ในเวทีเสวนา MEET Thai Plus 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Thailand: Meet for More” การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 3 พลังหลัก อย่าง ทีเส็บ (TCEB), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะพาสินค้าและบริการของไทย บุกตลาดจีนในรูปแบบ “Partnership” ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่าที่เคย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวหลักที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะนักธุรกิจจีนที่เดินทางมาประชุม สัมมนา หรือดูงาน ไม่ได้จ่ายแค่ค่าโรงแรมหรือห้องประชุม แต่ยังจับจ่ายกับร้านอาหาร ของฝาก และสถานที่ท่องเที่ยว กระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นมหาศาล นอกจากนี้ ไทยยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในปัจจุบันอีกด้วย ด้าน คุณหลี่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้มุมมองน่าสนใจว่
อยู่บ้านก็ทำเงินได้ Makro PRO Affliate ช่องทางหารายได้เสริมสุดปัง ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องแพ็กของ มีสินค้าให้เลือกกว่า 10,000 รายการ ทั้ง ของสด ของแห้ง สินค้าครบ รับประกันคุณภาพ สั่งได้ 24 ชั่วโมง สมัครง่ายใน 3 ขั้นตอน รับค่าคอมมิชชันสูงสุดถึง 5% สมัคร 3 ขั้นตอนง่ายๆ 1. สมัครเข้าร่วม Makro PRO Affliate ได้ที่ https://affiliate.makro.pro/makro/login สามารถเข้าสู่ระบบด้วย Gmail หรือเมลอื่น พร้อมตั้งรหัสผ่าน และเลือกประเภทของผู้สมัคร (บุคคลทั่วไป/บริษัท) 2. กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว – คลิกที่โปรไฟล์ส่วนตัว – เลือก “แก้ไขข้อมูลส่วนตัว” – กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว – กรอกรายละเอียดบัญชีธนาคาร – กดส่งข้อมูล 3. สร้างลิงก์สินค้า และแชร์ลิงก์ พร้อมสร้างรายได้ อัตราค่าคอมมิชชันแต่ละหมวดหมู่ – สินค้าแนะนำพิเศษ : รับค่าคอมสูงสุด 5% – อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ & ไอที / แฟชั่นเครื่องแต่งกาย / ของใช้ในบ้าน สวน และอุปกรณ์จัดระเบียบครัว / ขนมและของทานเล่น : รับค่าคอม 3% – ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย / สินค้าแม่และเด็ก / สุขภาพและความ
ฟีดโซเชียลของทุกคนตอนนี้เต็มไปด้วยคลิปคนลากเลื่อนถ่วงน้ำหนักในฮอลล์ใหญ่ๆ พร้อมเสียงเชียร์กึกก้องอยู่หรือเปล่า นั่นคือ HYROX กิจกรรมที่กำลังเป็นกระแสในไทยตอนนี้ HYROX คืออะไร HYROX คือ การแข่งขันฟิตเนสที่ผสานการวิ่งเข้ากับสถานีออกกำลังกายเชิงฟังก์ชัน โดยรูปแบบมาตรฐานคือวิ่งระยะ 1 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี รวมทั้งหมด 8 รอบ เช่น พาย SkiErg ผลักและลากเลื่อนน้ำหนัก (Sled Push/Pull) กระโดด Burpee ระยะไกล แบกกระสอบทราย แบกน้ำหนักเดิน เดินฟันดาบพร้อมกระสอบทราย และปิดท้ายด้วยการโยนลูกบอลใส่เป้า 100 ครั้ง HYROX มีเจ้าของคือ Christian Toetzke นักจัดงานอีเวนต์กีฬามวลชนชาวเยอรมันที่คร่ำหวอดในวงการมานานหลายสิบปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้ เขาเริ่มต้นเส้นทางจากการเป็นนักกีฬาเดคาทลอนก่อนจะผันตัวมาจัดงานแข่งจักรยาน มาราธอน และไตรกีฬาระดับมืออาชีพ เขาร่วมก่อตั้ง HYROX กับ Moritz Fürste อดีตนักฮอกกี้สนามหญ้าทีมชาติเยอรมนีที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วถึง 2 สมัย โดยไอเดียเกิดจากการมองเห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ทั้งยกเวทและวิ่งเป็นประจำ แต่ยังไม่มีกีฬาแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อวัดความฟิตแ
ในยุคที่ธุรกิจอาหารและของหวานต้องลงสนามแข่งขันกันตลอดเวลา การทำของให้อร่อยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือหัวใจสำคัญของการเติบโต เหมือนอย่าง Guss Damn Good (กัสส์แดมน์กู๊ด) แบรนด์คราฟต์ไอศกรีมของคนไทย ที่ใช้กลยุทธ์แปลงเรื่องราวและความรู้สึก ให้กลายมาเป็นรสชาติไอศกรีมที่แปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนสามารถดึงดูดแบรนด์ยักษ์ใหญ่เข้ามาร่วมคอลแลบด้วยมากกว่า 200 แบรนด์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนทุกคนไปพูดคุยกับ คุณระริน ธรรมวัฒนะ Co-founder / Chief Ice Cream Artist และ คุณนที จรัสสุริยงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Guss Damn Good ถึงเบื้องหลังความสำเร็จ ปรัชญาการทำงาน และความจริงอันเจ็บปวดของการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่เคยมีคำว่าง่าย จุดเริ่มต้นจาก “บอสตัน” ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ในวันที่ตลาดไอศกรีมเมืองไทยยังเน้นการใส่ท็อปปิ้งเยอะๆ เพื่อให้ถ่ายรูปสวย กระทั่งคุณระรินได้สัมผัสวัฒนธรรมการกินไอศกรีมคราฟต์ที่เมืองบอสตัน ที่มันไม่ต้องมีท็อปปิ้งเยอะแยะ ทำให้พวกเขาจุดประกายความคิดบางอย่าง “ทำไมคนเขาไปกินไอติมกันเยอะมากในโมเมนต์ต่างๆ อย่างเช่น หิมะตกก็ไปกินไอติมกัน เร
