How to
เปิดสูตรลับ! ปั้นร้านอาหารให้ปังด้วย AI เพิ่มยอดขายให้ร้านอาหาร ดึงดูดลูกค้าเพียบ ในปี 2024 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากหลายๆ คน นำ AI มาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองมากขึ้น และส่งผลให้การทำงานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการให้ AI ช่วยสร้างสรรค์งานใหม่ๆ เช่น ภาพ, วิดีโอ, บทความ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันมี Generative AI หลายตัวที่ได้รับความนิยม เช่น – Gemini เป็นโมเดล AI ขนาดใหญ่จาก Google – ChatGPT ที่สามารถตอบคำถามและสนทนาได้คล้ายมนุษย์ – Midjourney ที่สามารถสร้างภาพจากคำบรรยาย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีชุดคำสั่งที่น่าสนใจ ที่ใช้งานกับ Gemini เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ใช้ ชุดคำสั่ง เหล่านี้ในการทำร้านอาหารให้ปังมากยิ่งขึ้น โดยคำสั่งหลักๆ ควรถามให้ชัดเจน เช่น ขายอาหารประเภทไหน, มีงบเท่าไหร่ , กลุ่มลูกค้าเป็นใคร และช่วยคิดเมนูใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า เป็นต้น โดยตัวอย่างชุดคำสั่ง มีดังนี้ 1. Prompt : สำหรับการวางแผนเปิดร้านอาหาร “ช่วยออกแบบ Prompt สำหรับผู้ประกอบการให้หน่อย ว่าถ้าหากต้องการเปิดร้าน
“สอนลูกน้องให้คิดแบบเถ้าแก่” การบริหารสไตล์ “ดองกิ” หนึ่งในกลยุทธ์ยอดขายโตติดต่อกัน 33 ปี ทั้งพนักงานประจำหรือพาร์ตไทม์ ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าเข้าร้านเองได้ DONKI (ดองกิ) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Don Quijote เป็นร้านค้าปลีกชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยสินค้าหลากหลายชนิดในบรรยากาศที่คึกคักและมีสีสันสดใส เหมือนเดินเข้าไปในโลกแห่งความสนุกสนาน แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า แบรนด์ดองกิ เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ผู้บริหารมีแนวคิด หรือกลยุทธ์ในการบริหารพนักงานที่แปลกและแตกต่างไปจากแบรนด์อื่นๆ แต่ในความแปลกนี้ ทำให้ดองกิ มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 33 ปี และขยายสาขาไปมากกว่า 600 สาขาทั่วโลก เป็นร้านค้าที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ก่อตั้งโดย คุณทาคาโอะ ยาสุดะ เมื่อปี 1980 และมีการเปลี่ยนเปลงเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1989 เป็นร้านที่เกิดจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เป็นร้านค้าธรรมดาทั่วไป แต่เล็งเห็นโอกาสว่าในญี่ปุ่นมีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง จึงอยากหาข้อแตกต่างที่จะดึงดูดลูกค้าได้ โดยมองหาตลาดของคนที่ทำงานกลางคืน เลิกกะดึก จึงผันตัวเองมาเป็นร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง และขายในราคาย่อมเยา ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที
จากแพกุ้ง ต่อยอดขาย “กุ้งเผา” เปิดเคล็ดลับเผากุ้งให้สีสวย สุกทั่วตัว ขายดีเดือนละกว่า 3,000 กิโล กุ้งเผา เมนูขึ้นโต๊ะอาหารที่เป็นจานโปรดของใครหลายๆ คน เพราะเนื้อเด้งๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ได้กินทีไรหยุดไม่ได้ทุกที แต่กว่าจะได้กุ้งเผามาเสิร์ฟให้ลูกค้า ใช่ว่าจะง่าย เพราะต้องมีเคล็ดลับตั้งแต่การคัดสรรกุ้ง การเผา รวมถึงบริการต่างๆ ที่มัดใจลูกค้าจนอยู่หมัด แต่จะเป็นอย่างไรนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปพูดคุยกับ นพดล ยี่สุ่นแก้ว อายุ 31 ปี เจ้าของร้านกุ้งไพบูลย์ ที่ขายกุ้งได้เดือนละกว่า 3,000 กิโลกรัม ประสบการณ์กว่า 30 ปี เริ่มต้นจากพ่อสู่รุ่นลูก กว่า 30 ปี ที่นพดลกับพ่อโลดแล่นอยู่ในธุรกิจขายกุ้ง โดยเริ่มจากพ่อเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อกุ้งจากหน้าบ่อของเกษตรกร ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือได้กุ้งราคาถูก แต่ข้อเสียเวลาเหมาแบบนี้จะรวมทั้งกุ้งเป็นกุ้งตายมาพร้อมกัน ในตอนหลังจึงมีญาติแนะนำให้ลองเปิดแพกุ้งเอง ถึงจะได้ราคาต้นทุนแพงกว่า 10-20 บาท แต่ถ้าลองคำนวณค่าใช้จ่ายแล้วการเปิดแพเองนั้นคุ้มกว่า เพราะจะได้กุ้งสดเป็นๆ ไม่มีกุ้งตายปนมาเเน่นอน แถมยังสามารถเลือกบ่อกุ้งที่ได้ใบรับรอง GA
สานต่อธุรกิจของแม่ จ๊อปูแม่วรรณา ออกบูธทีขายดีหลักแสน ถือคติ “ลูกค้าเสียเงินแล้ว ต้องได้กินของดี” จากอาชีพขายถั่วงอก เมื่อมองเห็นโอกาสใหม่ จึงเปลี่ยนมาขายอาหารทะเล และต่อยอดทำหอยจ๊อขาย ถึงปัจจุบัน จ๊อปูแม่วรรณา เดินทางมายาวนาน 45 ปี มี “แม่วรรณา” เป็นต้นตำรับความอร่อย ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกสาว คุณบังเอิญ ธนะวิชัย หรือ เอิร์น วัย 50 ปี ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และขายดิบขายดี ออกบูธที ขายได้สูงสุดหลักแสนบาท คุณเอิร์น เล่าให้ฟังว่า ก่อนมาทำ “จ๊อปูแม่วรรณา” แม่ของเธอเคยยึดอาชีพขายถั่วงอก จากนั้นได้เปลี่ยนมาขายอาหารทะเลสด โดยขนของนั่งรถเมล์จากจังหวัดชลบุรีเข้ามาขายในกรุงเทพฯ เป็นร้านเล็กๆ ริมฟุตปาธ แถวซอยรามคำแหง 24 และเมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็ได้เปลี่ยนมาขับรถปิกอัพ ซึ่งเธอได้ติดสอยห้อยตามแม่มาด้วย ทำให้ซึมซับการค้าขายมาตั้งแต่วัยเด็ก “อะไรที่เป็นของเด็ดๆ ดังๆ จากบ้านเรา แม่ขนมาขายหมดเลย กำไรนิดๆ หน่อยๆ แม่ก็เอา จนวันหนึ่ง แม่เกิดความคิด อยากทำหอยจ๊อขายเอง เอาสูตรอาม่ามาปรุง ก็จืดๆ ทำกันไปทำกันมา กินได้บ้าง ขายไม่ได้บ้าง ปรับเปลี่ยนกันอยู่นานกว่าจะได้รส
แจกฟรี! คอร์สเรียนออนไลน์ “วางแผนการตลาดร้านอาหารด้วย Data” ช่วยเพิ่มยอดขาย มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด การทำการตลาดในยุคปัจจุบันหากจะทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพ ควรรู้จักการทำ Data หรือข้อมูลลูกค้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะสามารถทำการตลาดได้อย่างโดดเด่น เหนือคู่แข่ง เพราะนอกจากจะต้องทำอาหารให้อร่อยแล้ว ควรที่จะทราบว่าลูกค้าชอบอะไร สิ่งไหนตอบโจทย์ความต้องการ จึงจะสามารถทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนฟรีหลักสูตร “ขายดียอดพุ่ง วางแผนการตลาดร้านอาหารด้วย Data” สอนตั้งแต่พื้นฐานว่า Data คืออะไร วิธีการเก็บ Data ไปจนถึงสอนวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ เนื้อหาบทเรียน : มีทั้งหมด 12 บท บทที่ 1 ทำความรู้จักกับ Data บทที่ 2 ตั้งโจทย์ให้อาหารก่อนเริ่มทำงานกับ Data บทที่ 3 จัดการกับ Data ที่ต้องใช้อย่างไร บทที่ 4 วิธีเก็บ Data ร้านอาหาร บทที่ 5 การเก็บ Data เท่าที่มีให้ได้มากที่สุด และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ บทที่ 6 เตรียม Data ให้พร้อมใช้และวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อทำงานที่ถูกต้อง บทที่ 7 การหา Data เพิ่มเติมจากแหล่งภายนอกช่องทางการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า บทที่ 8 เปลี
โอกาสทองมาแล้ว! แฟรนไชส์ “ข้าวแกง 20 บาท” ลงทุนหลักหมื่น คืนทุนไว ทำอาหารไม่เป็นก็เป็นเจ้าของได้ จุดเริ่มต้นจากธุรกิจค้าข้าวสารของครอบครัว “ข้าวนาไทย” แต่ช่วงโควิดคนสั่งข้าวน้อยลง คุณติว-กีรติ ตรันเถียน จึงเกิดแนวคิดต่อยอดธุรกิจค้าข้าวเป็นร้านข้าวแกง 20 บาท โดยเริ่มขายแบบดีลิเวอรีบนรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ปัจจุบันได้เปิดเป็นแฟรนไชส์ร้านข้าวแกง ข้าวนาไทย เริ่มต้น 20 บาท ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของร้านอาหารได้ อีกทั้งยังมีการใช้วัตถุดิบที่คุณภาพดี มีทีมงานดูแลซัพพอร์ต ตั้งแต่เริ่มต้นตลอดจนพร้อมขาย ลักษณะทำเลที่แนะนำ หน้า 7-11, ปั๊มน้ำมัน, ตลาดนัด, ศูนย์อาหาร, สถานศึกษา และพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน รูปแบบการลงทุน ราคา 63,000 บาท สิ่งที่ได้รับ – ซุ้มสำเร็จรูปตามความเหมาะสมของทำเล – อุปกรณ์ครบตามความเหมาะสม เช่น ถาด, ฝาปิด, ช้อนกลาง, ตู้เย็น, เครื่องอุ่นอาหาร, เต็นท์, เก้าอี้ และโต๊ะ – ป้ายโฆษณา ทั้งติดหน้าร้านเเละบนปั๊ม – Service การตลาด Online และ Offline – Training Free – บริการติดตั้งร้านฟรี + ย้ายร้านฟรี – ทีมงานซัพพอร์ตตลอด – บริการห
ทำร้านอาหารต้องรู้! เมนูไหน ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ เมนูไหน ขายมากยิ่งเหนื่อย “บ้าแหละ! ขายได้ 4 แสน แต่มีรายจ่าย 4 แสน ลงบัญชีอะไรผิดหรือเปล่า” ผมอุทานทันทีที่ลูกศิษย์ของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยเข้ามาปรึกษาเรื่องร้านอาหารของเธอซึ่งเปิดมาได้ประมาณ 7 เดือน ที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดร้านขาดทุนบ้างได้กำไรบ้าง แต่กำไรน้อยแค่หลักหมื่น แรกๆ ได้เดือนละประมาณ 2 แสนบาท พอเริ่มทำการตลาด โฆษณา หาคนมารีวิว ยอดก็ไต่ขึ้นมา 3 แสนบาท เล่นเอาดีใจกันใหญ่ ล่าสุดทำได้ถึง 4 แสนบาท แต่รายจ่ายดันตามมา 4 แสนบาทไปด้วย คำอุทานไหนๆ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ผมขอให้ลูกศิษย์นำบัญชีรับจ่ายตั้งแต่เปิดร้านมาดูซึ่งเขาลงได้ละเอียดดี แยกประเภทรายรับจากค่าขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ รายจ่ายแยกเป็นเนื้อสัตว์อะไรบ้างสั่งจากร้านไหน ผักอะไรบ้างสั่งจากร้านไหนหรือซื้อที่ไหนเช่นกัน รายจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือน ค่าโอที ค่าเช่าร้าน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าซ่อมแซม ตกแต่ง ในแต่ละส่วนรายจ่ายยังนำมาเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับยอดรายรับ นับว่าเป็นการลงบัญชีที่ครบครัน และตรวจสอบง่าย เมื่อดูค่าเฉลี่ยแต่ละเดือนแล้วพบว่า วัตถุดิบอาหารอยู่ที่ 39
เริ่มต้นปลูกขาย “ดอกไม้กินได้” บอกทุกขั้นตอน วิธีเก็บผลผลิต สร้างรายได้งามหลักหมื่น ดอกไม้สวยๆ ไม่ได้มีดีแค่ไว้ประดับตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังมีดอกไม้บางประเภท สามารถนำมาตกแต่งจานอาหารเพิ่มมูลค่า และยังทานได้อีกด้วย ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจในหน้าตาและเรื่องราวของอาหารแต่ละเมนูมากขึ้น ทำให้ธุรกิจดอกไม้กินได้ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถทำรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงใช้พื้นที่ภายในบ้านปลูก เป็นสวนดอกไม้ขนาดย่อม ก็สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ดังเช่น เรื่องราวของ คุณเม-เมชญา นาควิสุทธิ์ และ คุณเกม-พัชรากร จินดาพรหม เจ้าของเพจ บันทึกรักของเมชญา Flawless by may ดอกไม้กินได้ เริ่มต้นจากการปลูกดอกไม้กินได้ ในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรภายในบ้าน และค่อยๆ ขยับขยายไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันเปิดมาได้ 6 เดือน จากยอดขายวันแรก ขายได้เพียงหลักร้อย จนปัจจุบันสามารถสร้างรายได้พีกสุด 5 หมื่นบาทต่อเดือน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงมีเคล็ดลับและเทคนิค การปลูกดอกไม้กินได้อย่างไรให้ปัง แบบฉบับคุณเมชญา อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : ปลูก “ดอกไม้กินได้” ใช้พื้นที่บริเวณบ้าน สร้างรายได้พีกสุด 5 หมื่นบาทต่อเดือน อุ
ตามรอยอินฟลูฯ แจก 5 เมนูเทรนด์มาแรง ชงกินเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ปัจจุบันเทรนด์การดื่มมัตฉะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้จากอินฟลูเอนเซอร์หรือคนดังหันมาแชร์วิธีการชงมัตฉะกันเต็มโซเชียล โดยเฉพาะติ๊กต็อก เช่น แม่ตุ๊ก Little Monster หรือ คุณพิมพ์สุข สองอินฟลูฯ ที่ชื่นชอบการดื่มมัตฉะ และมักแชร์คอนเทนต์การชงมัตฉะและดื่มด้วยความเอร็ดอร่อย จนหลายคนอยากกินตาม มัตฉะ มัตฉะกับชาเขียว ต่างกันที่กระบวนการผลิต โดยจะคลุมต้นชา 30 วันก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันการเปลี่ยนสารธีอะนีน (Theanine) เป็นแคทีชิน (Catechin) ที่ใบชาเมื่อโดนแสงแดด แล้วนำใบชาเขียวมาบดเป็นผงทั้งใบโดยไม่มีการคัดแยกกากออก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เราได้รับประโยชน์จากการดื่มมัตฉะแบบเต็มๆ โดยมีมัตฉะ 2 ประเภทที่ได้รับความนิยม ได้แก่ นิชิโอะมัตฉะ เป็นมัตฉะระดับพรีเมียม มีคุณภาพสูง นิยมใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น และ อูจิมัตฉะ เป็นมัตฉะที่มาจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยม อีกทั้งวิธีการชงมัตฉะยังมีความเป็นเอกลักษณ์ ตามแบบพิธีชงชาของญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วย การใช้ชะฉะคุหรือช้อนตักชา ตักผงชาจากโถใส่ชาลงในถ้
ปี 2024 “ยุคทองของอินฟลูฯ” ผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ขาดไม่ได้ คำว่า “ยุคทองของอินฟลูเอนเซอร์” อาจจะดูกล่าวเกินจริงไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2024 นี้ อาชีพอินฟลูเอนเซอร์เป็นอาชีพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจ เพราะเปรียบเสมือนกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้อย่างเข้าถึงง่ายและตรงไปตรงมา เรียกได้ว่า เป็นอาชีพที่น่าจับตามอง เหตุใดอินฟลูเอนเซอร์ถึงเป็นอาชีพที่มาแรง สำหรับการเข้ามามีบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ อาจเล่าย้อนได้ว่า การระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่ผู้คนยากลำบาก แต่สถานการณ์นั้นกลับกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ผู้คนหันมาใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเป็นทางรอด ดังนั้น การเป็นอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และสร้างรายได้ที่เห็นได้ชัด นอกจากเรื่องของโรคระบาดที่เข้ามาเป็นตัวเร่งแล้วนั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ ที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์เข้ามาโปรโมต เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีอิทธิพลเพื่อดึงดูดความสนใจให้กับผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ
