Featured
แอสเซทไวส์ เปิดตัว “AssetWise GrowGreen” แพลตฟอร์มบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนทุกการลงมือทำเป็น ESG Coin นำไปใช้จ่ายได้จริง จูงใจคนรักษ์โลก ผนึกกำลัง “กลุ่มบริษัทบางจาก-ตลาดยิ่งเจริญ” คิกออฟเปิดใช้งานในบิ๊กโปรเจ็กต์ Fry to Fly ซึ่งริเริ่มและดำเนินการโดยบีเอสจีเอฟ ในกลุ่มบริษัทบางจาก ชวนร้านค้าในตลาดยิ่งเจริญลดการทอดซ้ำ ขายน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero+ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AssetWise บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์เดินหน้าสร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม “AssetWise GrowGreen” ที่ช่วยบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืน แล้วแปลงเป็นดิจิทัลคอยน์ (ESG Coin) ที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง เพื่อกระตุ้น
แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 จะชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์จากปัจจัยบวก ทั้งจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568) ที่แสดงความสนใจประกาศขาย-ให้เช่า และกรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อ-เช่าในอนาคตมากที่สุด อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งความท้าทายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 คือภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้กลายเป็นอีกปัจจัยที่มีผล
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
ในวงการขนมหวานชื่อดังเมืองเพชรบุรี หากพูดชื่อ “โรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์” ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเรื่องความอร่อย สดใหม่ การชูวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ได้ผันตัวจาก “พ่อค้าขายขนมในออฟฟิศ” ปรับตัว คิดนอกกรอบ สร้างความต่าง มาต่อยอดธุรกิจครอบครัว และเคยได้รับรางวัล Inventor Awards จากเวที 7 Innovation Awards 2024 ล่าสุดพัฒนาสินค้าใหม่ “ขนมหม้อแกงกะทิสดเผือกหอม ลุงอเนก” ส่งขายเฉพาะร้านเซเว่นฯ และสามารถแจ้งเกิดหลังวางจำหน่ายได้ภายใน 2 เดือน กลายเป็นสินค้า SME ขายดี สร้างยอดขายกว่า 400,000 บาทต่อวัน โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด ผู้บริหารหนุ่มลูกหลานเมืองเพชร วัย 42 ปี เล่าถึงความเป็นมาว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากขนมไทยรสชาติต้นตำรับรุ่นคุณย่า ที่ได้รับการสืบทอดเรื่อยมาจนมีโรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ ที่หมู่บ้านลาดโพธิ์ ต.สํามะโรง จ.เพชรบุรี เป็นโรงงานผลิตขนมไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถ้วยฟู ฯลฯ ที่คงรสชาติแต่โบราณ และคงวัตถุดิบท้องถิ่น ส่
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองของปีนี้ สำหรับ “บุรามาลี (BURAMARIE)” แบรนด์น้องใหม่ ในเครือ iberry Group ของ คุณอัจฉรา บุรารักษ์ หรือ ปลา iberry ที่ได้โพสต์แนะนำร้านนี้ไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มต้นด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านบุรามาลีเป็นร้านอาหารไทยในโรงน้ำชา ที่ถ่ายทอดความงดงามของอาหารไทย ทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ ผ่านการจัดวางในบรรยากาศร่วมสมัยที่งดงามและอบอุ่น เสิร์ฟทั้งสำรับกับข้าวรสเข้มข้น อาหารว่าง ขนม และชาเบลนด์พิเศษจากดอกไม้และผลไม้ไทย ในด้านความหมายของ บุรามาลี คำว่า บุรา แปลว่า เมือง ในภาษาสันสกฤต และยังเป็นนามสกุลของคุณปลาเอง ส่วน มาลี แปลว่า ดอกไม้ พ้องเสียงกับ Marie ในภาษาอังกฤษ และเป็นชื่อของคุณป้ามาลี ผู้เป็นหัวใจของครัวในบ้าน ทำอาหารอย่างพิถีพิถันและเต็มไปด้วยความรัก เมื่อ 2 คำมารวมกัน บุรามาลี จึงมีความหมายว่า เมืองแห่งดอกไม้ ที่เก็บรสชาติและความทรงจำของครอบครัว ถ่ายทอดสู่ร้านอาหารอันอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟเคียงคู่ชาที่เบลนด์จากดอกไม้และผลไม้ไทย สำหรับเมนูของร้านครอบคลุมทั้งอาหารจานหลัก เครื่องว่าง และของหวาน โดยรักษาความเป็นไทย แต่ปรับการนำเสนอให้ร่วมสมัยและละเมียดละไมยิ่งข
นาทีนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ซ้อการ์ด’ นักธุรกิจสาวเจ้าของแบรนด์ Love Potion และ Lip Oil ซ้อการ์ด ที่กำลังมาแรงบนโลกออนไลน์ ผู้สร้างสถิติ ไลฟ์สดขายของ 40 นาที สร้างยอดขายทะลุ 25 ล้านบาท และสร้างรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 154 ล้านบาท โดยได้มีการเปิดรายได้ของ Love Potion ในปี 2567 อยู่ที่ 454 ล้านบาท ซึ่งสามารถทำได้ในวัยเพียง 27 ปี พร้อมเผยเป้าหมายว่า Love Potion กำลังก้าวสู่บทใหม่ ที่ไม่เป็นเพียงสินค้าเพื่อความสวยงาม แต่กำลังขยายธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ปัจจัย 4 ของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ การ์ด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร คือชื่อจริงของ ซ้อการ์ด ผู้เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ขายเคสมือถือเพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ แต่ด้วยความชื่นชอบในเรื่องความงามการดูแลตนเอง ทำให้คุณการ์ดตัดสินใจผลิตสบู่ Grape Soap ออกวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Love Potion หลังจากนั้นธุรกิจก็ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จ แต่จะขายของให้ปังแบบคุณการ์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณการ์ดสร้างแบรนด์ขึ้นมาผ่าน
ซัมซุง เดินหน้ายกระดับโครงการ Samsung Innovation Campus 2025 ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยเป้าหมาย “Innovation for All” ที่มุ่งสร้างโอกาสการเรียนรู้เทคโนโลยีให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียม พร้อมเสริมความเข้มข้นของหลักสูตรออนไลน์ฟรี ครอบคลุมตั้งแต่ Coding ขั้นลึก การใช้ AI สร้างคอนเทนต์การตลาด ไปจนถึง Data Science เพื่อปลดล็อกทักษะดิจิทัลสำคัญที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ทั้งนักเรียน คนทำงานที่ต้องการอัปสกิล และผู้เริ่มต้นที่สนใจ โดยเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาและรับประกาศนียบัตรจากซัมซุง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระดับโลกในการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรกลับคืนสู่สังคม เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และต่อยอดการใช้งานได้จริงทั้งในชีวิตประจำวัน การศึกษา และเส้นทางอาชีพ สะท้อนจุดยืนของซัมซุงในฐานะแบรนด์ที่ผลักดันนวัตกรรมให้เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตที่ดีกว่าอย่างแท้จริง สำหรับความพิเศษในปีนี้ ซัมซุงเดินหน้าขยายขอบเขตการเรียนรู้ จัดสอนเนื้อหาทั้งหมด 4 คอร์สออนไลน์ฟรี โดยเพิ่ม 2 คอร์สใหม่ที่เข้มข้นและทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบ
“ภารกิจของ ‘กานเวลา’ ที่ทำมาตลอดและตั้งใจมากๆ คือ การยกระดับช็อกโกแลตไทย เราไม่อยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นแค่สินค้าท้องถิ่น สินค้าพื้นบ้าน มาซื้อเพราะความรู้สึกอยากช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เราอยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ทั้งรสชาติ คุณภาพการผลิต และความปลอดภัย แล้วผลพลอยได้จะส่งไปสู่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรไทย” คำบอกเล่าของ ‘คุณธนา คุณารักษ์วงศ์’ หรือ ท็อป หนุ่มเชียงใหม่ผู้ใช้เวลาศึกษาและคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรไทยผู้ปลูกโกโก้ จนมองเห็นโอกาสที่ ‘โกโก้ไทย’ สามารถไปได้ไกล มากกว่าการเป็นเพียงสินค้าเกษตร ไม่ใช่แค่ปลูกมา ขายไป แต่นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม ‘KanVela’ (กานเวลา) แบรนด์ที่อยากเห็นเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น และอยากส่งต่อช็อกโกแลตให้คนทุกเพศทุกวัยทานได้ ในราคาเข้าถึง คุณท็อปและน้องสาว (นิรมล คุณารักษ์วงศ์) จึงช่วยกันพัฒนาสินค้า จากครัวเล็กๆ หลังบ้าน สู่สร้างรายได้เฉียด 50 ล้านบาท ในปี 2024 กว่าจะเป็น กานเวลา คุณท็อป เรียนจบปริญญาตรี ด้านฟู้ดไซน์ และปริญญาโท ด้านการเงิน จากนั้นทำงานในสายการเงินมานานกว่า 10 ปี จนรู้สึกถึ
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหล แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นแฟนด้อมสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาด รู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นแฟนด้อมแบบไหน ไม่ใช่แฟนด้อมทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาว ปั
จากเมื่อก่อนซีรีส์จีนมักจะมีภาพจำแนวพีเรียด-ย้อนยุค แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ซีรีส์จีนกลับมามีกระแส นั่นคือ “ละครสั้นจีน” หรือที่คนจีนเรียกกันว่า Duanju (短剧) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์แบบคลิปสั้น ความยาวเฉลี่ยตอนละ 1-5 นาที แต่กลับสามารถดึงดูดผู้ชมให้อยู่หมัดแบบต่อเนื่องหลายสิบตอน โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคนเสิร์ชคำว่า “ละครสั้นจีน” บนติ๊กต็อกเพิ่มขึ้นกว่า 300% ใน 1 ปี และแฮชแท็กจีนอย่าง #短剧 (Duanju) มีผู้ชมรวมมากกว่า 3 แสนล้านวิวในจีน และเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมละครสั้นมีรายได้พุ่งขึ้น 35% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 50,440 ล้านหยวน (ประมาณ 227,730 ล้านบาท) และพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าพันล้านคนในจีนกว่า 1 ใน 3 คน มีการดูละครสั้นทุกวัน จุดเริ่มต้น “ละครสั้น” ในปี 2018 หลังจาก TikTok เปิดตัว ละครสั้นจีนได้รับความนิยมมากในประเทศจีน บริษัทต่างๆ เช่น Kuaishou Technology และ Tencent Holdings ได้ดึงดูดผู้ชมหลายสิบล้านคน ที่มักจะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูเรื่องราวใหม่ๆ หรือดูคลิปที่กำลังเป็นไวรัล การเติบโตของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจีน ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสตรีมมิงภาพยนตร์และทีวี ต้อ
