How to
สวัสดีค่ะเพื่อนคุณผู้อ่าน เฮลท์คิทเช่น ที่น่ารักทุกคน เมนูเค้กช็อกโกแลตลาวา คราวนี้เอาใจสายหวานหน่อยๆ ฝนตกบ่อยๆ อากาศมันหนาวไปบ้าง อยากทานเค้กนุ่มๆ สอดไส้ช็อกโกแลตลาวาร้อนๆ เยิ้มๆ เพิ่มความอบอุ่นให้หัวใจซะหน่อย มีส่วนผสมดังนี้ค่ะ ช็อกโกแลต 240 กรัม เนยเค็ม 225 กรัม ไข่ไก่ 7 ฟอง น้ำตาล 150 กรัม อัลมอนด์มีล 65 กรัม (ปริมาณของสูตรนี้ ทำได้ประมาณ 12 ชิ้นในแม่พิมพ์แบบคัพเค้กนะคะ ตามรูป) เริ่มด้วย นำช็อกโกแลตมาละลายกับเนย โดยใส่ในอ่างซ้อนกับอ่างน้ำร้อน คนจนเนยและช็อกโกแลตละลายเข้ากัน 2. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลจนขึ้นฟู ก่อนนำช็อกโกแลตซอสที่ละลายไว้ ค่อยๆ เทลงไปในอ่างผสม ตีให้เข้ากัน 3. ตามด้วยอัลมอนด์มีล เทลงไปและตีผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมไปเทใส่พิมพ์ ที่ฉีดสเปรย์น้ำมันเตรียมไว้ กันเนื้อเค้กติดกับพิมพ์ค่ะ 4. นำพิมพ์ใส่เข้าตู้เย็นเพื่อให้เนื้อส่วนผสมได้เซตตัว อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง ก่อนนำไปเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 นาที แค่ให้เนื้อเค้กด้านนอกสุกเป็นเนื้อเค้ก แต่ภายในยังเป็นซอสอยู่นะคะ
ผู้ดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกิน หรือประเภทอาหารคลีน ที่สนใจลองลิ้มอาหารเบาๆ ได้คุณค่าจากธรรมชาติ กับเมนูเก๋ไก๋ที่เรียกว่า “เมี่ยงดอกไม้” ประภาพร ส่อนราช ข่าวสดหนองคาย พาไปชิมเมนูนี้ที่ ร้านเฮือนหาดคำ นงลักษณ์ โคตรจรินทร์ เจ้าของร้าน บอกว่า ทางร้านได้ริเริ่มค้นหาเมนูที่กินได้ง่ายๆ จากสิ่งรอบตัว จึงเป็นที่มาของ เมี่ยงดอกไม้ โดยการหยิบเอาวัตถุดิบรายรอบรั้วร้านไม่ว่าจะเป็น ดอกเข็ม ดอกพวงชมพู ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอัญชัน แคร์รอต ผักกาดหอม นำวัตถุดิบเหล่านี้มาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งลมให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาม้วนพันกับแผ่นเปาะเปี๊ยะ อาจจะเพิ่มหมูสดหั่นเป็นชิ้นเพิ่มเติมเข้าไปได้ กินกับน้ำจิ้มสูตรของเฮือนหาดคำ แนมกับแตงกวา รสชาติจัดว่าเด็ด ส่วนดอกไม้ต่างๆ ที่นำมาทำเมี่ยงดอกไม้ ล้วนมีสรรพคุณทางยา อาทิ ดอกเข็ม ช่วยบำรุงร่างกาย แก้เสมหะ, ดอกเฟื่องฟ้า ช่วยบำรุงหัวใจและระบบขับถ่าย, ดอกอัญชัน ช่วยบำรุงเส้นผม ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เป็นต้น เมนูเมี่ยงดอกไม้ จึงกลายเป็นอาหารคลีนต่อสุขภาพ สบายท้อง และได้คุณค่าจากธรรมชาติไปเต็มๆ คำ ร้านเฮือนหาดคำ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของสองฝั่งโขงเป็นฉากป
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
ของอร่อยที่หากินได้ค่อนข้างยากในยุคนี้ก็คือ “ตือฮวน-เกี้ยมไฉ่กับข้าวเหนียวยัดไส้” หรือ “จุกบี้” ในภาษาจีน เจ้าอร่อยที่เคยเปิดขายมานานอย่างตือฮวนสามพี่น้อง (คนทั่วไปเรียกสองพี่น้อง แต่ความจริงเขามีพี่น้องสามคน) ปากตรอกอิสรานุภาพ ใกล้วัดคณิกาผล ก็ได้ข่าวว่าปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี้เอง คงจะเป็นเพราะว่าไม่มีทายาทสืบต่อ ประกอบกับการทำเครื่องในให้อร่อยและสะอาดนั้นต้องอาศัยความพิถีพิถันใช้เวลาและกำลังวังชาเป็นอันมาก อย่ากระนั้นเลย ปิ่นโตเถาเล็กขอกลับไปทบทวนร้านตือฮวน-เกี้ยมไฉ่ อีกร้านหนึ่งเสียเลย เจ้านี้โชคดีที่มีลูกชายทายาทรุ่น 3 มาช่วยทำร้านควบคู่ไปกับรุ่นแม่แล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า “อรุณวรรณ” อยู่ “ปากซอยเอกมัย 15” ถนนสุขุมวิท 63 ผมเคยแนะนำร้านอรุณวรรณไปแล้วทั้งในหนังสืออร่อยริมทาง กับ ปิ่นโตเถาเล็ก ในคอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม และทางวิทยุคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ในรายการ อิ๊งค์ eat all around ปรากฏว่า เมื่อปี 2018 (พ.ศ. 2561) อรุณวรรณได้รับรางวัลจากมิชลิน ในประเภท “บิบกูร์มองด์ (Bib Gourmand)” หรือร้านอาหารอร่อยคุ้มค่าในราคาย่อมเยา ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องเพราะที่ร้านไม่ได้ติดตรามิชลิน
ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันหนาหูอยู่ในขณะนี้หนีไม่พ้นเรื่อง “ราคาอาหาร ข้าวของ เครื่องใช้ เเละบริการ” ต่างพาเหรดกันขึ้นราคา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ขึ้นก็คือ “เงินเดือน” เจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 34 ปี แม่ค้าขายข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ที่ยืนยันว่า ยังไม่ปรับราคาขึ้นเเน่นอน ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยให้ได้รับประทานอาหารคุณภาพดี รสชาติอร่อย โดยยังจำหน่าย ข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ราคาเดียว คือ 10 บาท ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย คุณนก เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที่บ้านขายข้าวมันไก่มาก่อน เป็นสูตรของคุณพ่อ ขายอยู่ที่ท่าน้ำนนท์ก็ได้คลุกคลีกับบรรยากาศการค้าขายมาตั้งแต่ยังเด็ก และคิดว่าอาชีพค้าขายน่าจะ
“แม้จะเป็นงานที่ไม่ชอบทำเลย ไม่ชอบซักผ้า ไม่ชอบรีดผ้า เเต่ยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งรุ่ง มีเงินจ่ายลูกน้องเดือนละ 8 หมื่นบาท นั่นคงเป็นเพราะยิ่งไม่ชอบ ก็ยิ่งต้องระวัง ยิ่งต้องใส่ใจ ลูกค้ามีปัญหารีบแก้ไขทันท่วงที” ประโยคนี้กล่าวโดย คุณรวินท์มาศ ลือเลิศ อายุ 38 ปี หรือคุณแตม เจ้าของร้านซัก อบ รีดเสื้อผ้า “มิสไวท์กรีน” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย คุณแตม เล่าว่า เปิดร้านซัก อบ รีด เสื้อผ้า มานานกว่า 15 ปีแล้ว ก่อนจะมายึดอาชีพนี้ ทำมาแล้วหลายอาชีพ อาทิ เปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือ ขายกิ๊ฟช็อป เคยเป็นลูกจ้างทำงานโรงงาน แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบงานประจำ ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนนึงที่เปิดร้านซัก อบ รีด สุดท้ายเลยลองทำตามแล้วรุ่ง “หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ดิฉันทำมาหลายอาชีพ จนในที่สุดมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำเรื่องการเปิดร้าน ซัก อบ รีด ผ้า โดยส่วนตัวมองว่า เป็นงานที่ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องพบปะผู้คนมาก เลยใช้เงินเก็บ 6 หมื่นบาท เปิดร้านซักรีด” การเปิดร้านในช่วง 2 ปีแรก เจ้าของ เล่าว่า รับซัก อบ รีด เสื้อผ้าลูกค้าตามบ้านทั่วไป ซึ่งรายได้ก็ดี แต่เริ่มพบปัญหา คือ เสื้อผ้ามีหลากหลายสีสัน
“หมูทอด” เมนูพื้นๆ ดูเหมือนจะทำง่าย คนไทยทุกเพศทุกวัยทานได้ สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าชนิดว่าตั้งตัวได้เลยมาแล้วมากมาย เฉกเช่นคุณอนาริสา ศรีนวล หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก ที่เดิมทำงานประจำ แต่เมื่อเเต่งงานมีครอบครัว เลือกผันตัวจากงานประจำมาเปิดร้านขายหมูทอด สร้างรสชาติให้ถูกปากคนไทย ทุกวันนี้มีรายได้ต่อวันประมาณ 3-4 หมื่นบาท สำหรับรายละเอียดร้านหมูทอดเบรกแตกของคุณอาน่า เธอบอกว่า เปิดได้ 2 ปีแล้ว สาเหตุที่เปิดร้าน คือ หลังจากแต่งงาน ก็ลาออกจากงานประจำ ไปเรียนทำอาหารกับแม่สามีซึ่งเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร ได้เรียนอาหารหลายเมนู อยากทำขายหลายอย่าง แต่สุดท้ายรู้สึกว่า การทำหลายอย่างพร้อมๆ จะเหนื่อยเกินไป และกลัวว่าจะออกมาไม่ได้ไม่ดี เลยตัดสินใจเลือกทำเมนูเดียว เป็นเมนูเดียวที่คิดว่าทำออกมาดีที่สุด เลยมาจบที่หมูทอด ทั้ง 2 ชนิด หมูทอดเบรกแตกที่เป็นไฮไลท์ และเมนูหมูเค็ม “หมูทอดเบรกแตกเปิดร้านครั้งแรกที่ตลาดลุงเพิ่ม หลังการบินไทย ราคาขายหน้าร้านกิโลกรัมละ 600 บาท ขีดละ 60 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว มาชวนไปเปิดร้าน เลยเป็นที่มาของการขยายสาขา เพิ่มที่ห้างเซ็นทรัล
เวลาเราพูดถึง “รสชาติ” ของอาหารแถบหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือภาคนั้นภาคนี้ บางทีมันก็ยากที่จะอธิบายชัดๆ ลงไปว่า มัน “ต้อง” เป็นยังไงแน่นะครับ เพราะว่ารสมือที่ต่างกันของบรรดาแม่ๆ พ่อๆ แต่ละบ้านนั่นเอง ที่เป็นตัวแปร ทำให้แม้แต่อาหารของบ้านตรงข้ามเรา ก็ยังรสไม่เหมือนบ้านเราเลย ดังนั้น มิไยจะต้องเอ่ยถึงภาพรวมของ ตำบล อำเภอ ว่าจะกำหนดเหมารวมได้อย่างไร ว่ามันต้องมีลักษณะเด่นตรงไหน ยิ่งมาสมัยนี้ ที่การขนส่งวัตถุดิบรวดเร็วทั่วถึง ไม่ว่าใครก็สามารถจับจ่ายซื้อหาผักหญ้า เครื่องเทศสมุนไพรข้ามภูมิภาค มาใส่ในหม้อในกระทะของตนได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด มิติความเป็น “ท้องถิ่น” ของอาหารก็ยิ่งพร่าเลือนเข้าหากัน จนแทบไม่สามารถจะนิยามเฉพาะเจาะจงลงไปได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าแม้เราไม่สามารถผูกมัดจำกัดรสชาติอาหารที่กำลังเปลี่ยนไปได้แน่ๆ แต่หลายครั้ง เมื่อเรา “จับ” เค้าโครงหรือไวยากรณ์หลักของอาหารบางท้องถิ่นได้ มันก็พอจะนับเป็นความสนุกรื่นรมย์ในการกินอยู่ไม่น้อยทีเดียวแหละครับ ท่ามกลางความดาดๆ เหมือนๆ กันไปหมด ก็คงมีแต่ความแตกต่างที่เราพอจับรสชาติได้ การล่วงรู้ที่มาของวัตถุดิบ ความเ
เครื่องกก ลูกไก่ ลูกเป็ด อินฟราเรด “เครื่องกก ลูกไก่-เป็ด อินฟราเรด อัจฉริยะ” ผลงานของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครสวรรค์ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ คุณบุญศักดิ์ เกลียวกมลทัต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครสวรรค์ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร. (056) 237-256-7 เปิดเผยว่า เครื่องกก ลูกไก่ ลูกเป็ด อินฟราเรด อัจฉริยะ เป็นนวัตกรรมใหม่ของกรมปศุสัตว์ ควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบดิจิตอล ใช้แท่งอินฟราเรด ขนาด 300 วัตต์ ในการให้ความอบอุ่น สามารถกกลูกไก่ ลูกเป็ด500 ตัว ต่อกิโลกรัม ต่อ 1-2 สัปดาห์ ลดต้นทุนการผลิตลูกไก่ ลูกเป็ด ลงถึง 20% ลดอัตราการสูญเสียจากการตายของลูกไก่ ลูกเป็ด 3-5% ตู้ฟักไข่ไก่เศรษฐกิจ ขนาด 500 ฟอง ตู้ฟักไข่ไก่แบบเดิมเป็นตู้ไม้อัดชั้นเดียว ไม่มีโครงเหล็กและไม่มีแผ่นโฟมบุชั้นตรงกลาง ทำให้อุณหภูมิภายในตู้ฟักไม่คงที่ สร้างความร้อนภายในตู้ฟัก ใช้ระบบเวเฟอร์ ความห่างของอุณหภูมิอยู่ที่ 1-2 องศาเซลเซียส ยากต่อการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ระบบพลิกกลับไข่ควบคุมด้วยคันโยกมือ ไม่มีความสม่ำเสมอในการกลับไข่ ยุ่งยากในการปฏิบัติงาน ทำให้อัตราการฟักออกต่ำ ลูกที่ฟักออก
เวลาเราพูดถึง “รสชาติ” ของอาหารแถบหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือภาคนั้นภาคนี้ บางทีมันก็ยากที่จะอธิบายชัดๆ ลงไปว่า มัน “ต้อง” เป็นยังไงแน่นะครับ เพราะว่ารสมือที่ต่างกันของบรรดาแม่ๆ พ่อๆ แต่ละบ้านนั่นเอง ที่เป็นตัวแปร ทำให้แม้แต่อาหารของบ้านตรงข้ามเรา ก็ยังรสไม่เหมือนบ้านเราเลย ดังนั้น มิไยจะต้องเอ่ยถึงภาพรวมของ ตำบล อำเภอ ว่าจะกำหนดเหมารวมได้อย่างไร ว่ามันต้องมีลักษณะเด่นตรงไหน ยิ่งมาสมัยนี้ ที่การขนส่งวัตถุดิบรวดเร็วทั่วถึง ไม่ว่าใครก็สามารถจับจ่ายซื้อหาผักหญ้า เครื่องเทศสมุนไพรข้ามภูมิภาค มาใส่ในหม้อในกระทะของตนได้อย่างแทบไร้ขีดจำกัด มิติความเป็น “ท้องถิ่น” ของอาหารก็ยิ่งพร่าเลือนเข้าหากัน จนแทบไม่สามารถจะนิยามเฉพาะเจาะจงลงไปได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าแม้เราไม่สามารถผูกมัดจำกัดรสชาติอาหารที่กำลังเปลี่ยนไปได้แน่ๆ แต่หลายครั้ง เมื่อเรา “จับ” เค้าโครงหรือไวยากรณ์หลักของอาหารบางท้องถิ่นได้ มันก็พอจะนับเป็นความสนุกรื่นรมย์ในการกินอยู่ไม่น้อยทีเดียวแหละครับ ท่ามกลางความดาดๆ เหมือนๆ กันไปหมด ก็คงมีแต่ความแตกต่างที่เราพอจับรสชาติได้ การล่วงรู้ที่มาของวัตถุดิบ ความเ
