Featured
เปิดสูตร ‘ข้าวอบไก่รมควัน’ เมนูทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน เอาใจมนุษย์เร่งรีบ ส่วนผสม ไก่เบรสรมควัน 200 กรัม/1 ห่อ ปลายข้าวหอมสีนิล 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน กระเทียมสับ พริกไทยดำบด เกลือ เห็ดหอม (ชิตาเกะ) ถั่วพีแคน (แล้วแต่ชอบ) ไข่ไก่ พริกหวาน น้ำมันมะกอก ผักดีล เสริมกลิ่น ผักตกแต่งจาน ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก กะหล่ำปลีแดง วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมสับ ผัดให้พอหอม ใส่เห็ด ผัดให้นุ่ม เติมเกลือเล็กน้อย ใส่ไก่เบรสฝรั่งเศสรมควันที่หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดให้หอม ใส่ปลายข้าวหอมสีนิลที่หุงสุกแล้ว 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน และ ถั่วพีแคน ใส่ไข่ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือ พริกไทยเล็กน้อย ใส่ดีลก้านเล็กๆ ผัดเร็วๆ เอาขึ้นพักไว้ ตักข้าวใส่ในพริกหยวกที่คว้านเอาเมล็ดออกแล้ว อุ่นเตา 180 องศาเซลเซียส นำพริกหยวกอบ 20 นาที แต่งจาน ตัดครึ่งหัวกะหล่ำม่วง ลอกกาบ และเด็ดใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ จัดกาบกะหล่ำม่วงและใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กใส่จาน นำพริกหยวกที่อบและพักให้อุ่นเล็กน้อย วางในจานให้สีสวยงาม อาหารจานนี้มีประโยชน์ทางโภชนาการสูงทั้งจากปลายข้าวกล้องและข้าวสาลี ข้าวสาลีหุงสุกแล้วจะแข็ง
3 ปัญหาหลัก อุปสรรคสำคัญที่ เอสเอ็มอีไทย ต้องพบเจอ แม้ธุรกิจ ‘เอสเอ็มอี’ ของไทยจะมีการเติบโตสูงมากยิ่งขึ้นและเป็นที่น่าจับตามองในปัจจุบัน แต่การทำธุรกิจย่อมมีอุปสรรคปัญหา โดยคุณ คุณชมพูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบีได้เผยถึงปัญหาหลักที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตของเอสเอ็มอี อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาอินไซต์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย พบว่า ปัญหาหลักที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตมีอยู่ 3 ข้อ คือ ปัญหาธุรกรรมยุ่งเหยิง การรับเงินจากลูกค้าและการจ่ายเงินให้คู่ค้าด้วยเงินสด และการโอนเงินหลายช่องทาง เช่น QR Code และเครื่อง ECD ซึ่งต้องใช้เวลานานในการรวบรวมทำบัญชีกระทบยอด มีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย สรุปยอดไม่ตรง ไม่สะท้อนภาพรวมสุขภาพการเงินหรือสภาพคล่องทางธุรกิจ ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาการบริหารบุคคล เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นองค์กรขนาดเล็ก จึงถือได้ว่าพนักงานคือกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อพนักงานพร้อมทั้งสวัสดิการด้านสุขภาพเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่พนักงานให้ความสำคัญ แ
ย้อนฟังหลักคิด – บุฟเฟ่ต์ร้านดัง “ไม่มองลูกค้าเป็นพระเจ้า แต่มองเป็นแม่ …โมเดลนี้แหละรุ่ง” เมื่อราวปลายปี 2559 “แหลมเกต อินฟินิท” ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ บนตึกหรูย่านจตุจักร ภายใต้แนวคิดใหม่ไม่ซ้ำใคร “บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด อะลาคาร์ท” ทานได้ไม่อั้นในราคาหลักร้อยต่อหนึ่งหัว แถมลูกค้าไม่ต้องไปรอต่อคิวตักอาหาร แค่มานั่งที่โต๊ะแล้วสั่งออกมารับประทานแบบทีละเซตทีละจาน สไตล์ “อะลาคาร์ท” ได้แบบหรูหรา สะดวกสบาย ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ “แหลมเกต อินฟินิท” กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” สมความตั้งใจ บรรดา “สายกิน-ไม่อั้น” ทั้งหลาย ต่างพากันกดไลก์-กดแชร์ และชักชวนกันไปลองสักครั้ง ว่าจะอร่อยคุ้มค่า จริงสมคำร่ำลือหรือไม่ อันที่จริง ชื่อเสียงของ “แหลมเกต” ใช่ว่าเพิ่งจะมามีเมื่อสองหรือสามปีก่อน หากแต่ต้องย้อนไปเมื่อกว่า 30 ปี ตอนที่ผู้บริหารเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แต่ต่อมาต้องปิดตัวลง ด้วยเหตุผลของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งเรื่องราวในอดีตของร้านอาหารดังแห่งนี้ คุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ทายาทกิจการรุ่นที่สอง เคยถ่ายทอดไว้อย่างน่าสนใจ “ย้อนไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน แหลมเกต คือชื่อของร้านอาหารทะเลชื
เมื่อพูดถึง “ระนอง” หลายๆ คนคงนึกถึงของดังประจำจังหวัดอย่าง กาหยู หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไม่ก็ ซาลาเปาทับหลี บ้างก็นึกถึงทะเล หมู่เกาะต่างๆ ที่มีความสวยงามน่าไปพักผ่อน บ้างก็นึกถึง “บ่อน้ำแร่” บ่อดังเจ้าต่างๆ ของเมืองระนอง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อาสาพาไปแช่บ่อน้ำแร่เปิดใหม่ ของเมืองระนองกันที่ “สถานที่เติมความสุขให้ชีวิต ธาริน ระนอง ฮอทสปริง” คุณเบลล์ – อิสสริยา เศรษฐิยุกานนท์ เจ้าของบ่อน้ำแร่ ธาริน ระนอง ฮอทสปริง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า บ่อน้ำแร่แห่งนี้เปิดมาได้ 3 เดือนกว่าๆ โดยชื่อ ธาริน เป็นคำในภาษาสก็อตดิช แปลว่า ความอ่อนโยน สงบนิ่ง ดุจดั่งสายน้ำ ซึ่งตรงโจทย์ที่ต้องการที่จะเปิดบ่อน้ำแร่ เธอเล่าย้อนไปอีกว่า ในครั้งแรกที่มาดูพื้นที่เพื่อเปิดบ่อก็พบว่า ที่ตรงนี้เป็นตาน้ำแร่บริสุทธิ์ 100% จากธรรมชาติ ก็อยากที่จะส่งต่อของดีของจังหวัดให้กับทุกคนได้รับรู้ อีกทั้งน้ำแร่นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีร่วมกัน เลยสร้างบ่อน้ำแร่ขึ้น มีสถาปนิกเข้ามาช่วยดูแล ปรับเลย์เอาต์พื้นที่เรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 5 เดือนจนสำเร็จเป็นบ่อน้ำแร่แห่งนี้ จุดเด่นของบ่อน้ำแร่ระนอง คือเป็นบ่อน้ำแร่ที่มี
จากกรณีที่ข่าว ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดัง ประกาศยกเลิกทุกโปรโมชั่น เนื่องจากมีอาหารทะเลไม่พอขาย ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สำรวจ ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเจ้าอื่นๆ ว่าเคยประสบกับปัญหาอาหารไม่พอขายหรือไม่ รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาและการจัดการบริหารให้อาหารเพียงพอต่อการจำหน่าย คุณจักรพงษ์ ยั่งยืน เจ้าของร้าน “ติดลมโคขุน” บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลย่านลาดพร้าว ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านติมลมโคขุน เปิดมาได้ประมาณ 1 ปี 8 เดือน เคยประสบปัญหา อาหารทะเลไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าเช่นกัน แต่สามารถแก้ปัญหาด้วยการ ซื้อของตามร้านขายส่ง ที่มีอาหารซีฟู้ดมาสต๊อกไว้ที่ร้านล่วงหน้า ก่อนที่ทางร้านจะจัดโปรโมชั่นประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะการทำธุรกิจประเภทนี้ ต้องทำใจไว้ก่อนว่า ต้องจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย เพื่อเรียกลูกค้าเข้ามาทานอาหารที่ร้าน อีกทั้งต้องคอยเติมของเรื่อยๆ ถ้าร้านไม่มีของมาตุนไว้ ย่อมจะต้องเจอกับปัญหาของไม่พอจำหน่ายให้ลูกค้าแน่นอน ด้านคุณแอน – พัชริน ประสบสุข เจ้าของร้าน “ใส่-ให้-ยับ” บุฟเฟ่ต์ทะเลเผา บางแสน กล่าวว่า เธอเปิดร้านมาได้ 3 ปีกว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิ
SMEs ขานรับ ลุงตู่รีเทิร์น หวังแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-นึกถึงปากท้องประชาชน หลังจากการนับคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มี.ค. พบว่า อันดับ 1 เป็นของพรรคพลังประชารัฐ อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย และอันดับ 3 พรรคอนาคตใหม่ แน่นอนว่าผลที่ออกมา แม้ยังไม่ใช่การนับคะแนนอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นที่จับตามองของหลายๆ ฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง ประชาชน และพ่อค้าแม่ขาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามความเห็น ของผู้ประกอบการ SMEs เจ้าต่างๆ ว่า มีความหวั่นใจหรือไม่หากมีเสียงคัดค้านผลการเลือกตั้ง และในมุมมองของคนทำมาค้าขาย อยากให้รัฐบาลแบบไหน เข้ามาบริหารประเทศ คุณฝน – พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี เจ้าของกิจการ เครื่องไข่เจียว-ไข่ตุ๋นอบแห้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวตนคิดว่า น่าจะมีการคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่ไม่น่าจะยืดเยื้อและมีผลกระทบรุนแรงเท่าไหร่นัก ต่อการค้าขาย ตนอยากได้รัฐบาลที่เข้าใจคนค้าขาย ลดขั้นตอนหรือกฎระเบียบที่ยุ่งยากซับซ้อนต่างๆ ที่ทำให้การทำมาค้าขายลำบาก และปรับเปลี่ยนการทำงานของข้าราชการให้มีวิสัยทัศน์ และมีความเป็นมืออาชีพในการสนับสนุนธุรกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั
ปลุกกระแส “ขจัดพิษดิจิตอล” ร้านค้าระดมส่วนลด-โปรโมชั่น จูงใจงดใช้มือถือ เดินไปไหนมาไหนก็เห็นแต่คนใช้โทรศัพท์มือถือ รอรถก็หยิบมาเล่นเกม ระหว่างเดินก็ยังแชต ไปรับประทานข้าวกับครอบครัวก็ต่างคนต่างโซเชียล สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ในไทย แต่ผู้คนทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมก้มหน้า และเสพติดมือถือมากขึ้น ในบางกรณีอาการรุนแรงจนต้องรับการบำบัด ผลการสำรวจในปี 2560 ของ “เคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช” บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี พบว่า ราวครึ่งหนึ่งของผู้ใช้สมาร์ตโฟนหมดเวลาไปกับหน้าจอสี่เหลี่ยม 3-7 ชั่วโมง ต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาชี้ว่า เทคโนโลยีมือถือมีแนวโน้มทำให้ผู้คนขาดสมาธิในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับสุขภาพจิต เช่น ความกังวล ภาวะซึมเศร้า เหล่านี้ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มหันมาใส่ใจปลุกกระแสขจัดพิษดิจิตอล หรือ ดิจิตอล ดีท็อกซ์ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเหล่านี้ ร้าน “ซูชิ เลาจน์” ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐอเมริกา ชวนลูกค้าเก็บมือถือไว้ในถังแช่ไวน์ แลกกับส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่ม เพราะทางร้านหวังให้ลูกค้าพักวางจากมือ
แพงก็สู้! แม่ค้าส้มตำกัดฟัน ไม่ใช้ “มะนาวขวด” กลัวลูกค้าหนี ได้ไม่คุ้มเสีย จากสภาพอากาศหน้าแล้ง ส่งผลให้มะนาวขาดตลาด และปรับราคาขึ้น จาก 7 กิโลกรัมขาย 100 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท พ่อค้า-แม่ขาย จำนวนไม่น้อย ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ว่ามีการปรับตัวอย่างไร คุณปาจารี ดีสร้อย อายุ 46 ปี แม่ค้าขายส้มตำเจ๊ไร ปากซอยวิภาวดีรังสิต 42 ให้ข้อมูลว่า ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากปัญหามะนาวขึ้นราคา แต่ต้องยอมเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมเพราะราคามะนาวในตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลละ 100 บาท จากเดิมมะนาวมีราคา 7-8 กิโล เพียง 100 บาทเท่านั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ไม่นำ “มะนาวขวด” มาใช้ เพราะรสชาติแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ทันที ส่งผลให้รสชาติส้มตำแย่ลง นับเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย คุณจำปี พฤฒามาตย์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้านน้ำแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดี แสดงความเห็นว่า ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เ
ดอกสลิด หรือ ดอกขจร ผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท หรือจะนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังมีวิธีการปลูกและดูแลง่าย ปลูกได้ทุกสภาพพื้นดิน เพียงแต่ต้องรู้จักนิสัยสักหน่อย คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 8 บ้านโคกโจด ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา พนักงานประจำด้านปศุสัตว์ สนใจอยากหารายได้เสริมให้ครอบครัว ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ที่มีอายุมากออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกบ้าน จึงมีความคิดที่จะปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม เพราะจากที่ศึกษาข้อมูล ขจร เป็นพืชที่ปลูกง่าย ลงทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บดอกได้นาน 5 ปี คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) เริ่มปลูกดอกขจร ด้วยเงินเพียง 500 บาท คุณต่าย เริ่มปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 5 ปี ดอกขจรที่ปลูกคือ พันธุ์เกษตร 1 ให้ช่อดอกใหญ่ ดกเต็มต้น ขายได้ราคาดี “ผมเริ่มต้นปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม ด้วยเงินเพียง 500 บาท คือการซื้อกิ่งพันธุ์มาชำแล้วปลูกเองจำนวน 200 กิ่ง ปลูกได้ไม่ถึง 2 งาน เริ่มเปิดตลาดด้วยการนำดอกขจรไปนั่งขายที่ตลาดนัด ก็ได้รับผลตอบรับดี ชาวบ้านให้ความสนใจ มี
อาชีพเสริมพีอาร์สาว ขาย “อโรมา” ราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! แม้มีงานประจำใช่ว่าชีวิตจะมั่นคง เงินเดือนที่ได้อาจน้อยนิดจนหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายต้องหันมาทำอาชีพเสริม ที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันเลยคือ ค้าขายออนไลน์ สารพัดจะมี ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งอาชีพเสริมมาเล่าสู่กันฟังโดย คุณเคที่-สิธิกาญจน์ ธนจินดาเลิศ วัย 45 เธอคนนี้เป็นอดีตนักข่าว ที่ผันตัวมาเป็นผู้บริหารสื่อสารมวลชนของธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ควบตำแหน่งเจ้าของแบรนด์ใหม่เอี่ยม “Thi-Karn” อโรมากลิ่นหอมฟุ้งราคาหลักร้อย แต่ความหอมหลักล้าน!! ก่อนมาทำธุรกิจขายอโรมา เธอเล่าย้อนถึงความหลากหลายของชีวิตให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า ชีวิตดิ้นรนมาตลอด เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ไม่เคยขอเงินที่บ้านเลยสักบาท เพราะไม่ได้มีส่งให้มากมาย เรียนจบได้ด้วยตัวเองภายใน 5 ปี จนชีวิตก้าวเข้าสู่วัยทำงานในฐานะนักข่าวสายการเงิน ช่วงที่เป็นนักข่าว คุณเคที่ บอกว่า ยังคงทำอาชีพเสริมอยู่เรื่อยๆ เพราะอยากมีเงิน และใจรักบริการ ขายไอศกรีม และสินค้าต่างๆ สลับกันไป จนได้รับคำชวนจากพี่ที่สนิทให้ไปเป็นพีอาร์ปร
