Featured
ถ้าพูดถึง “ผ้าไทย” ภาพจำของใครหลายคนอาจจะนึกถึงความโบราณ ความเป็นผู้ใหญ่ หรือเสื้อผ้าที่ต้องใส่เฉพาะงานพิธีการเท่านั้น แต่ในยุคนี้ กระแสผ้าไทยกำลังถูกเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อศิลปิน T-Pop และกลุ่ม Gen Z เริ่มหยิบผ้าไทยมามิกซ์แอนด์แมตช์จนกลายเป็นแฟชั่นสุดยูนีค หนึ่งในแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังความปังและขับเคลื่อนกระแสนี้มาตลอด 7-8 ปีคือ “Kotcher” (คชเชอร์) แบรนด์ผ้าไทยร่วมสมัยฝีมือ คุณอาย-กชกร สาระกุมาร สาวสารคาม ที่ตัดสินใจสืบสาน “รากเหง้าวัฒนธรรม” ของตัวเอง นำผ้าทอมือมาประยุกต์ จนสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และช่วยชุมชนไปพร้อมๆ กัน จุดเริ่มต้นจากบ้านเกิด คุณอายเล่าว่า ตอนเด็กๆ เธอมีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ บวกกับตอนเรียนด้านออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโอกาสทำเกี่ยวกับแฟชั่น งานผ้า จึงคิดว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ รากวัฒนธรรม รอบตัวเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรม ทั้งคุณแม่ที่เป็นครูนาฏศิลป์ที่รู้เกี่ยวกับการแต่งตัวแบบไทย และคุณยายที่เป็นช่างทอผ้าไหม “เราคิดว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าแบบไหนดี ชั่งน้ำหนักดูระหว่างแฟชั่นทั่วไปกับสิ่งที่เรามีคือเรื่องข
จากอดีตที่คนทำงานจ่ายเงินให้ค่าอินเตอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ และสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ทำงาน วันนี้แรงงานยุคใหม่กำลังมี “ต้นทุนดิจิทัลก้อนใหม่” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือ ค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับ AI (Artificial Intelligence) หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ ค่าใช้จ่ายก้อนนี้ไม่ได้ถูกมองเป็น “ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย” อีกต่อไป แต่กำลังถูกตีความใหม่ว่าเป็น “ต้นทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน” ของคนทำงานยุคดิจิทัล ในเวลาไม่ถึง 2 ปี AI เปลี่ยนสถานะจากของทดลองเล่นของคนสายเทค ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของการทำงานยุคใหม่อย่างรวดเร็ว วันนี้คนทำงานจำนวนมากเริ่มต้นวันด้วย ChatGPT เปิดคู่กับ Google Docs ใช้ Claude ช่วยสรุปรายงาน เปิด Perplexity ค้นข้อมูล และปิดท้ายวันด้วยการสร้างภาพ พรีเซนเทชัน หรือวิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม Generate AI อีกหลายตัว คำถามสำคัญของโลกการทำงานจึงไม่ใช่ “คุณใช้ AI หรือยัง” แต่กลายเป็น “คุณใช้ AI ได้เร็ว คุ้ม และปลอดภัยแค่ไหน” มากกว่า ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก งานวิจัยของ PWC (PricewaterhouseCoopers) ประเมินว่า AI อาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้
“ผลไม้นอกใจ” กำลังบอกอะไรเรา? เมื่อ AI ทำให้คนคนเดียวสร้างจักรวาลคอนเทนต์และรายได้ได้ จากคลิป “แอปเปิลร้องไห้เพราะโดนนอกใจ” ไปจนถึง “กล้วยทะเลาะกับสตรอว์เบอร์รี” หรือแม้แต่อวัยวะในร่างกายที่พูดโต้ตอบกับมนุษย์ คอนเทนต์ลักษณะนี้กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัลใหม่บน TikTok และ Facebook Reels ที่ทำให้ผู้คนจำนวนมาก “หยุดดูไม่ได้” แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงมีมตลกหรือคอนเทนต์ไร้สาระบนโลกออนไลน์ แต่ในมุมของนักการตลาดกลับมองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในยุค AI นายภูวนาท เช้าวรรณโณ นักสื่อสารมวลชนที่ผันตัวสู่วงการการตลาด และปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI รวมถึงผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และเพจ The Marketine การตลาดนอกลู่ มองว่า กระแส “AI Fruit Drama” หรือ “ผลไม้นอกใจ” ไม่ใช่แค่เทรนด์ไวรัลชั่วคราว แต่คือสัญญาณของโลกสื่อยุคใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนวิธีการสร้างคอนเทนต์และการหารายได้ของผู้คนอย่างรวดเร็ว “วันนี้คนไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องข้อมูล แต่แข่งขันกันว่า ใครสามารถดึงความสนใจคนดูได้ในไม่กี่วินาทีแรก คอนเทนต์แบบนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อหยุดสายตาคนทันที” เขาอธิบายว่า หัวใจ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ผลงานจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ไทย และสินค้าไทย ร่วมกับแพลตฟอร์มซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ผูผู่ในเมืองเซี่ยเหมิน เปิดไลฟ์สดขายแค่ชั่วโมงเดียว ฟันยอดขาย 1.33 ล้านบาท คาดหลังสิ้นสุดแคมเปญ ทำยอดได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เผยทูตพาณิชย์ยังได้ร่วมไลฟ์สด ขายทุเรียนและมังคุด พร้อมชี้แจงแหล่งปลูก มาตรฐาน สาธิตการปอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้วย นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า DITP ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศที่เป็นเป้าหมายการส่งออกผลไม้ของไทย ดำเนินการตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เร่งขยายตลาดผลไม้ไทยเพื่อรองรับฤดูกาลผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาด โดยล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวสายพร ใบบริบาลกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน ถึงผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ผูผู่ (PUPU) ที่ประสบความสำ
หลายคนอาจมีความฝันในวัยเด็ก แต่สำหรับ Pooja Bavishi (ปูจา บาวิชี) เธออาจจะเริ่มต้นตามฝันช้ากว่าคนอื่นสักนิด เพราะการเริ่มต้นในวัย 30 กว่าๆ ของเธอกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการไอศกรีมในนิวยอร์กได้อย่างน่าทึ่ง ปัจจุบัน ปูจา อายุ 42 ปี เป็นเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท Malai แบรนด์ไอศกรีมจากบรูคลิน ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2015 ธุรกิจนี้มีร้านค้าปลีก 4 แห่งในนิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย และวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงธุรกิจค้าส่งและอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา Malai ทำยอดขายรวมกว่า 2.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) จุดเด่นของธุรกิจนี้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงคือรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจากครอบครัวชาวอินเดียที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ “Malai แตกต่างจากที่อื่นเพราะเราไม่ได้จำกัดแค่ช็อกโกแลตและวานิลลา เรามีการเพิ่มรสชาติอื่น อย่างเช่น กระวาน กุหลาบ หญ้าฝรั่น และจันทน์เทศ ซึ่งเป็นรสชาติที่คนทั่วโลกคุ้นเคย แต่เราต้องการทำให้มันกลายเป็นรสชาติหลักในอเมริกา” เธอกล่าว จุดเริ่มต้นไอศกรีมรสชาติอินเดีย ก่อนจะมาทำธุรกิจไอศกรีม ปูจา เรียนจบด
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น “การเล่น” อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนเผลอมองข้าม แต่สำหรับ LEGO แล้ว การเล่นไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง หากคือ “ภาษาสากล (Universal Language)” ที่สามารถสื่อสารผ่านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย พร้อมเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน วันนี้ LEGO กำลังนิยามคำว่า “การเล่น” ใหม่ ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคโมเดิร์นอย่างแท้จริง จากภาพจำเดิมๆ ของการเล่นอาจเคยถูกจำกัดไว้แค่ในโลกของเด็ก แต่ในปัจจุบัน การเล่นได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือแม้แต่ “Kidult” (Kid + Adult) หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังคงหลงใหลในความสนุกแบบเด็กๆ ซึ่งความสนุกของการเล่นได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโตอีกครั้ง ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพักใจ ช่วยให้เราได้ละสายตาจากสมาร์ทโฟน แล้วกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างช่วงเวลาคุณภาพผ่านการแชร์จินตนาการ การเรียนรู้และเรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัยในครอบครัว สร้างประสบก
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก
ในวันที่หลายคนเชื่อว่า “ทุกอย่างจบลง”ความจริงในโลกการเงินอาจไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะสำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย “ความตาย” ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของภาระ แต่คือการส่งต่อ “หนี้” ไปยังคนข้างหลังโดยไม่ตั้งใจ คำว่า “ตายก่อนหนี้หมด” จึงไม่ใช่เพียงมุกในวงสนทนา แต่กำลังสะท้อนความจริงของโครงสร้างการเงินครัวเรือนไทยในปัจจุบัน นิยามใหม่ของความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่ “ตกงาน” แต่คือ “เป็นหนี้ยาวจนจบชีวิต” ในอดีต ความเสี่ยงทางการเงินมักถูกมองแค่การขาดรายได้จากการตกงาน แต่ปัจจุบันความเสี่ยงได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปสู่การมีรายได้…แต่ไม่สามารถหลุดจากวงจรหนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่โตเร็วกว่ารายได้ การเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายเพียงปลายนิ้ว สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้คนจำนวนมากต้องแบกภาระไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย และในบางกรณี…ยาวนานไปกว่านั้น เมื่อ “มรดก” ไม่ใช่ทรัพย์สิน…แต่คือภาระ ภาพจำของการส่งต่อบ้าน ที่ดิน หรือเงินออม กำลังถูกแทนที่ด้วยการส่งต่อ “ภาระ” แม้ตามกฎหมายทายาทจะรับผิดชอบหนี้ไม่เกินมูลค่ามรดกที่ได้รับ แต่ในความเป็นจริง กระบวนการจัดการนั้นซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคิด ทรัพย์สินที่สร้างร่วมกันมาอา
เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ “ตรอกมะระกา” แบรนด์ที่ 23 ในอาณาจักรของ ปลา iberry หรือ ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ ที่หยิบเมนูก๋วยเตี๋ยวไก่มาเล่าใหม่ให้น่าสนใจมากขึ้น โดยเปิดหน้าร้านอย่างเป็นทางการที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 แม้ชื่อ “ตรอกมะระกา” จะชวนให้นึกถึงร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ เพราะใช้คำว่า มะระ + กา ที่มาจาก ระกา ซึ่งแปลว่า ไก่ แต่จริงๆ แล้วร้านนี้มีเมนูให้เลือกหลากหลายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเลือดไก่ล้วน 109 บาท ก๋วยเตี๋ยวไก่ตรอกมะระการวมมิตร 149 บาท ข้าวหน้าไก่ตุ๋น ตรอกมะระกา 169 บาท ซุปเปอร์หม้อไฟ 219 บาท ปีกไก่อบหมอดิน 129 บาท เป็นต้น พร้อมเมนูเครื่องดื่มและของหวานที่จัดมาเสิร์ฟ เช่น แดงมะนาวโซดา เก๊กฮวย กระเจี๊ยบพุทรา เฉาก๊วยนมสด ไอศกรีมกะทิสด และอื่นๆ แม้ “ตรอกมะระกา” จะเป็นแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวไก่น้องใหม่ แต่ก่อนหน้านี้ เครือ iberry ก็มีประสบการณ์ในตลาดก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ในชื่อแบรนด์ “ทองสมิทธ์” ที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม มีเนื้อวากิวเป็นพระเอก รวมถึงการคิดค้นสูตรน้ำซุปขึ้นมาเองด้วยรสชาติสุดเข้มข้น และสร้างความแตกต่าง ด้วยการโรยกากหมูเจียว เพิ่มอรรถรสในการทานให้ลูกค้า โดยขายใน
ความสำเร็จในอาชีพมักถูกนิยามด้วยความมั่นคง ตำแหน่ง และเงินเดือนที่สูง แต่สำหรับคนทำงานหลายคน ตัวชี้วัดแบบเดิมๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของความยืดหยุ่น ความเป็นอิสระ และความรับผิดชอบส่วนบุคคล ในช่วงที่ชีวิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน วิศวกรสาวคนหนึ่งในนิวยอร์กได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ หลังจากที่เธอตระหนักได้ว่าตำแหน่งงานในบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนสูงนั้น แทบไม่มีเวลาให้กับครอบครัวหรือความเป็นส่วนตัวเลย Luisa Zhou (ลุยซ่า โจว) บัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก Princeton University ได้วางแผนลาออกจากงานอย่างรอบคอบ โดยเธอใช้เวลา 2 ปีในการปั้นอาชีพเสริมให้กลายเป็นอาชีพหลักได้สำเร็จ โดยปัจจุบันเธอเป็นผู้ประกอบการหญิงที่สร้างตัวเองจนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน และใช้เวลาทำงานเพียงวันละประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น สัมผัสโลกผู้ประกอบการ เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการทำงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ที่องค์กรบริการด้านการเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำอาชีพนี้นั่นก็เพราะว่าเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงเป็นอันดับแรก แม้ว่างานนี้จะให้ความแน่นอนทางการเงิน แต่เธอกลับไม่รู้สึกว่ากา
