How to
เรายังนำเสนอเมนูอร่อยๆ จากโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา กันอยู่นะคะ วันนี้จะเพิ่มผลผลิตจากแปลงเกษตรทดลองส่วนพระองค์ พระตำหนักสวนปทุม กันอยู่นะคะ วันก่อนไปร้านโครงการหลวงที่ตลาด อ.ต.ก. เห็นแคนตาลูปสดและสวย ติดป้ายแปลงเกษตรทดลองส่วนพระองค์ พระตำหนักสวนปทุม เลยถามคนขายว่า มาจากโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใช่ไหม คนขายบอกใช่ค่ะ เลยหยิบมาลูกหนึ่ง ที่สำคัญติดป้ายว่า “ผลไม้ออร์แกนิก ไม่ใช้สารเคมี” เดินดูวัตถุดิบในร้านว่ามีอะไรอีก เจอถั่วแดงญี่ปุ่นกวนน่าทานมาก หยิบมาอีกถุง ที่ไม่พลาดคือ ไอศกรีมวานิลลาของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จริงๆ แล้วมีหลายรสนะคะ อร่อยๆ ทั้งนั้น คิดว่าได้เมนู East meets West หรือ แคนตาลูปกับไอศกรีมวานิลลาและถั่วแดงญี่ปุ่นกวนแล้ว 1 เมนู อีกเมนูที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือ สาคูแคนตาลูป ที่พิเศษคือ ใช้นมสดจิตรลดาแทนกะทิ ขอบอก อร่อยเลิศล้ำจริงๆ ค่ะ เริ่มต้นจากเมนูแคนตาลูปกับไอศกรีมวานิลลาและถั่วแดงญี่ปุ่นกวนก่อนนะคะ ง่ายมากค่ะ ส่วนผสม แคนตาลูป 1 ลูก ถั่วแดงญี่ปุ่นกวน 1 ถุง ไอศกรีมวานิลลาของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
เรื่องโดย : ไมตรี ลิมปิชาติ ผู้ใดชอบกินปาท่องโก๋โปรดยกมือขึ้นผมเองขอยก 2 มือเลย ทั้งนี้ก็เพราะเป็นคนชอบกินปาท่องโก๋เอามากๆ ชนิดว่า เห็นไม่ได้จะต้องซื้อกินหรือไม่เห็น แต่ถ้าตื่นมาวันใหม่แล้วได้กินปาท่องโก๋เป็นอาหารเช้าก็จะพอใจเป็นพิเศษ วิธีกินปาท่องโก๋ให้อร่อย น่าจะมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกใช้ปาท่องโก๋จิ้มนมข้นแล้วป้อนเข้าปาก ตามด้วยกาแฟร้อน อีกวิธีหนึ่ง นำปาท่องโก๋ตัดหรือฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในข้าวต้มโจ๊ก จะกินปาท่องโก๋แบบไหนก็อร่อยทั้งนั้น ข้อสำคัญขอให้ร้อนเป็นใช้ได้ เพิ่งตักขึ้นจากกระทะยิ่งดี ผมเดินทางไปเที่ยวที่อุบลราชธานีครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว จะไปเที่ยวที่จังหวัดใดก็ตาม ผมชอบตื่นตั้งแต่เช้า แล้วหาเวลาไปเดินเที่ยวตลาดสด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมได้ไปที่ตลาดสดสิทธิธรรม ริมถนนชยางกูร และแน่นอน ผมจะถือโอกาสหาอาหารเช้ากินด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นปาท่องโก๋ของชอบ เช้านั้นมีคนมาจับจ่ายซื้ออาหารสดและไม่สดในตลาดกันเป็นจำนวนมาก เมื่ออยากกินปาท่องโก๋ก็ต้องถามหาเจ้าที่อร่อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าตลาดใหญ่ๆ อย่างนี้จะต้องมีหลายเจ้า มีคนแนะนำให้ผมไปซื้อปาท่องโก๋เจ้าที่มีชื่อว่า มงคล แค่ได้เห็นปาท่องโก๋
คุณมงคล สุทธิสาร หรือ คุณกอล์ฟ เจ้าของบ้านสวนช่อจันทร์ เลขที่ 20 หมู่ที่ 2 บ้านสะอาด ตำบลพรสวรรค์ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี การตลาด โดยก่อนหน้านี้คุณกอล์ฟทำงานที่ร้านอาหารระดับ 5 ดาว อยู่ที่กรุงเทพฯ ฝ่ายการตลาด ด้วยหน้าที่ต้องมีการจัดหาซื้อวัตถุดิบ บวกกับร้านอาหารที่คุณกอล์ฟทำ มีมากถึง 6 สาขา คุณมงคล สุทธิสาร ช่วงหน้าแล้งร้านอาหารประสบปัญหาขาดแคลนมะนาวเป็นอย่างมาก ทางเชฟไม่สามารถหามะนาวมาทำอาหารได้พอ คุณกอล์ฟจึงต้องลงมาช่วยหาวัตถุดิบ ช่วงนั้นไปเกือบทุกตลาดก็ไม่ค่อยมี หายากมาก มะนาวแป้นรำไพที่เคยใช้ขาดตลาด จึงหันมาใช้มะนาวพันธุ์อื่นแทน แต่ด้วยคุณสมบัติของมะนาวพันธุ์อื่นไม่สามารถสู้แป้นรำไพได้ เพราะมะนาวแป้นรำไพมีลักษณะเด่น เปลือกบาง น้ำหอม ได้รสชาติ ช่วงนั้นลูกค้าที่ร้านขาดหายไปเลย คือรสชาติไม่ได้ กลิ่นไม่ได้ คุณกอล์ฟจึงต้องกลับไปใช้มะนาวแป้นรำไพอย่างเดิม ถึงแม้ว่าราคา ลูกละ 15 บาท ก็ต้องยอม ณ ตอนนั้น คุณกอล์ฟเลยมีความคิดว่าหันมาปลูกมะนาวดีกว่า ปลูกแล้วส่งร้านอาหารที่ตนเองทำงานอยู่นี่แหละ ปลูกแล้วได้ผลดีมาก ทีนี้ผลผลิตไม่พอที่จะส่งร้านอาหารทั้ง 6 สาขา ด้วยเมน
ชาวไทยทุกภาคล้วนรู้จักกินแกงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย แกงขี้เหล็กของชาวล้านนาคล้ายกับภาคกลางคือเป็นแกงกะทิ ใส่เนื้อวัว เนื้อหมู หรือปลาย่าง แกงของชาวใต้จะใส่พริกแกงใต้ที่ใส่ขมิ้นและเครื่องเทศที่เผ็ดร้อนกว่า ชาวกวย (เขมร) เรียกแกงขี้เหล็กว่า “ซัมลอร์อ็องกัญ” จะใส่น้ำใบย่านางที่ตำกับข้าวเบือ พริกแกงมีพริกสดหรือพริกแห้ง กระเทียม และกระชาย ส่วนหัวหอมจะฝานเป็นแผ่นๆ ใส่ลงไปในหม้อทีหลัง ใส่กากหมู หมูสามชั้นหรือปลาทูเค็มและใส่น้ำปลาร้า ซึ่งคล้ายกับแกงขี้เหล็กแบบอีสานและลาว ที่ไม่ใส่กะทิ องค์ บรรจุน เล่าไว้ใน “ข้างสำรับมอญ” ว่า แกงขี้เหล็ก ภาษามอญเรียกว่า “ฟะแป่คัด” เป็นอาหารที่ใช้ในพิธีฟ้อนผีเม็งของชาวเหนือ หรือพิธีรำผีมอญของภาคกลาง เพื่อแก้บนผีของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นประเพณีเดียวกัน เพราะเมื่อทวารวดีเสื่อมลง ชาวมอญจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อพยพสู่เมืองหริภุญชัยแถบลุ่มน้ำปิง หรือที่เรียกว่า “ระมิง” ที่มาจาก “ระเมญ” (เม็ง) ในภาษามอญ แกงที่ใช้ในพิธีนี้จะเป็นแกงกะทิใส่มะเขือพวง ไม่ใส่เนื้อสัตว์ เชื่อกันว่าการกินแกงขี้เหล็กนี้ทำให้มีสุขภาพดี ชาวนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร มีประเพณีการกินแกง
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่นทุกคน พูดถึงเมนูปลาย่าง ปลาชนิดแรกที่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่นึกถึงน่าจะเป็นแซลมอน ที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับใครหลายๆ คน เนื่องจากประโยชน์ของปลาแซลมอนนั้น นอกจากคอเลสเตอรอลต่ำ มีไขมันดี อย่างไขมันโอเมก้า-3 ที่สูงกว่าปลาชนิดอื่นๆ และยังมีโปรตีนสูงอีกด้วย วินมั่นใจว่าเพื่อนๆ หลายคนน่าจะชอบทานแซลมอนแบบปลาดิบซาซิมิสดๆ แน่นอนเพราะวินก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แต่เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าทานซาซิมิเนี่ยมีผลกระทบทางอ้อมต่อสุขภาพเราด้วยนะคะ สำหรับคนที่ทานซาซิมิแล้วมีนิสัยติดทานคู่กับน้ำจิ้มในปริมาณมากๆ เสี่ยงเป็นโรคไตนะคะ ซาซิมิ 1 ชิ้น วินจำได้ว่าตัวเองจุ่มซอสซะชุ่มเลยทีเดียว ลืมรสชาติหวานๆ ของปลาดิบไปเลย เมนูในวันนี้ วินขอชวนเพื่อนๆ มาปรุงแซลมอนให้สุกแล้วเพิ่มรสชาติให้ปลาของเรากลมกล่มดีต่อสุขภาพกันค่ะ honey-grazed salmon ชื่อก็บ่งบอกแล้วนะคะ ว่าเราจะใช้น้ำผึ้งมาช่วยเพิ่มรสชาติให้ปลา แต่เราไม่ได้มีแค่นั้นค่ะ จากส่วนผสมด้านล่างต่อไปนี้จะเห็นว่ามีมัสตาร์ดมาช่วยเพิ่มรสชาติไม่ให้ซอสหวานเลี่ยนจนเกินไปด้วยนะคะ ส่วนผสม น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ มั
เรื่องและรูปโดย : คุณตุ๊ก ขั้นตอนทำบราวนี่ไม่ยากค่ะ ทำตามสูตรนี้ได้เลย ส่วนการทำครีมชีสถ้าทำเยอะให้ซื้อครีมชีสแบบแท่งใหญ่จะประหยัดกว่าเยอะแถมที่เหลือยังทำบลูเบอร์รี่ครีมชีสพายได้อีกค่ะ เวลาอบบราวนี่ ลองดูว่าหน้าเริ่มสุก พออยู่ตัวให้เอาฟอยล์ทำเป็นทรงโดมโค้งๆ คลุมบราวนี่ บราวนี่จะสุกเหมือนปกติแต่สีที่หน้าบราวนี่จะไม่เข้ม เทคนิคนี้ใช้ได้กับเค้กสูตรอื่นๆ ด้วย อยาก รับประทานบราวนี่ครีมชีส เนื่องจากไม่ได้รับประทานนานแล้ว เลยไปค้นตำราดูค่ะ ไหนๆ ทำแล้วเลยทำเยอะหน่อย 2 สูตร เพราะลูกสาวทั้ง 2 คน จะเอาไปแบ่งเพื่อนด้วยค่ะ ถ้าจะทำแค่สูตรเดียวก็ลดส่วนผสมลงครึ่งหนึ่ง ปกติบราวนี่จะใช้พิมพ์สี่เหลี่ยม แต่ที่ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ร้านประจำไม่มีพิมพ์สี่เหลี่ยมเล็ก มีแต่พิมพ์กลมเล็ก ถอดก้นพิมพ์ได้เลยซื้อมาลองทำ เพราะอยากทำบราวนี่ครีมชีสชิ้นไม่ใหญ่นัก จะได้รับประทานหมดพอดีๆ พิมพ์กลมแบบถอดก้นใช้ง่ายไม่ยากค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าเทบราวนี่แล้วจะไหลลงมาไหม ไม่ไหลค่ะแผ่นกลมๆ ที่รองก้นพิมพ์ใหญ่กว่าช่องอยู่แล้ว เวลาคว่ำเอาบราวนี่ออกก็ง่ายดีนะคะ ขั้นตอนทำบราวนี่ไม่ยากค่ะ ทำตามสูตรนี้ได้เลย ส่วนการทำครีมชีสถ้าทำเยอะให้ซื้
คงไม่มีใครปฏิเสธถึงกระแสความฟีเวอร์ของเรื่องราวย้อนยุค หรือที่เรียกติดปากว่าสไตล์วินเทจ เพราะทั้งการแต่งตัว การแต่งบ้าน การแต่งสวน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่งานสำคัญอย่าง “งานวิวาห์” หลายคนยังหันมาจัดธีมงานแบบย้อนยุค และตัวแปรสำคัญที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบ นั่นก็คือ ชุดแต่งงาน ทุกชุดเก่าจริง อายุร้อยปี เลอค่า ประเมินราคาไม่ได้ คุณนาตาชา ราชิวงษ์หรือ คุณจีจี้เจ้าของห้องเสื้อ จีจี้ ไบรดอล บูติค ให้บริการเช่าชุดแต่งงานสไตล์วินเทจแท้ โดยภายในร้านจะมีชุดแต่งงานของเจ้าสาวย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 เรียกว่าในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่ง คุณจีจี้ บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เปิดให้บริการนี้มานาน 6 ปี ความน่าสนใจของชุดสไตล์วินเทจ แม้เป็นงานเก่า โบราณ แต่ยังคงคุณค่า และเสน่ห์ในตัวเอง ด้วยความงดงาม และประณีตของเนื้องานที่หาได้ยาก ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการและโหยหาของผู้ที่คลั่งไคล้ หลงใหลงานเก่าเก็บในอดีต แบบที่ไม่เหมือนใคร สำหรับชุดย้อนยุคของห้องเสื้อดังกล่าว มีทั้งชุดแต่งงานแบบยุโรป และชุดไทยโบราณตามราชประเพณีที่มีการสวมใส่กันในราชสำนักตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่อให้คู่บ่าวสาวที่ต้องกา
ปัจจุบัน งานหิ้งพระสวยๆ ดีไซน์ดีๆ มีอยู่มากมาย แต่จะมีสักกี่รายที่เพียบพร้อมไปด้วยความประณีต สวยงาม ออกแบบโดยอิงกับพุทธประวัติ ถูกหลักฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์ ช่วยเสริมดวงชะตา สามารถนำไปเป็นที่ประดิษฐานตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา บัลลังก์โชค คือ หิ้งพระเพื่อประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ หิ้งพระไม้สัก โต๊ะหมู่บูชา บัลลังก์โชค พุทธบัลลังก์-เทวบัลลังก์ รัตนบัลลังก์ รัชบัลลังก์ ฐานเสริมองค์พระ ชุดบูชาหน้าพระ หิ้งบรรพบุรุษ งานทุกชิ้นถูกเก็บรายละเอียด ที่ใช้ทั้งศาสตร์ (พุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ ฮวงจุ้ย) และศิลป์ (งานพุทธศิลป์ในอดีตของไทย การออกแบบเครื่องเรือน) หลอมรวมในการสร้าง เพื่อให้เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา และที่สำคัญที่สุดสร้างด้วยศรัทธาและความเพียรพยายาม ขาย 5 ความต่าง กลมกลืน ทันสมัย คุณจิณณะ กาญจนะวัชระ เจ้าของไอเดียหิ้งพระดีไซน์ร่วมสมัย บอกว่า หิ้งพระ คือ แท่นสำหรับสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความศรัทธา และเคารพนับถืออย่างสูงสุด ฉะนั้น จึงมีสโลแกนว่า “ที่สุดของการบูชา” กระบวนการ ขั้นตอนการออกแบบได้อิงหลักพุทธศาสตร์ และฮวงจุ้ยถูกต้องทุกประการ เพื่
การเปลี่ยนผ่านจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน ที่ทำงานประจำ มีรายได้แน่นอน เข้าใจและวางใจมาตลอดว่า เป็นชีวิตที่มั่นคง ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวาย ไปสู่ชีวิตการทำงานอิสระ ทำมาค้าขาย เป็นนายจ้างตัวเอง นัยว่า เป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ คนยุคนี้ที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบการดำรงชีวิตแบบเดิมๆ เป็นการเปลี่ยนผ่านที่น่าจะอยู่ในใจ เป็นฝันของคนทำงานหลายๆ คน แต่ความยาก ไม่กล้าเปลี่ยน น่าจะสะดุดอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ หนึ่ง ไม่รู้ว่าจะไปค้าขายอะไรดี ทำนองว่า ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หรือมีความสามารถพิเศษด้านไหน กับอีกเหตุผลคือ ไม่รู้ว่า จะเริ่มยังไง และเมื่อไหร่ ความยากในการตัดสินใจเปลี่ยนผ่านชีวิต อยู่ตรงที่เรากลัวความล้มเหลวนั่นเอง ไม่มั่นใจว่า งานใหม่จะดี สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงได้ดีกว่างานเก่าหรือไม่ ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวทำให้เราลังเล และไม่กล้าที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ในขณะที่คนอีกจำนวนหนึ่ง อยากมีอาชีพอิสระ แต่ยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรดี ก็เลยย่ำอยู่กับที่ หาจุดเริ่มต้นไม่เจอ!! เว็บไซต์ bangkokbanksme.com ของธนาคารกรุงเทพ ให้คำแนะนำไว้ว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ หลายๆ คนอาจคิดว่า เป็น
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้ตามตลาดสดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกโดยเฉพาะในช่วงนี้ มีพ่อค้าแม่ค้านำไข่มดดิน มาวางขายจำนวนมาก ส่วนราคาขายต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง ซึ่งมีตั้งแต่กิโลกรัมละ 750-800 บาท หรือถ้านำมายำใส่พริก น้ำปลา มะนาว ให้รสชาติกลมกล่อมแล้ว แบ่งเฉลี่ยขายขีดละ 80 บาท เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวพิษณุโลกอย่างมาก โดยที่ตลาดใต้ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ตลาดเช้าของชาวเมืองพิษณุโลก วันนี้มีพ่อค้าแม่ค้าหลายรายที่นำไข่มดมาวางขายกัน โดยบางรายรับมาจากผู้ที่ขุดอีกทอดหนึ่ง แต่ก็มีบางรายที่เป็นคนขุดหาไข่มดดินมาวางขายเอง ราคาจำหน่ายตั้งแต่กิโลกรัมละ 700-800 บาท ขณะที่ไข่มดเป้งๆ หรือไข่มดใบใหญ่ที่คัดแยกออกมาแล้วจะขายในราคาจำหน่ายสูงมากถึงกิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท นายนกเล็ก คงมา ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 815/1 ม.7 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก พ่อค้าที่นำไข่มดมาวางขายในตลาดใต้ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ออกหาไข่มดมาวางจำหน่ายเอง ราคาจำหน่ายจึงถูกกว่าพ่อค้าแม่ค้าเจ้าอื่น โดยขายอยู่ที่กก.ละ 750 บาท หรือแบ่งขายเป็นขีดๆละ 75 บาท เมื่อวานนี้ออกหามาได้ 3 กิโลกรัมและนำมาขายเช้
