How to
“ลุงพร สอนอาชีพ” คือ ชื่อแฝงของอดีตคนชายคา “มติชน” นามว่า คุณพรศักดิ์ พงศาปาน ซึ่งหลายคนในแวดวงการอบรมอาชีพอิสระ อาจรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะชายวัยห้าสิบเศษผู้นี้ได้ฝากผลงานไว้เป็นที่ประจักษ์มาแล้วนักต่อนัก และเมื่อไม่นานมานี้ “ลุงพร” ผู้มีพื้นเพเป็นชาวจังหวัดพัทลุง ได้ทุ่มเทแรงกาย-แรงใจ ทำพ็อกเก็ตบุ๊ก น่าอ่าน-น่าเก็บ ออกมาเล่มหนึ่ง ให้ชื่อว่า “หรอยจังฮู้” ภูมิปัญญาอาหารไทยภาคใต้ ชุดเคล็ดลับจากแม่ “ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะรวบรวมเนื้อหาสาระไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด โดยแบ่งแยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทั้งประเภทเครื่องแกงชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม แกงกะทิ แกงคั่วเผ็ด ฯลฯ รวมทั้งขนมชนิดต่างๆ” ลุงพร เกริ่นนำมาอย่างนั้น เปิดสูตร…เครื่องแกงปักษ์ใต้ คือ เนื้อหาส่วนหนึ่งของ “หรอยจังฮู้” ที่ “ลุงพร” เต็มใจอนุญาตให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เป็นสื่อกลาง นำเคล็ดลับ ส่วนผสม และข้อมูลที่เขารวบรวมมาออกเผยแพร่ ด้วยเพราะเห็นตรงกันว่า ยามนี้เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่สู้ดีนัก อาจมีคนที่กำลังมองหาอาชีพอิสระเกี่ยวกับการทำอาหาร หากได้มาเห็นเรื่องราวจากเขาแล้ว อาจ “ปิ๊ง” ไอเดีย นำไปต่อยอดหารายได้เลี้ยงตัวท
‘น้ำพริกมะกอก’ความชุ่มคอของเครื่องจิ้ม : โดย กฤช เหลือลมัย หนึ่งในลูกไม้ที่แข่งกันสุกให้คนกินตามฤดูกาลช่วงปลายปี ก็คือ“มะกอกป่า” (Spondias pinnata Kurz.) นะครับ เราอาจได้กินยอดอ่อนรสเปรี้ยวฝาดของมันจิ้มน้ำพริกจิ้มหลนมาตลอดทั้งปี หรือชาวบ้านภาคเหนือบางแห่งนิยมถากเปลือกต้นมาคั้นในลาบวัวควายดิบ เป็นสูตรเฉพาะของพื้นที่ แต่กว่าจะมีโอกาสลิ้มรสหอมหวานเจือฝาดเปรี้ยวเล็กน้อยของเนื้อมะกอกสุกที่แสนจะชุ่มชื่นคอได้ ก็ต้องล่วงมาช่วงหน้าหนาวนี่แหละครับ ลูกมะกอกสุกมีวางขายตามตลาดนัดทั่วไป โดยเฉพาะแผงผักลาว มันเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ในครก “ตำลาว” นอกจากนี้ก็ยังอยู่ในน้ำปลาพริกขี้หนู ที่เมื่อไหร่ใส่มะกอกแล้วก็กินกับปลาย่างอร่อยที่สุด บางทีก็ไปอยู่ในต้มโคล้งปลาช่อนทั้งลูกเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเปลือกมะกอกมีน้ำมันหอมระเหย และมีรสมีชาติเสริมเนื้อมะกอกในสำรับอาหารได้อย่างพอดิบพอดีมากๆ ถ้าถามว่าเหลือแต่เมล็ดกระมังที่กินไม่ได้ ก็ไม่เชิงอีกครับ คือถ้าเรากะเทาะเปลือกเมล็ดออก จะมีเนื้อแก่นเมล็ด รสมันอร่อย ยิ่งหากเป็นจำพวกมะกอกเกลื้อนหรือมะกัก ที่ร่วมสายพันธุ์กัน ยิ่งจะมีเนื้อเมล็ดมากขึ้นไปอีก ใ
นับเป็นปูชนียบุคคลด้านงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน เพราะสั่งสมประสบการณ์งานด้านนี้มายาว นานกว่าครึ่งศตวรรษ สำหรับ คุณสมคิด ด้วงเงิน ปัจจุบันเป็นเจ้าของ “ศูนย์หัตถกรรมทองลงหิน”ย่านบางบัว กรุงเทพฯ ซึ่งงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน นับเป็นกรรมวิธีผลิตเครื่องใช้สอยแฮนด์เมดเล่อค่า ลูกค้าต่างชาติชอบ ขายสมค่าเหนื่อย ช้อน-ส้อม คู่ละ 500 บาท ช้อนกาแฟ ชิ้นละ 100 บาท “เครื่องทองลงหิน (BRONZE WARE )” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และนำเข้ามาในประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นการนำดีบุก และทองแดงผสมกันแล้วหลอมเป็นเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ พร้อมกับแกะสลักตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม ประณีต ไม่ว่าจะเป็นช้อน ทัพพี มีด ส้อม ที่คีบน้ำแข็ง หรือแม้แต่ของที่ระลึกสำหรับไว้แจกในโอกาสวาระต่างๆ อาทิ ที่เปิดขวด พวงกุญแจ หรือแม้กระทั่งพระพุทธรูปและงานศิลปวิทยาการต่างๆ ล้วนทำมาจากงานหัตถกรรมทองลงหินทั้งนั้น แหล่งผลิตงานหัตถกรรมเครื่องทองลงหินในปัจจุบัน พบว่าจำนวนผู้ผลิตเหลือน้อยราย อีกทั้งเป็นการผลิตในอุตสาหกรรมครัวเรือน เพราะถูกสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่าชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นอาศัยในชุมชน
สูตรอาหารสุดง่าย “จับฉ่ายแบบฝรั่งเศส” ใส่สารพัดผักประโยชน์ครบในจานเดียว สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่น ทุกคน มีใครคุ้นๆ เมนูอาหารวันนี้บ้างคะ ชื่อคุ้นกับการ์ตูนดิสนีย์ที่มีเจ้าหนูน้อยเรมี่ เชฟตัวจิ๋วลงมือช่วยเพื่อนทำอาหารเมนูพิเศษนี้นั่นเองค่ะ เมนูนี้ วินเรียกง่ายๆ ว่าเป็น สตูผักหรือจับฉ่ายแบบฝรั่งเศสนี่แหละค่ะ เรียกซะหมดเท่เลยทีเดียว ระทะทูอี (Ratatouille) หรือ ราตาตูย มีต้นกำเนิดมาจากเมืองนิส (Nice) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสค่ะ เพื่อนๆ หลายคนน่าจะเคยเห็นหน้าตาของระทะทูอีมาบ้างแล้ว เมนูนี้ วินจะนำเสนอทั้ง 2 แบบ คือแบบผัดเคี่ยวในหม้อตั้งเตา และแบบที่นำไปอบในเตาอบเหมือนเจ้าหนูเรมี่นะคะ ซึ่งขั้นตอนการทำในตอนแรกก็จะคล้ายกันค่ะ ไปดูส่วนผสมกันเลยดีกว่า ส่วนผสม (ปริมาณ 5 เสิร์ฟ) ซุกินี่ 100 กรัม มะเขือม่วง 100 กรัม มะเขือเทศ 100 กรัม หัวหอม 80 กรัม พริกเหลือง 60 กรัม เห็ด 50 กรัม กระเทียมสับ 1-2 เม็ด น้ำมันมะกอก
“ข้าวขาหมูโบราณ” – ร้านเด็ดริมทางที่แท็กซี่-แมสเซนเจอร์บอกกันปากต่อปาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 50 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 54 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐี ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมูก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว
เป็นเครื่องแต่งกายสุดเบสิคที่ผู้ชายในทุกช่วงวัยสามารถสวมใส่ได้ สำหรับ “สูท” หรือ “ชุดสากลนิยม” เพราะไม่ว่าแฟชั่นจะเปลี่ยนไปอย่างไร “สูท” ก็ยังคงยืนหนึ่งในแฟชั่นทุกยุคสมัย “GMC” ร้านสูทสั่งตัด หรือ Custom Tailor ครองใจชายหนุ่มมายาวนาน ติดท็อป 1 – 5 ร้านสูทดังคนไทย จุดเด่น คือ ลูกค้าเลือกแบบ เลือกผ้า เลือกกระดุม เลือกสีด้าย หรืออยากให้ปักชื่อลงไปก็ทำได้ มีดีไซน์เนอร์วัดตัวพร้อมคัตติ้งสุดเนี้ยบ ตัดสูทด่วนภายใน 3 – 7 วัน สร้างธุรกิจหวังเอาใจพ่อแม่ กลายเป็นอาณาจักรชุดสูทชื่อดัง คุณโชติ เมธามณีโชติ เจ้าของร้าน GMC เท้าความว่า เป็นลูกชายคนที่ 10 ในบรรดาพี่น้อง 11 คน เหตุผลที่เปิดร้านตัดสูทในตอนแรกเพียงเพื่ออยากเอาใจคุณพ่อคุณแม่ ท่านอยากให้เป็นเจ้าของกิจการ แต่การจะเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิสูจน์ความสามารถให้ทุกคนได้เห็น และวิธีที่รวดเร็วที่สุด คือ ไปเป็นลูกจ้างร้านสูทเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และสร้างประสบการณ์ตรง ต้องบอกก่อนว่าคุณโชติไม่ได้เรียนตัดเย็บหรือออกแบบเสื้อผ้า เขาจบวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำงานตามที่เรียนมา เคยรับราชการ แต่เนื่องจากทนแรงต้านครอบค
สามสิบกว่าปีก่อน เพื่อนสนิทผมคนหนึ่งอาศัยอยู่ในซอยเซ็นหลุยส์ 3 เขตบางรัก พระนคร ผมและเพื่อนๆ นักเรียนโบราณคดีคนอื่นๆ ก็เลยพลอยได้ไปเที่ยวเล่นนอนค้างที่นั่นบ่อยๆ ตอนเช้าๆ คุณแม่ของเขามักเดินจากบ้านไปตลาดบางรัก ซื้อขาหมูพะโล้อันเลื่องลือชื่อนั้นมาให้พวกเรากินกันอย่างอร่อยเสมอ ส่วนคุณพ่อเป็นทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ซึ่งตัดสินใจสร้างครอบครัวกับสาวไทย ไม่กลับไปบ้านเกิดที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยอีกเลยหลังสงครามสงบ ทีนี้ บ้านนี้ก็เลยมีกับข้าวกลิ่นอาย “ญี่ปุ่นๆ” อยู่หลายอย่าง ซึ่งถ้าเอาที่พวกเราเคยกิน แล้วชอบ เป็นซุปเนื้อวัวใส่มันฝรั่ง สีเข้มๆ รสเค็มอ่อนๆ หอมกลิ่นซีอิ๊วญี่ปุ่น กินตอนร้อนๆ กับข้าวสวยแค่อย่างเดียวก็อร่อยชะมัดแล้วล่ะครับ เครื่องปรุงหลักๆ ของซุปหม้อนี้คือ “โชยุ” ซีอิ๊วดำเค็มแบบญี่ปุ่น ซึ่งเดี๋ยวนี้มีขายทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต มันมีกลิ่นหอมไปอีกแบบหนึ่ง ต่างจากซีอิ๊วจีน และเท่าที่รู้ สูตรดั้งเดิมของก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็กอันโด่งดังนั้น มาจากคนญี่ปุ่น ซึ่งปรุงน้ำซอสโชยุในซุปก๋วยเตี๋ยวของเขาจนได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้ ร้านข้าวต้มดังย่านถนนราชดำเนินกลาง กรุง
ยุค 4.0 ใครๆ ก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าได้ ด้วยการคลิกนิ้วบนโลกออนไลน์ ถ้าโชคดีอาจทำธุรกิจรวยหลักล้านได้ภายในเวลาไม่นาน ในท่ามกลางความร้อนแรงของการค้าขายบนโลกออนไลน์ ยังไม่มีใครทุบสถิติความฮอตของอีเบย์ (ebay) ลงได้ เนื่องจากเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ของโลก ที่มีเงื่อนไขและข้อกำหนดตามมาตรฐานสากล แกะรอยกูรูภัทรชัย สู่ ebay ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน (ประมาณปี 2550) คุณภัทรชัย ผ่องแผ้ว ผู้มีดีกรีด้านไอทีและเคยทำงานอยู่กลุ่มบริษัท CDG ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรในระดับประเทศ ต่อมามองเห็นโอกาสทางธุรกิจการค้าออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ จึงตัดสินใจเปิดเว็บไซต์เพื่อขายเสื้อผ้าแฟชั่น โดยอาศัยพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านไอที และพุ่งประเด็นไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องยากพอสมควรสำหรับเริ่มต้นในเวลานั้น เนื่องจากในอดีตการค้ากับต่างประเทศเปิดโอกาสของผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้น แต่ปัจจุบันการค้าขายบนโลกออนไลน์เปลี่ยนไป ทุกคนสามารถรวยได้จากเงินที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก และในที่สุดโอกาสก็เปิดกว้าง เมื่ออีเบย์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกคนเข้ามาขายอะไรก็ได้ โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามกฎหมาย จากการที่ม
“เถาวัลย์น้ำตาแม่หม้าย ” เป็นชื่อวัชพืชที่พบได้ทั่วไป ในสวนส้มเขียวหวาน ของพื้นที่อำเภอลอง และอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ในอดีตเถาวัลย์เหล่านี้ รุกรานพื้นที่การเกษตรอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านพยายามหาทางกำจัดวัชพืชชนิดนี้อยู่เสมอ เพราะเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ยากแก่การควบคุม เนื่องจากวัชพืชชนิดนี้ มีความเหนียวมาก ชาวบ้านต้องใช้เรี่ยวแรงค่อนข้างมากในการกำจัด ใช้วิธีดึง ถาง หรือตัดฟันอย่างไร เถาวัลย์ก็ไม่ยอมขาดง่ายๆ มีเรื่องเล่าขานว่า เจ้าของสวนส้มรายหนึ่ง เป็นแม่หม้ายอาศัยอยู่ตัวคนเดียว ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนพวกผู้ชาย เมื่อต้องไปกำจัดเถาวัลย์ในแต่ละครั้งถึงกับร้องไห้น้ำตาตกเพราะทำงานเหนื่อยยากแสนสาหัส กว่าจะตัดฟันเถาวัลย์ให้ขาดลงได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เถาวัลย์น้ำตาแม่หม้าย” มาจนถึงทุกวันนี้ แปรรูปวัชพืชไร้ค่า… เป็นสินค้ามีราคา ปี 2537 คุณบัวคลี่ ส่างกันจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านใหม่ อ.วังชิ้น ได้นำเถาวัลย์น้ำตาแม่หม้าย มาทด ลองประดิษฐ์ เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในครัวเรือน เช่น กระจาด ตะกร้า ถาด กระเช้าผลไม้ ตะกร้าใส่เสื้อผ้า ฯลฯ ปรากฏว่า ขายดิบขายดี เพราะทุกวันนี้
ปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เป็นที่น่ายินดีว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาเอาใจใส่ดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งคือการนำเอาวัสดุหรือวัตถุดิบที่ไม่ใช้แล้วมาแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะเหล่านั้นแล้ว ยังได้สิ่งของมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกด้วย เพิ่มมูลค่ากระดาษใยสับปะรด คุณพลพงษ์ ตันติพิพัฒน์พงศ์ หรือ น้องมัช นักเรียนเกรด 12 จากโรงเรียนนานาชาติ NIST กรุงเทพฯ เป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงได้นำใบสับปะรดมาแปรรูปเป็นกระดาษจากใยสับปะรด ในโครงการ Ever leaves โดยนำมาใส่ไอเดียเก๋ไก๋ ผลิตเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ กระเป๋าใส่บัตร และที่พันหูฟัง ของใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิตอลได้อย่างดี สินค้าที่แปรรูปมาจากใยสับปะรดนี้ นอกจากจะมีความทนทานแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าของเกษตรกรให้มีราคาสูงมากกว่า 20 เท่า คุณสมใจ บุญใส สมาชิกกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เดิมท
