การเงิน และการตลาด
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
สุดเจ๋ง! ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ เปิดบริการดีลิเวอรี่ส่งอาหารสด-แห้งถึงหน้าบ้าน น่าจะเรียกได้ว่าเป็น สตาร์ตอัพน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่ม “สตาร์ต” เปิดให้บริการไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง สำหรับ “ออโตเอ็กซ์ (AutoX)” สตาร์ตอัพที่นำรถยนต์ระบบเซลฟ์ไดร์ฟวิ่ง หรือ รถยนต์ไร้คนขับ มาทำเป็นร้านขายของชำเคลื่อนที่ ที่เปิดให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น นายเจี้ยนสง เสี่ยว หรือโปรเฟสเซอร์ เอ็กซ์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารออโตเอ็กซ์ บริษัทซึ่งทำธุรกิจด้านพัฒนารถยนต์แบบไร้คนขับ กล่าวในวันแถลงข่าวเปิดตัวสตาร์ตอัพนี้เมื่อวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคมว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้เปิดตัวธุรกิจร้านชำเคลื่อนที่ที่ให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือในใจกลางของซิลิคอน วัลเลย์ โดยใช้รถยนต์ไร้คนขับมาให้บริการบนท้องถนน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีรถยนต์แบบไร้คนขับจะเปลี่ยนพื้นฐานการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนให้ดีขึ้น” ทั้งนี้ เอเอฟพีรายงานว่า ออโตเอ็กซ์ได้จับมือกับ GrubMarket.com บริษัทด้านอีคอมเมิร์ซ โดยเลือกประเดิมเปิดให้บริการในเมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนี
“ต่างหูจักสานจิ๋ว” งานฝีมือย่อไซซ์ ตีตลาดแฮนด์เมด รายได้หลักหมื่นต่อเดือน คุณฟลุค-เขมิกา ชัญโต อายุ 25 ปี สาวสวยผู้หลงใหลในงานฝีมือ เล่าให้ฟังว่า เรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก กศน. ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งยึดอาชีพขายของออนไลน์ไปพร้อมกัน กระทั่งย้ายกลับบ้านที่จังหวัดยโสธรด้วยความคิดถึง และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการขายงานคราฟต์ผ่านออนไลน์ “ที่บ้านฟลุคทำสินค้าโอท็อปของจังหวัดยโสธรหลายอย่าง เลยอยากจับงานฝีมือมาขายรวมกัน โดยงานคราฟต์ที่ฟลุคเลือกนำมาขายผ่านออนไลน์ เป็นงานฝีมือจากกลุ่มผู้สูงอายุ” คุณฟลุค เล่าย้อนว่า ได้เจอกับกลุ่มผู้สูงอายุจากจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อครั้งไปเดินเที่ยวงานแสดงสินค้างานหนึ่ง “จากเดิมท่านจะทำเป็นพวกของใช้ในครัวเรือน เช่น สุ่มไก่ สุ่มดักปลา เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ขายไม่ค่อยดี กระทั่งได้รับคำแนะนำจากวัฒนธรรมจังหวัดว่าให้ลองเปลี่ยนรูปแบบเป็นเครื่องประดับ จึงเริ่มทำเป็นต้นมา” ถามว่าทำไมเลือกทำการตลาดให้งานฝีมือ คุณฟลุค ให้ความเห็นว่า งานฝีมือไทยสามารถไปได้ไกลมาก ถึงแม้เศรษฐกิจไม่ดีแต่มีตลาดรองรับเสมอ มีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชื
6 วิธีสร้างแบรนด์ให้สตรอง สไตล์คุณโซอี้ เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ Zoe Scarf เมื่อเร็วๆ นี้ ในงานมหกรรมตลาดนัดผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มสตรีและครอบครัว “สร้างอาชีพให้มั่นคง สังคมไทยไร้ความรุนแรง” ที่ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการจัด workshop เรื่อง “การเพิ่มยอดขาย สร้างโลกธุรกิจใหม่ด้วยไลน์แอด” โดย เภสัชกรหญิง โสภา พิมพ์สิริพาณิชย์ หรือ คุณโซอี้ เจ้าของผ้าพันคอ แบรนด์ Zoe Scarf จากแบรนด์ขายออนไลน์สู่การส่งออกกว่า 8 ประเทศ แต่กว่าจะมาไกลได้ถึงขนาดนี้ คุณโซอี้ก็เริ่มจากการขายออนไลน์มาก่อนเช่นกัน “ตอนนั้นธุรกิจออนไลน์ก็กำลังมา คนกำลังเล่นเฟซบุ๊ก แล้วเราเป็นนักช็อปออนไลน์มาก่อนก็รู้สึกว่า เราก็่ขายของออนไลน์ได้นะ แล้วส่วนตัวชอบผ้าพันคอ ในตู้เสื้อผ้ามีแต่ผ้าพันคอซึ่งมันเยอะมาก มีตั้งแต่ผืนละ 20 ถึงผืนละหมื่น แต่มันไม่มีีลายที่เราชอบ เลยมองว่าถ้าเกิดเราได้ออกแบบลายที่เราชอบบนเนื้อผ้าดีๆ คงดีไม่น้อยนะ ลงมือออกแบบเอง ส่งโรงงานเอง เลยเป็นที่มาของผ้าพันคอ แบรนด์ โซอี้ สคาร์ฟ นั่นเอง และธุรกิจเราเติบโตเร็ว เริ่มต้นจากขายในเฟซบุ๊ก 6 เดือน แล้วดันแบรนด์เข้าขายในห้างทั่วประเท
คุณณัฐวุฒิ ธรรมเมืองมูล หรือ คุณหมู ชายหนุ่มวัย 39 ปี เจ้าของโคมไฟหวาย แพมณิชา เท้าความว่า กิจการโคมไฟเป็นธุรกิจของครอบครัวฝ่ายภรรยา โดยพ่อตารับหน้าที่สานกระบุง ตะกร้า ภาชนะทุกชนิดที่สานจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่ที่บ้านป่าบงหลวง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจากการที่ได้เห็นทุกคนทำงานจักสานรู้สึกว่าไม่ยาก เกิดความรู้สึกอยากลองทำบ้าง คุณหมู เล่าต่อว่า การที่ได้เห็นพ่อตาและสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า มีรายได้เข้ามาทุกวัน บางวันก็ทำไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า เลยเกิดความคิดว่าอยากเข้ามาช่วย “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมเห็นสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า ทำขายได้เรื่อยๆ ทำขายแทบไม่ทัน จึงคิดอยากจะทำบ้าง ประกอบกับพ่อตาสอนให้สานโคมไฟ เลยพอมีฝีมือติดตัว” หลังจากที่คุณหมูสานโคมไฟได้มีออร์เดอร์เข้ามา ระหว่างนั้นเองภรรยาตั้งครรภ์ และคุณหมูก็ทำงานไกลบ้าน นับ 100 กิโลเมตร เขา บอกว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำงานจักสานเต็มตัว และพอภรรยาคลอดลูกได้ 4 เดือน ก็ขอแยกตัวออกจากบ้านพ่อตา มาเริ่มทำจักสานเอง “ผมอาศัยอยู่กับพ่อตา 1-2 ปี พอได้ความรู้เกี่ยวกับการทำจักสานมา ช่วงที่แยกตัวออกมา ช่วงนั้นสิน
ถ่านอัดแท่งจากซังข้าวโพด ของวิสาหกิจชุมชนตำบลปิงโค้ง ไฟแฮง ติดเมิน คุ้มเกิ๋นราคา อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกข้าวโพด 19,878 ไร่ ผลผลิตที่ได้ 15,902,400 กิโลกรัม ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวและกะเทาะเปลือก/เมล็ด จะมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรคือซังและเปลือกข้าวโพด 3,339,504 กิโลกรัม ต่อปี เกษตรกรส่วนมากจะเผาทำลายซังและเปลือกข้าวโพด ทำให้เกิดสภาวะหมอกควัน อากาศเป็นมลพิษ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมการหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงดาวและเทศบาลตำบลปิงโค้ง ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ส่งเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลปิงโค้งดำเนินการนำซังข้าวโพดมาผลิตเป็นถ่านอัดแท่ง จากเศษวัสดุที่เหลือใช้ ไร้ราคา นำมาสร้างรายได้กว่า 1 ล้านบาท ขั้นตอนการผลิตถ่านอัดแท่งจากซังข้าวโพด นำซังข้าวโพด เผาในเตาเผาถ่านแบบไร้ควัน ที่ทำจากถังน้ำมัน 200 ลิตร โดยบรรจุซังข้าวโพด 35-40 กิโลกรัม ต่อการเผาแต่ละครั้ง และใช้เวลาเผาประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้ถ่านขี้แมว 20% (ประมาณ 8 กิโลกรัม) นำถ่านขี้แมวเข้าเครื่องตีป่นโม่ให้ละเอียดเป็นผง นำผงถ่านเข้าเครื่องผสม อัตราส่วน ผงถ่าน
แนะ 4 หลักการ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ด้อยค่า ให้มีมูลค่าเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญมาก คือ ต้องสามารถป้องกันสินค้าของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจนถึงมือลูกค้าได้ ไม่ใช่ถึงได้ธรรมดานะ แต่ต้องถึงได้โดยไม่ระคายบุบสลาย หรือโดนขีดข่วนแม้แต่น้อย หลักการข้อที่สอง “ต้องง่ายต่อการขนส่ง” อันนี้เป็นความจำเป็นลำดับสอง ที่ต้องพิจารณาให้ดี เวลาสินค้าถูกขนส่งไปไกลๆ ต้องมีบรรจุภัณฑ์เฉพาะเพื่อการขนส่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมว่า บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งนั้น เขาทำง่ายๆ ไม่ได้เน้นสวยงามแต่อย่างใด แค่ไม่ให้สินค้าบอบช้ำระหว่างการเดินทางเท่านั้น หลักการข้อที่สาม “ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม” การสร้างมูลค่าเพิ่มในที่นี้ หมายถึง การช่วยทำให้สินค้าดูดีมีมูลค่าเกินกว่าความเป็นจริง เพราะส่งผลต่อการตั้งราคาให้สูงขึ้นได้ ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ควรมีความ “สวย” มีความ “โดดเด่น” สามารถสร้างความสะดุดตา ยามที่อยู่กับสินค้าชนิดเดียวกันบนชั้นวางจำหน่าย ใครเดินผ่าน เป็นต้องหัน
China Xinhua News รายงานว่า ในโลกโซเชียลมีเดียกำลังมีภาพภาพหนึ่งที่ชาวเน็ตจำนวนมากให้ความสนใจและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นภาพของ กล้วย แพ็กหนึ่งของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ที่มีการจัดเรียงกล้วยตั้งแต่สุกไปห่าม ชาวเน็ตเห็นแล้วถูกใจในไอเดียอย่างมาก เพราะการจัดเรียงกล้วยแบบนี้ช่วยแก้ปัญหา “กินไม่ทัน” ได้ดีทีเดียว โดยบนแพ็คเกจแปะคำแนะนำไว้ว่า “โปรดรับประทานตามลำดับ” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
คอลัมนิสต์ นิตยสารเส้นทางเศรษฐี คุณศรีนวล ได้เขียนถึง 10 ธุรกิจ รุ่ง – ร่วง มาให้อ่านกันตั้งแต่ เดือนมกราคม 2561 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เห็นว่า บทความนี้ มีผู้เข้ามาดูอย่างต่อเนื่อง วันนี้ เลยอยากโฟกัสไปที่ 10 ธุรกิจร่วง ลองเช็คดูค่ะ ว่าผ่านมาครึ่งปีแล้ว จริงไหม จากข้อมูล 10 อันดับธุรกิจรุ่ง-ร่วง ประจำปี 2561 จัดทำโดย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ธุรกิจร่วง อันดับ1 ยังคงเป็นธุรกิจหัตถกรรม 2. ธุรกิจด้านการผลิตเหมืองแร่ 3. สื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และวารสาร 4. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องเล่นดีวีดีและซีดี 5. ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์บ้าน 6. ธุรกิจเคเบิลทีวี 7. ธุรกิจการผลิตสินค้าเกษตร ยาง ปาล์ม ข้าว 8. ธุรกิจร้านขายมือถือมือสอง 9. ธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิมหรือร้านโชห่วย 10. ธุรกิจร้านอินเตอร์เน็ต ธุรกิจร่วง ก็ไม่ผิดไปตามความคาดหมายเท่าใดนัก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่ถูกนโยบายเน็ตหมู่บ้านรุกไล่จนหมดทางทำมาหากิน หรือธุรกิจขายมือถือมือสอง ถูกพิษการแข่งขันตัดราคา กระแสมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาดแทบจะทุกเดือน ทำให้ต
25 พ.ค.เพจข่าว China Xinhua News รายงานข่าว ‘แท็กซี่น้ำ’ ที่ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชั่นเช่นเดียวกับอูเบอร์ โดยระบุว่า..“เมื่อไม่นามานี้ ซี บับเบิลส์ (Sea Bubbles) บริษัทสตาร์ทอัพของประเทศฝรั่งเศสได้เปิดตัว “แท็กซี่น้ำ” ที่กำลังแล่นฉิวอยู่ในแม่น้ำแซน กลางกรุงปารีสตามคลิปวิดีโอ ความพิเศษของแท็กซี่รุ่นนี้ ก็คือการใช้ใบพัดคู่พลังงานไฟฟ้าซึ่งทำงานอยู่ใต้ผิวน้ำ ทำให้ดูเหมือนว่าแท็กซี่กำลังบินอยู่เหนือผิวน้ำ นอกจากนี้ยังมีบริการเรียกผ่านแอปพลิเคชั่นเหมือนอย่างอูเบอร์เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตต้องการจะปฏิวัติตลาดแท็กซี่ และยุติปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ โดยใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำให้เกิดประโยชน์” แท็กซี่น้ำที่กำลังแล่นฉิวอยู่ในแม่น้ำแซน กรุงปารีส/CGTN ที่กำลังแล่นฉิวอยู่ในแม่น้ำแซน กลางกรุงปารีส/CGTN ที่กำลังแล่นฉิวอยู่ในแม่น้ำแซน กลางกรุงปารีส/CGTN ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
