Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

ขายดีจนเหนื่อย แต่ทำไมเงินไม่เหลือ? เปิดวิธีตั้งราคาให้มีกำไรเหลือ 20% สูตรคำนวณพาธุรกิจรอด ที่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ไม่ควรพลาด

บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร

ตั้งราคาขายอาหารเดลิเวอรี่

ช่วงปลายปี 2568 ต่อต้นปี 2569 โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยจัดฝึกอบรมโครงการอาหารสตรีทฟู้ด กับอาหารเดลิเวอรี่ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไป 4 รุ่น รวม 80 คน เป็นการอบรมฟรี แถมได้เบี้ยเลี้ยง เตาแก๊ส เตาปิ้ง หม้ออบ คุ้มจริงๆ อบรมเสร็จนำไปทำขายได้จริงๆ

อาหารสตรีทฟู้ดไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนักในการตั้งราคาขายอาหาร ขอแค่เอา 2.5 คูณต้นทุนวัตถุดิบรวมค่ากล่อง ก็ได้กำไรพออยู่ได้ประมาณ 20% ได้ค่าเช่าที่ ค่าจัดการ รูปร่างของการคิดราคาขายง่ายๆ อย่างนี้ครับ

 คิดราคาขายเท่ากับ 100 ต้นทุนวัตถุดิบให้เป็น 40% สมมติเรามีต้นทุนข้าวขาหมูอยู่ที่จานละ 30 บาทต้องตั้งราคาขายเท่าไหร่ เทียบบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ

ต้นทุน 40 บาท ขาย                                 =        100                   บาท

ถ้าต้นทุน 30 บาท ต้องขายเท่าไหร่        =        100/40*30      บาท

เพราะฉะนั้นราคาขาย                              =         2.5*30             บาท

                                                               =         75                     บาท

ตัวคูณการขายอาหารสตรีทฟู้ดหรืออาหารทั่วไปคือ 2.5 ง่ายๆ แค่นี้

แต่พอมาเป็นอาหารเดลิเวอรี่ มันยุ่งยิ่งกว่ายุงตีกับแมลงวัน มันต้องมีค่า GP หรือ Gross Profit หรือค่าบริการของแพลตฟอร์มนั้นๆ เช่น ไลน์แมน แกรบ โรบินฮูด ประมาณ 30-32% แถมถ้าต้องมีการโฆษณา โปรโมชันในแพลตฟอร์มเพื่อให้เราขึ้นมาปุ๊บปั๊บเวลาลูกค้าค้นหา หรือเวลาทำโปรก็ต้องเสียตังค์ให้เขาอีก คิดยากกันมากมาย ต้องขึ้นราคาขายจากหน้าร้านให้พอกับที่ต้องเสียให้แพลตฟอร์ม

สูตรสำเร็จที่ใช้กันทั่วไปสำหรับร้านหรือคนขายที่ขายแบบมีหน้าร้านคือใช้ตัวคูณ 1.48 คูณราคาขายหน้าร้านไปเลย อย่างเช่น ข้าวขาหมูจานข้างบน ขายหน้าร้าน 75 บาท ขายผ่านแอปราคาจะกลายเป็น 75*1.48 = 111 บาท ถึงจะคุ้ม ตั้งเป็น 120 บาท ก็ไม่มีใครว่าอะไรครับ แอปกับเราได้ตังค์เพิ่มขึ้นมาอีกนิด ลูกค้าจะซื้อหรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง

ที่มาตัวคูณ 1.48 มาอย่างนี้ครับ

ถ้าเทียบราคาขายผ่านหน้าแอปเป็น 100 บาท หักค่า GP ของแอปไป 30 เขายังต้องคิด vat7% จากรายได้ที่เขาได้ 30 บาท เพราะแอปต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมเป็น 32.1 เงินที่ร้านได้จริงคือ 100-32.1 = 67.9 บาท ทีนี้ถ้าเราต้องการได้เงินที่ขายผ่านแอปให้เท่ากับราคาหน้าร้านที่เรารวมต้นทุน ค่าจัดการ กำไรไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเทียบบัญญัติไตรยางค์กันอีกรอบ

ถ้าได้เงินจริง 67.9 บาท จากราคาขาย                      =         100                   บาท

ต้องการได้เงินจริง 100 บาท ต้องตั้งราคาขาย       =         100/67.9*100  บาท

                                                                            =         147.25              บาท

หรือขายที่ 148-150 บาท ก็อยู่ได้ ตัวคูณจึงมาจาก 100/67.9 = 1.48 ครับ (ปัดเศษ)

เทียบบัญญัติไตรยางค์ให้เห็นง่ายๆ อีกแบบก็ได้ครับ เผื่องงน้อยลง หรือ งงมากขึ้นก็ไม่รู้

ได้เงินจริง 100 บาท จากราคาขาย                          =          148                   บาท

ถ้าต้องการได้เงินข้าวขาหมู 75 บาท ต้องขาย         =          148/100*75    บาท

เพราะฉะนั้นราคาขายผ่านแอพ                              =          1.48*75            บาท

                                                                              =          111                   บาท

ส่วนค่าโปรโมชัน ค่าโฆษณาผ่านแอป ก็ให้ไปอยู่ในส่วนต้นทุนค่าจัดการ 30% และส่วนเผื่ออีก 10% ซะ แต่ไม่ควรให้เกิน 5-10% ของราคาขาย หรือยอดขาย ไม่งั้นเจ๊งเร็วครับ

ทีนี้ถ้าทำขายที่บ้านไม่มีหน้าร้านขายผ่านแอปอย่างเดียวล่ะตั้งยังไง ผมคิดให้เป็นใช้ตัวคูณ 3.7 ครับ มาจากสัดส่วนอย่างนี้

อันนี้เราต้องลดสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบให้เหลือประมาณ 27% (คือทำตามปกติที่ตั้งใจแหละครับ) ค่าจัดการเหลือ 20% ค่าเผื่อ 7% จัดเป็นค่าตัว ค่าโฆษณา โปรโมชันประมาณ 5-10% อยู่ในสองส่วนนี้ แล้วแต่ว่าใช้อะไรมากน้อยกว่ากัน ค่า GP รวม vat ของ GP เอาไปเลย 32% ได้กำไร 14%   

เวลาเอาไปใช้ก็เทียบปกติ

 ต้นทุน 27 บาท ขาย                                 =          100                   บาท

ถ้าต้นทุนข้าวขาหมู 30 บาท ขายเท่าไหร่     =          100/27*30       บาท

เพราะฉะนั้นราคาขายผ่านแอพ                  =          3.7*30              บาท

                                                                 =          111                   บาท

จะได้ราคาเท่ากับการตั้งราคาบวกจากการขายกรณีที่มีหน้าร้านเลยครับ ตัวคูณ 3.7 จะปรับเป็น 4 ก็ได้ แต่เอาตัวคูณมากๆ จะมีคนซื้อหรือเปล่า ต้องไป “มู” เอาเองครับ

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน