How to
อยู่ริมน้ำได้เปรียบ ปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด ขายได้เงิน เเทบไม่ต้องลงทุน ปลูกผักบุ้ง – การใช้ประโยชน์จากที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำด้วยการปลูกผัก เลี้ยงปลา ถือเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยมาช้านาน ด้วยเจตนาเพื่อใช้เป็นอาหารในครัวเรือน หรือบางรายทำหลายชนิดเพื่อยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงปากท้องในครอบครัว คุณดวงเดือน ทองญวน อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ดังนั้น เธอจึงใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกผักบุ้งและผักกระเฉดแบบชีวภาพ ตลอดริมฝั่งแม่น้ำซึ่งติดกับเนื้อที่บ้านไปเป็นแนวยาวกว่า 300 เมตร ยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานกว่า 20 ปี ด้วยความที่ต้องเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก จึงทำให้คุณดวงเดือนมองว่าในยามว่างควรหาอะไรทำที่ได้เงิน เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการเลี้ยงครอบครัว ขณะเดียวกัน การมีบ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำจึงสบโอกาสให้เธอใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกผักบุ้งแล้วเก็บขาย เพราะมองว่าไม่ได้ลงทุน หรือลงแรงอะไรมากนัก “สมัยก่อนที่เริ่มทำในละแวกนี้ยังไม่มีใครทำกัน พอได้รู้ว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดออกไปไกลจากบ้านตัวเองทำอาชีพนี้อยู่จึงพายเรื
“บ้านดินริมคลอง” เป็นรีสอร์ตอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร สร้างขึ้นภายในบริเวณสวนผลไม้ชื่อ “สวนลุงฮุย” ที่นำไม้ผลชื่อดังจากทางภาคตะวันออก อย่าง ทุเรียน เงาะ กระท้อน ฯลฯ มาปลูกจนได้คุณภาพ จัดเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยในช่วงหน้าผลไม้ เปิดให้เข้าชมและชิมไม้ผลเหล่านั้น ด้วยการจับจองที่พักที่มีทั้งแบบบ้านดินและธรรมดาหลายแบบ หลายขนาด พร้อมไปกับความสนุกสนานจากกิจกรรมทางธรรมชาติของสวนพันธุ์ไม้ และบรรยากาศริมคลอง อย่าง พายเรือ ล่องแพ ตกปลา หรือนั่งพักผ่อน “บ้านดินริมคลอง” บริหารและจัดการโดย ครอบครัวศรีงาม ที่มี คุณศุภชัย-สามี คุณมณฑิรา -ภรรยา และคุณวศิน–ลูกชาย ตั้งอยู่เลขที่ 238 หมู่ 2 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ (084) 688-5766, (086) 441-0954 รีสอร์ตผสมผสานสวนผลไม้แห่งนี้ เริ่มต้นด้วยการถูกสร้างขึ้นจากเหตุผลเพื่อใช้สำหรับไว้เป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัวก่อน ครั้นเมื่อมีญาติมิตรเพื่อนฝูงที่แวะเวียนมาเที่ยวสวนผลไม้กันคับคั่งมากขึ้น จึงตัดสินใจสร้างบ้านพักขึ้นอีกหลายหลัง หลายแบบ ขณะเดียวกัน ผลไม้ในสวนแห่งนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปลูกแบบมีคุ
บรรดาพืชที่ให้ประโยชน์ใช้งานทุกส่วน นอกจากกล้วย ต้นจาก และมะพร้าวแล้ว อีกอย่างหนึ่งเห็นจะเป็น ต้นตาล (Toddy palm) นะครับ แม้เดี๋ยวนี้พอพูดถึงต้นตาลก็มักคิดถึงแต่เพชรบุรี ทว่า สมัยก่อน ตาลปลูกกันทั่วไป แถบอีสานก็ปรากฏชื่อ “บ้านโตนด” มากมายหลายแห่ง มันเป็นคำเขมรที่ใช้เรียกต้นตาลนั่นเอง ผลผลิตสำคัญของต้นตาลก็คือน้ำตาล ซึ่งอาจคิดเล่นๆ ได้ว่ามันคงเป็นของหวานชนิดแรกๆ ที่ผู้คนแถบภาคกลางขึ้นไปเอามาใช้กระมัง ถึงได้เรียกติดปากว่าน้ำ “ตาล” ไงล่ะครับ นอกจากน้ำตาลจากงวงตาล ยังมีลูกตาล ที่กินได้ตั้งแต่ลอนตาลอ่อน จาวตาล น้ำเนื้อจากเนื้อใต้เปลือกตาลเอามาทำขนมตาล หัวตาลอ่อนฝานหรือขูดฝอยทำแกงคั่วหรือยำใส่ใบอ่อนมะสังแบบปักษ์ใต้ ยังไม่ต้องนึกถึงลำต้นตาลทำครกทำสาก หรือใบตาลทำพัด และตาลปัตรของพระภิกษุสงฆ์ ทางตาลแห้งเอาทำเก้าอี้ ฯลฯ นะครับ ถ้าใครไปเที่ยวเมืองเพชร แล้วแวะกินข้าวแกงข้างทาง ก็มักจะเปิดเจอหม้อหนึ่งเสมอที่เป็นแกงคั่วกะทิสีส้มอ่อนๆ ไม่มันมาก อาจแกงหมูย่าง ปลาย่าง กับหัวตาลอ่อน ที่แม่ค้าจะต้มจนเหลือรสขมฝาดบางๆ เจือหวานมัน เป็นสำรับขึ้นชื่อของข้าวแกงเมืองเพชรทีเดียว อย่างไรก็ดี รสมือชาวเมืองเพชรมักต
บรรดาพืชที่ให้ประโยชน์ใช้งานทุกส่วน นอกจากกล้วย ต้นจาก และมะพร้าวแล้ว อีกอย่างหนึ่งเห็นจะเป็น ต้นตาล (Toddy palm) นะครับ แม้เดี๋ยวนี้พอพูดถึงต้นตาลก็มักคิดถึงแต่เพชรบุรี ทว่า สมัยก่อน ตาลปลูกกันทั่วไป แถบอีสานก็ปรากฏชื่อ “บ้านโตนด” มากมายหลายแห่ง มันเป็นคำเขมรที่ใช้เรียกต้นตาลนั่นเอง ผลผลิตสำคัญของต้นตาลก็คือน้ำตาล ซึ่งอาจคิดเล่นๆ ได้ว่ามันคงเป็นของหวานชนิดแรกๆ ที่ผู้คนแถบภาคกลางขึ้นไปเอามาใช้กระมัง ถึงได้เรียกติดปากว่าน้ำ “ตาล” ไงล่ะครับ นอกจากน้ำตาลจากงวงตาล ยังมีลูกตาล ที่กินได้ตั้งแต่ลอนตาลอ่อน จาวตาล น้ำเนื้อจากเนื้อใต้เปลือกตาลเอามาทำขนมตาล หัวตาลอ่อนฝานหรือขูดฝอยทำแกงคั่วหรือยำใส่ใบอ่อนมะสังแบบปักษ์ใต้ ยังไม่ต้องนึกถึงลำต้นตาลทำครกทำสาก หรือใบตาลทำพัด และตาลปัตรของพระภิกษุสงฆ์ ทางตาลแห้งเอาทำเก้าอี้ ฯลฯ นะครับ ในบรรดาเหล่านี้ ผมชอบเอาหัวตาลอ่อนมาแกงคั่วกินที่สุดเลย ถ้าใครไปเที่ยวเมืองเพชร แล้วแวะกินข้าวแกงข้างทาง ก็มักจะเปิดเจอหม้อหนึ่งเสมอที่เป็นแกงคั่วกะทิสีส้มอ่อนๆ ไม่มันมาก อาจแกงหมูย่าง ปลาย่าง กับหัวตาลอ่อน ที่แม่ค้าจะต้มจนเหลือรสขมฝาดบางๆ เจือหวานมัน เป็นสำรับขึ้นชื่อของข
แวนด้า (Vanda) เป็นชื่อของกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกและมีการพัฒนาสายพันธุ์มากที่สุด แวนด้าเป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในประเภท โมโนโพเดี้ยล คือกล้วยไม้ที่ไม่แตกกอ มีการเจริญเติบโตไปทางยอด รากเป็นรากอากาศ ใบมีลักษณะกลมแบนหรือร่อง ใบจะเรียงตัวซ้อนสลับกัน ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกของแวนด้าจะยาวและแข็ง ส่วนกลีบดอกนอกและกลีบในมีรูปร่างคล้ายคลึงกัน สีดอกของแวนด้ามีหลายสีและที่ได้รับความนิยมคือ สีน้ำเงินเข้ม สีครามอ่อน สีชมพู สีเหลือง หากปลูกรวมกันมากๆ จะเห็นถึงความสวยงามของสีที่สลับกัน ดูสวยงามหลากหลายสีสันน่าชวนมอง ดอกแวนด้าสามารถอยู่ทนสำหรับการปักแจกันได้ 5-7 วัน และออกดอกตลอดทั้งปี คุณวสันต์ ชุบคำ อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 13 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้สืบทอดการทำสวนกล้วยไม้แวนด้าต่อจากครอบครัว โดยการนำเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ เข้ามาช่วย ทำให้การจำหน่ายเข้าถึงลูกค้าได้เป็นวงกว้าง แม้แต่ลูกค้าต่างประเทศที่ชื่นชอบในไม้ชนิดนี้ ก็ติดต่อเข้ามาดูแวนด้าถึงในสวนของเขา เกิดเป็นรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ คุณวสันต์ ชุบคำ คุณวสันต์ เล่าให้ฟัง
แซ่บยกเซต! หมูทอดไร้น้ำมัน 5 รส ส่งดีลิเวอรี่ วันละเกือบ 100 กล่อง หมูทอด… หนึ่งในเมนูมาแรง ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาทำเป็นอาชีพ คงเป็นเพราะหมูทอดเป็นเมนูพื้นฐานทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำขายง่ายมีลูกค้าซื้อแน่นอน แม้ในตลาดจะมีกิจการหมูทอดวางเรียงรายกัน แต่ใช่ว่าจะเหมือนกันไปเสียหมด แต่ละเจ้าพยายามชูจุดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองกันอย่างแข็งขัน ปรับสูตร เปลี่ยนสีข้าวเหนียว ใช้แพ็กเกจจิ้งธรรมชาติ และอีกหลายอย่างที่กล่าวไม่หมด เพียง 4 สัปดาห์ที่ “เฮียดอยซ์หมูไม่มัน” เข้าสู่ตลาดในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ที่สร้างกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลด้วยรูปแบบที่น่าสนใจจนมีดารา บล็อกเกอร์ รวมทั้งรายการทีวีดัง ชวนไปพูดคุยอีกด้วย คุณแชมเปญ-เมธาพร พีรวุฒิ เหลืองรัศมี อายุ 35 เจ้าของกิจการ เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เฮียดอยซ์สามีของเธอเป็นคนชอบทานข้าวเหนียวหมูทอดมาก เจอร้านไหนทานร้านนั้น ทานทุกวันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ในฐานะภรรยาที่ชอบทำอาหารจึงคิดสูตรหมูทอดเพื่อสุขภาพ โดยไม่ใช้น้ำมัน ทำออกมาแล้วอร่อยเลยอยากส่งต่อความสุขภาพดีนี้ให้คนอื่นด้วย “จริงๆ ทำธุรกิจตัวอื่นด้วยเกี่ยวกับเฮลตี้สแน็ก พวกผั
เปิดสูตร “ปลาดุกร้าท่าซัก” กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลาดุกร้าท่าซัก จังหวัดนครศรีธรรมราช วิธีการผลิต “ปลาดุกร้าท่าซัก” นำปลาสดมาใส่ในกระสอบเกลือเพื่อน็อกให้ปลาตาย โดยใช้ปลาดุกสดครั้งละ 300 กิโลกรัม นำปลาดุกมาตัดหัวออก ควักไส้ปลาออก นำปลาดุกมาล้างน้ำให้สะอาด นำปลาที่ล้างสะอาดแล้วนำมาผึ่งในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ทิ้งไว้นาน 3 ชั่วโมง นำปลาที่สะเด็ดน้ำแล้วนำมาใส่เกลือสินเธาว์ ไอโอดีน และน้ำตาลอย่างละ 12 กิโลกรัมที่ผสมแล้วยัดไส้ในท้องปลาและคลุกเคล้ากับตัวปลา นำปลาดุกหมักลงในโอ่งมังกร จัดเรียงเป็นชั้นๆ จนเต็มโอ่ง ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 2 คืน นำปลาที่ผ่านการหมักได้ที่แล้วมาตากแดดในโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์นาน 5 ชั่วโมง นำปลามาห่อด้วยกระดาษซับน้ำและน้ำมันปลาก่อน จึงค่อยใส่ถังพลาสติกที่มีฝาเกลียว ปิดฝาให้มิดชิด ทิ้งไว้นาน 2 วัน นำปลามาแกะกระดาษห่อออก นำไปตากแดด ครั้งที่ 2 ประมาณ 5 ชั่วโมง นำปลามาห่อกระดาษ บรรจุถุงพลาสติกถุงละ 1 กิโลกรัม และบรรจุกล่องกระดาษที่เป็นเอกลักษณ์ของปลาดุกร้าท่าซักก่อนส่งจำหน่าย เมื่อบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์สามารถเก็บรักษาคุณภาพได้นาน 3 เดือน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1
เป็นอีกย่านที่มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย ขนาดมิชลินสตาร์ยังเคยมามอบดาวให้กับหลายๆ ร้าน สำหรับย่านประตูผีหรือแยกสำราญราษฎร์ พื้นที่เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร หนึ่งในร้านเด็ดเสิร์ฟอาหารใต้ ชื่อ “คอ ระฆัง” (Kor Ra Kang) ที่นำสูตรอาหารใต้รสชาติจัดจ้านจากภูเก็ตมาประยุกต์ให้คนกรุงเทพ และผู้ที่ไม่สามารถทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนจัดจ้านได้ลิ้มลอง โดยที่ยังคงความกลมกล่อมของอาหารไว้อย่างลงตัว ปรุงจานต่อจาน ขายคุณภาพ ขายความสดใหม่ของวัตถุดิบ ปริมาณอาหารคุ้มค่ากับราคา สารพัดเมนูเด็ด คัดสรรมาเสิร์ฟ สูตรเฉพาะของทางร้าน คุณวรวุฒิ จันทร์ไข่ ผู้จัดการร้าน เล่าว่า “คอ ระฆัง” เป็นหนึ่งในตัวอักษรไทยที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคล ดังกังวาน บวกกับความรู้สึกที่อยากให้ความอร่อยส่งเสียงได้แบบ “ระฆัง” จึงเกิดเป็นชื่อร้าน “คอ ระฆัง” ขึ้นมา ซึ่งการตกแต่งร้านเลือกใช้โทนสีขาวสะอาดตา บรรยากาศสบายเป็นอาคารไม้ มีการวาดลวดลายสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ลงบนผนัง เอาระฆังมาทำโคมไฟ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้พบเห็นที่ผ่านไปมา ปัจจุบันร้าน “คอ ระฆัง” มี 2 สาขา คือ “ประตูผี” ตรงข้ามวัดเทพธิดาราม เปิดได้เกือบปีแล้ว และสาขาซอยอารีย์ ส
รู้จัก ‘พอลร์ ผู้พิชิตไพร’ หนุ่มกะเหรี่ยงตาบอด สู่เจ้าของกิจการเนยถั่ว “ความพิการทางสายตา ไม่สามารถทำร้ายจิตใจที่แข็งแกร่งเหมือนหินผาของเขาได้เลยพี่” ฉันได้ยินเรื่องราวของผู้ชายคนนี้จากน้องรักคนหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สู้ชีวิตยิบตาน่าชื่นชม แต่เธอบอกฉันว่าเรื่องราวของผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตเธอเบาหวิวยิ่งนัก “เขาสู้มากจริงๆ พี่ ฟังแล้วรู้สึกตัวเองจะท้อไม่ได้เลย” “พอลร์ ผู้พิชิตไพร” ผู้ชายเชื้อสายกะเหรี่ยงที่เราพูดถึงวันนี้ เป็นรุ่นน้องเรียนมัธยมต้นมากับเธอ เขาเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี ท่าทางร่าเริงแจ่มใส แยกย้ายกันไปกว่า 20 ปี เธอจำได้เลือนรางเท่านี้ จนไม่นานนี้พี่ชายของพอลร์มาขอเบอร์โทรศัพท์เธอไป บอกว่าพอลร์ต้องการติดต่อเพื่อขอให้ช่วยเรื่องสื่อโฆษณาในกิจการที่เขาทำ วันหนึ่งเขาก็โทรกลับมา “ผมพอลร์นะ พี่จำผมได้ไหม?” แน่นอนเธอจำได้ดี เสียงเขาไม่เปลี่ยน ยังคงร่าเริงอยู่เช่นนั้น 2 คนพูดคุยสนุกสนาน เธออธิบายงานให้เขาฟัง พยายามอธิบายให้เขาเห็นภาพ กระทั่งประโยคหนึ่ง ทำให้เธอนิ่งอึ้ง “พี่ ผมตาบอด” พอลร์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นโรคเบเซ็ต (Behcet’s) ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเส
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ด้วยสาระสำคัญ 3 ด้าน คือ คนไทยรู้จักปลากัดมายาวนาน ปลากัดมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และสามารถเพาะพันธุ์ต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างอาชีพให้คนไทยได้ มีข้อมูลผู้ประกอบการไทยส่งออกปลากัดระหว่างปี 2556 – 2560 ประมาณ 20.85 ล้านตัวต่อปี ส่งไป 95 ประเทศทั่วโลก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยราคาตัวละ 5.42 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี คุณสุวรรณีย์ แสงดี หรือ “คุณแอน” เจ้าของธุรกิจ เจ๊แอนปลากัด ร้านดังในตลาดนัดจตุจักรเปิดมายาวนาน 11 ปี ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ว่า “ปัจจุบันปลากัดในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ ครม.มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ คาดว่าสัตว์น้ำชนิดนี้จะขายดียิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกมีบริการส่งปลากัดภายในประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลให้ธุรกิจปลากัดขยายตัวมากขึ้น ตลาดปลากัดจะกว้างขึ้น” เมื่อปลากัดกลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติและส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทย คุณสุวรรณีย์ มีแผนสร้างรายได้เพิ่ม
