How to
“ขออาหารสาธิต ให้เข้าชื่องานนะคะ เป็นอาหาร 4.0 ค่า” เอาล่ะซิ ลุงยุทธ์ทำผมยุ่งเลย ไปไหนมาไหน ก็ได้ยินแต่ 4.0 เมืองไทย 4.0 การตลาด 4.0 ร้านอาหาร 4.0 ส่วนคำขอร้องแกมสั่งข้างต้นมาจาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ไปช่วยออกงาน จ๊อบสตรีต 4.0 (Job Street 4.0) ชื่องานทำนองนี้ ที่สยามสแควร์ซอย 5 งานจัดแค่วันเดียว ยังไม่ทันโปรโมตก็หมดงานแล้ว แล้วไอ้ 4.0 นี่มันคืออะไร เหมือนกับ บริษัทประชารัฐ ของลุงยุทธ์คนเดียวกัน จนบัดนี้ผมยังไม่รู้เลย บริษัทประชารัฐ คืออะไร มีคนอ้างลุงยุทธ์บอกว่า 3.0 คือ คุณใช้คอมพิวเตอร์เป็น เล่นมือถือ เล่นอินเตอร์เน็ต ช้งแชตได้นั่นคือ 3.0 แต่ถ้าคุณใช้เทคโนโลยีเหล่านี้หาเงินได้ นั่นแหละคือ 4.0 เปิดคำอธิบายเรื่องนี้ มีคนอธิบายไว้เยอะ เขาย้อนความเปรียบเทียบไปว่า แต่ก่อนประเทศไทย คือ ไทย 1.0 เน้นภาคเกษตรกรรม ไทย 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา ไทย 3.0 เน้นอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งไปติดกับดักเศรษฐกิจ คนรวยไม่เท่ากัน พัฒนาไม่เท่ากัน และทำมากยิ่งได้น้อย เขาเลยคิดว่า ต้องเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของชาติเปรียบเทียบเป็น 4.0 (คงเหมือนระบบคอมพิวเตอร์ มือถือ ที่ชอบใช้ตัวเลข เช่น ไอโฟน 6, 7 แต่พอใส่ตัวเลขหลายๆ รุ่น ชั
ที่ริมทางหลวงหมายเลข 304 ปักธงชัย-กบินทร์บุรี ช่วงบ้านวังน้ำเขียว หมู่ 9 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันมาตั้งแผงลอยและนำเห็ดป่ามาวางจำหน่ายนับสิบราย หลังจากที่พายุฤดูร้อนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดฝนตกติดต่อกัน สภาพอากาศเหมาะสมทำให้เห็ดป่างอกได้ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกกันว่าในปีนี้ถือว่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี อีกทั้งในช่วงนี้ยังมีเห็ดอย่างเห็ดระโงกนางหงส์ ซึ่งเป็นเห็ดป่าหายาก ทำให้มีราคาสูง โดยในช่วงนี้มีราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียว นางสาววิภาดา บุตรศรีภูมิ อายุ 43 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่นำเห็ดป่ามาวางขาย กล่าวว่า ในปีนี้เห็ดป่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี เพราะทุกปีเห็ดป่าจะเริ่มงอกในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปจนสิ้นสุดฤดูฝน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาพอากาศในช่วงนี้เหมาะสมพายุเข้าต่อเนื่องฝนตกติดต่อกัน ทำให้อากาศร้อนชื้น ประกอบกับป่าไม้ในพื้นที่ไม่ประสบกับไฟป่าเหมือนเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา จึงทำให้เห็ดป่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี และยังเป็นโชคดีอีกชั้นเมื่อพบว่าช่วงนี้มีเห็ดระโงกนางหงส์ ซึ่งถือเป็นราชินีเห็ดป่างอกขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เก็บมาชายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมล
เห็นกันในท้องตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ มะพร้าวไร้เปลือก คว้านออกมาให้ทานได้ทั้งลูก หากเปรียบเปรยก็เหมือนจับมะพร้าวมาเปลื้องผ้าโชว์ความขาวเนียนของผิว พร้อมลิ้มรสความหวานหอมของน้ำกับเนื้อมะพร้าว ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี คุณไผ่-พัชนีญา พรหมมงคล เจ้าของผลงาน “มะพร้าวเปลื้องผ้า Coco Sexy” ภายใต้แบรนด์ Coco Smile เปิดบทสนทนาด้วยการเล่าย้อนกลับไปว่า อาชีพเริ่มต้นของเธอคือขายส่งมะพร้าวน้ำหอม ในลักษณะสั่งมะพร้าวจากสวนมาขายต่อในราคาส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมที่ว่านั้นรับตรงมาจากสวนในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เพราะมะพร้าวดำเนินนั้น ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเป็นทุนอยู่แล้ว ส่วนที่มาของ “มะพร้าวเปลื้องผ้า” นั้น คุณไผ่ อธิบายว่า มะพร้าวน้ำหอมที่รับมาขายส่ง จะเป็นมะพร้าวเนื้อชั้นครึ่ง หรือมะพร้าวเนื้ออ่อน หลังจากคัดมะพร้าวเนื้อชั้นครึ่งลูกสวยๆ ให้ลูกค้าตามต้องการครบแล้ว จะเหลือมะพร้าวที่นอกเหนือจากความต้องการของลูกค้าอยู่ คือ มะพร้าวเนื้อสองชั้น คือ เนื้อค่อนข้างหนา แต่ไม่ใช่มะพร้าวเนื้อแก่ซะทีเดียว เมื่อเหลือมะพร้าวเนื้อสองชั้นเยอะ เลยคิดหาวิธีแปรรูปมะพร้าวที่เหลือ บังเอิญไปเจอกา
บลูเบอร์รี่พายแต่ละสูตรจะแตกต่างกัน บางคนทำตัวพายโดยใช้ขนมปังบุหรี่ บางคนใช้ขนมปังบุหรี่และคุกกี้ แต่สูตรนี้ใช้คุกกี้ล้วนเพราะชอบความกรอบ รสหวานนิดๆ ค่ะ บางสูตรครีมชีสจะผสมวิปปิ้งครีม หรือโยเกิร์ต ซึ่งจะนุ่มและรสชาติจะอ่อนกว่าสูตรนี้เล็กน้อย ถ้าบ้านไหนซื้อครีมชีสแบบแท่งใหญ่สามารถเพิ่มครีมชีสได้ สูตรนี้สำหรับใช้ฟิลาเดลเฟียครีมชีส 1 แท่ง บลูเบอร์รี่ 1 กระป๋อง อุปกรณ์ ไม้คลึง ถาดฟอยล์ ส่วนผสม คุกกี้เนย 200 กรัม เนยละลาย 200 กรัม ครีมชีส 1 ก้อน บลูเบอร์รี่กระป๋อง Wilderness นมข้น 7 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 11/2 ช้อนโต๊ะ วิธีเตรียมพาย ใช้ไม้คลึงบดคุกกี้ให้แตกเป็นเม็ดเล็กๆ แต่อย่าให้ป่น นำใส่ชามนำเนยละลายค่อยๆ เทใส่คุกกี้ที่บด คลุกให้ฉ่ำทั่วๆ นำคุกกี้ที่คลุกกับเนยใส่ในถาดฟอยล์ใช้ช้อนกดให้แน่น อบ 15 นาที 180 องศาเซลเซียส วางพักให้คลายความร้อน นำแช่ช่องแข็ง 30 นาที การทำครีมชีส ตีครีมชีสให้นุ่มค่อยๆ เติมนมข้น ตีให้เข้ากันเติมน้ำมะนาว ตีให้เข้ากันชิมรสชาติให้เปรี้ยว หวานถูกปาก นำครีมชีสใส่ถาด ใช้หลังช้อนกลางวนครีมชีสให้ทั่วถาด โดยให้ขอบครีมชีสขึ้นสูงขอบถาด ตรงกลางนูนนำพายแช่ช่องแข็ง นาน 30 นาที หรือจ
เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าบรรดาสาวกคนชอบกินไอศกรีม ด้วยเมนูสตรอว์เบอร์รี่ ชูพรีม ไซซ์บิ๊กบึ้ม หนัก 10 กิโลกรัม สนนราคาขายต่อถ้วย 3,000 บาท เสิร์ฟที่ร้าน MO & Moshi ร้านไอศกรีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่ขนไอศกรีม 14 รสชาติมาให้ได้ลิ้มลอง ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ จะถ้วยใหญ่อลังการน่าทานขนาดไหน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์พาไปดูกัน คุณใจรัก พงษ์ประภัฒน์ ตัวแทนฝ่ายการตลาดของร้าน MO & Moshi กล่าวว่า เจ้าของร้าน MO & Moshi เป็นชาวสิงค์โปร ที่เดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ประกอบธุรกิจหลายอย่าง อาทิ ร้านอาหารอิตาเลียน ส่งออกเครื่องประดับ โรงแรมที่ประเทศกัมพูชา รวมถึงร้านไอศกรีมแห่งนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ที่เปิดร้านไอศกรีม คุณใจรัก กล่าวว่า มองเห็นโอกาสธุรกิจขนม – เครื่องดื่ม เพราะเมืองไทย เป็นเมืองร้อน เมนูหวานเย็นทานแล้วสดชื่นน่าจะขายดี อีกทั้งในตลาดยังไม่ค่อยมีร้านไอศกรีมสไตล์ญี่ปุ่น เลยทุ่มงบเกือบ 8 หลัก เนรมิตร้านให้มีกลิ่นอายญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้รูปทรงกลมคล้ายก้อนไอศกรีม “ร้าน MO & Moshi เปิดครั้งแรกเมื่อปี 58 ตั้งอยู่ที่แยกพิมาน จากนั้นเดือนเมษายน 59 ย้ายมาเปิดที่ชั้น 4
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกคน เฮลท์คิทเช่น ขอแนะนำอาหารมื้อเช้าง่ายๆ จากวัตถุดิบเหลือใช้ในตู้เย็นค่ะ เพื่อนๆ เคยมีประสบการณ์ของเหลือในตู้เย็นไม่รู้จะจัดการอย่างไรไหมคะ จะทิ้งก็เสียดาย อย่างเช่น ไข่ขาวจากการแยกนำไข่แดงไปทำขนม หรือจะเป็นน้ำสต๊อกที่ต้มผักทานมื้อเย็น วันนี้ขอชวนเพื่อนเปิดตู้เย็น จัดการวัตถุดิบในตู้เย็น นำมาทำอาหารมื้อง่ายๆ (เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ของใหม่ที่เราจะไปช็อปปิ้งจ่ายตลาดครั้งต่อไป ฮ่าๆ) วัตถุดิบวันนี้ของวิน เห็นจะเป็นเมนูใดไม่ได้นอกจากโจ๊กไข่ขาว(egg white congee) เป็นเมนูที่คนรักสุขภาพ ทานคลีนรู้จักกันเป็นอย่างดี หรือเพื่อนๆ คนไหนยังไม่เคยลองเมนูนี้ เตรียมวัตถุดิบตามไปด้วยกันเลยก็ได้ค่ะ แล้วเรามาลองทำกัน ได้พลังงาน และโปรตีนจากไข่ขาว และเนื้ออกไก่ แต่มีปริมาณแคลอรีต่ำค่ะ ทานอิ่มไม่กลัวอ้วน มื้อเช้าอยู่ท้องไปถึงมื้อกลางวัน ส่วนผสม มีดังนี้ค่ะ ไข่ขาว น้ำต้มสุก หรือน้ำสต๊อกผัก อกไก่บด แคร์รอต กระเทียม น้ำมันมะกอก น้ำมันงา ขิง ต้นหอม วิธีทำ ปริมาณไข่ขาวที่วินใช้ อัตราส่วนต่อน้ำซุปคือ 2 ต่อ 1 นะคะ ให้ปริมาณไข่ขาวมากกว่าน้ำ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นแกงจืด
ไก่ทอดสูตรพี่สะใภ้ ลงมือขาย ขยายตลาด ในวันที่ได้พูดคุยกับผู้หญิงคนนี้ คุณจารุวรรณ คล้ายเจ๊ก (คุณแก้ว) สิ่งที่ได้รับกลับมาทันทีคือ แรงผลักที่เหมือนเป็นพลังให้ลงมือทำอะไรสักอย่างขึ้นมา ซึ่ง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก็เชื่อว่าเรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ จะส่งต่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอย่างแน่นอน ฟู้ดทรักกลางเก่ากลางใหม่ สีขาวตกแต่งติดหลังคา พร้อมอุปกรณ์การขายครบครัน จอดตั้งท่ารอลูกค้าอยู่บริเวณปากซอยสวนผัก 2 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ป้ายด้านข้างรถขนาดใหญ่ติดไว้ชัดเจน “ไก่ทอด MR.M.” (ไก่ทอดมิสเตอร์เอ็ม) คือธุรกิจเล็กๆ หลังเลิกงานของคุณแก้ว ธุรกิจเล็กๆ ที่เคยไต่ระดับความเติบโตจนแทบจะเรียกได้ว่ามั่นคง แต่ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ซึ่งต่อจากนี้ คือเรื่องราวที่คุณแก้วเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง “ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากพี่สะใภ้และพี่ชาย (คุณรัชดาวัลย์ หวานฉ่ำ และคุณเกียรติศักดิ์ คล้ายเจ๊ก) ซึ่งพี่สะใภ้ชอบทำอาหารมาก จึงไปเรียนรู้และซื้อสูตรไก่ทอดมาปรับปรุงรสชาติให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จากนั้นพี่สะใภ้และพี่ชายก็เริ่มเปิดธุรกิจ โดยมีหน้าร้านตามตลาดสด แต่ด้วยเพราะตัวแก้วทำงานเกี่ยวกับออกแบบ จึ
หมี่อะยัม (Mie Ayam) หรือ บะหมี่อะยัม (Bakmi Ayam) คือ บะหมี่หน้าไก่ ที่เป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากจะใส่เนื้อไก่แล้ว ยังมักจะใส่เห็ดลงไปด้วย เห็ดที่นิยมคือ เห็ดฟาง แต่เห็ดอีกชนิดที่ทำแล้วอร่อยคือ เห็ดนางรมหลวง (ออรินจิ) หากใส่ไก่และเห็ดจะเรียกชื่อเต็มๆ ว่า “หมี่อะยัมจามูร์” (Mie Ayam Jamur) ถ้าใส่เกี๊ยวด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม ปังสิต”(Mie Ayam Pangsit) ไส้เกี๊ยวจะเป็นเนื้อไก่สับแทนหมูสับ ถ้าใส่ลูกชิ้นเนื้อวัวลงไปด้วยจะเรียกว่า “หมี่อะยัม บักโซ” (Mie Ayam Bakso) บะหมี่รสขาติแบบนี้เราคุ้นเคยกันดีเพียงแต่เปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นฮาลาล ส่วนผสมอื่นๆ ดูแล้วก็เป็นจีนชัดๆ ที่ดูจะเป็นพื้นเมืองหน่อยก็ตรงน้ำพริกซัมบัลที่เอาไว้เติมความเผ็ด ด้วยความที่อาหารจีน-อินโดนี้เป็นที่คุ้นเคยของคนได้ง่าย ไม่ว่าประเทศไหนก็คุ้นเคยกับอาหารจีนอยู่แล้ว เพราะประชากรชาวจีนและไชน่าทาวน์มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นหมี่อะยัมจึงเป็นอาหารเส้นยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ อธิบายวิธีทำเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากบะหมี่ปกติ ส่วนแรกคือ น้ำซุปจะต้มจากโครงไก่ เมื่อต้มได้ที่แล้วจะใส่ต้นหอมซอยและกระเทียมผัดน้ำมันลงไปซึ่งทำให้น้ำซุปมีความหอม
คุณบริพัฒน์ ธัญอุดม อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนมะม่วงมาเกือบ 30 ปี และประสบผลสำเร็จกับการปลูกมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ ต่อมาจึงได้ทำการทดลองนำมะม่วงแก้วขมิ้นมาทดลองปลูกภายในสวน ซึ่งเขามองว่ามะม่วงชนิดนี้มีจุดเด่นหลายอย่างที่สามารถตอบโจทย์ในอนาคต เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกเพื่อสร้างรายได้อีกด้วย ออกจากงานรับราชการ สู่ชีวิตเกษตรกรชาวสวน คุณบริพัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงนั้นเขามีความคิดที่อยากจะทำสวน แต่คุณพ่อของเขาได้ทัดทานไว้เสียก่อน เพราะในสมัยก่อนนั้นยังมีความกังวลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่มีความไม่แน่นอน “หลังเรียนจบพ่อรีบบอกผมเลยว่า อย่าเพิ่งรีบมาทำเลยสวน ราคาผลผลิตยังไม่ดีมากนัก ทำมาเดี๋ยวก็ลำบากในเรื่องตลาด ท่านก็เลยบอกผมว่าให้ไปหางานแบบอื่นทำก่อน เพื่อสร้างประสบการณ์ ผมก็เลยไปรับราชการอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ และก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา พอกลับมาจึงมาทำงานใช้ทุนให้หมด พอได้อายุประมาณ 39 ปี ผมก็ได้ลาออกมา เพื่อเตรียมตัวทำในสิ่งที่อยากทำตามความฝัน” คุณบริพัฒน์ กล่าว คุณบริพั
นับเป็นอาณาจักรฟาร์มหมูที่ผลิตสุกรแบบครบวงจรมากที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับ เครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วย 4 บริษัทในเครือ ได้แก่ 1. บริษัท วี.พี.เอฟ. กรุ๊ป จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มพ่อพันธ์แม่ 2. บริษัท แม่ทา วี พี จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มสุกรขุน แบบโรงเรือนปิด 3. บริษัท แม่ทา วี . พี . ฟีดมิลล์ เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 4. บริษัท วี แอนด์ พี เฟร็ชฟูดส์ จำกัด เป็นโรงชำแหละสุกร รวมรายได้ทั้ง 4 บริษัทนับพันล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทในเครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 43 ปี บริหารโดยเจนเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งคุณวรพงศ์ จีรประภาพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปสายงานผลิตภัณฑ์อาหารในเครือวีพีเอฟ เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเส้นทางเศรษฐี จากชาวสวน ความรู้ ม.3 สู่เจ้าของฟาร์มหมูพันล้าน คุณวรพงศ์ เท้าความว่า ฟาร์มหมูแห่งนี้เกิดขึ้นจากคุณพ่อ หรือคุณยุทธพงศ์ จีรประภาพงศ์ เดิมท่านเป็นชาวสวน เริ่มต้นเลี้ยงหมู วัว ไก่ เมื่อปี 2516 ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 60 ไร่ หมูมีเพียงแม่พันธุ์ 4 ตัว พ่อพันธุ์ 1 ตัว เลี้ยงแบบชาวบ้านทั่วไป ทำคลอดหมูเอง ให้อาหารเอง จากนั้นค่อยๆ ขยายจ
