Featured
วันที่ 27 ธันวาคม นายสมหวัง ช้างขำ อายุ 62 ปี อดีตกำนันตำบลโพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง กล่าวว่า ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในช่วงน้ำหลากได้ท่วมนาข้าวเสียหาย ระหว่างนี้จึงใช้พื้นที่สวนกลางทุ่งนาเป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ปลูกมะเขือเทศราชินี กว่า 2,000 ต้น ทำการปลูกดูแลกันเพียงสองคนตายาย โดยปลูกมะเขือเทศราชินีในร่องสวน เป็นแนวยาวพร้อมทำการรดน้ำเช้าเย็น ดูแลในเรื่องศัตรูพืชโดยใช้สารชีวภาพและปลูกในแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี ช่วงนี้ผลผลิตกำลังออก เก็บเกี่ยวส่งขายให้ลูกค้ามีรายได้ทุกวัน 500-700 บาท “ช่วงน้ำหลากท่วมนาจมเสียหาย ครอบครัวขาดรายได้ จึงได้หันมาปลูกมะเขือเทศราชินี ใช้พื้นที่ร่องสวน ช่วงนี้ออกผลผลิตมีรายได้ทุกวัน มะเขือเทศราชินีได้รับความสนใจจากตลาดสูง ผู้บริโภคให้ความสนใจ อุดมด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในตอนเช้าจะเก็บมะเขือเทศมาแล้วบรรจุใส่ถุง ถุงละครึ่งกิโลกรัม ส่งขายให้ลูกค้าขาประจำและขาจร ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เสริมอย่างงาม ในช่วงรอการทำนาสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไป” นายสมหวัง กล่าว
แม่โพสต์เฟซบุ๊ก ขณะพาลูกชาย วัย 1 ขวบ 7 เดือน ป่วยหนัก ไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ระบุถูกเจ้าหน้าที่ทำกิริยาไม่สุภาพแถมไม่สนใจรักษาลูกน้อย จนมาเจอ หมอเจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ อดีตนางสาวไทยและดาราสาวชื่อดัง ที่ช่วยดูแลลูกชายเป็นอย่างดี โดยโลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายรุ่งตะวัน โรจนธรธราวัฒน์ อายุ 42 ปี ครูหนุ่ม ได้ออกมาเผยความรู้สึกครั้งแรก หลังลูกชายวัย 8 เดือนได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 2555 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา ว่า กิจกรรมของ “ตูน บอดี้สแลม” ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ และสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ เพราะมีเจตนาที่พุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ส่วนตัวมีอาชีพรองคือเป็นนักดนตรี จะมีความรู้สึกส่วนหนึ่งที่ลึกซึ้งถึงพี่ตูนเป็นอย่างมาก นายรุ่งตะวันกล่าวว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ตนกล้าออกมาพูดถึงประสบการณ์ของตัวเองที่เสียลูกชายวัย 8 เดือนไป เพราะโรงพยาบาลขาดเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภรรยาห้ามไม่ให้พูดถึงลูกชายที่จากไปก่อนวัยอันควร นายรุ่งตะวัน กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ลูกชายตอนนั้นอายุเพียง 8 เดือน ขณะนั้น แม่ยายตน ซึ่งกำลังดูแลลูกชาย ได้เรียกให้มาช่วยเพราะมีตั๊กแตนเข้าคอ พยายามควักออก แต่ไม่สำเร็จ จึงรีบพาไปหาหมอที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน(รพ.สต) ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่พอไปถึงโรงพยาบาล หมอไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่จะช่วยเอาตั๊กแตนออกได้ จึงรีบขับรถไปโรงพยา
ในอดีต ชาวประมงในหมู่บ้านคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้อวนตาถี่จับสัตว์น้ำ แบบเน้นเอาปริมาณ ซึ่งอวนตาถี่ดังกล่าวนั้น นับเป็นเครื่องมือประมงแบบทำลายล้างที่กวาดจับสัตว์น้ำแทบทุกชนิด โดยเฉพาะลูกปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปลาทู ปลาอินทรี จนทรัพยากรทางทะเลหน้าหมู่บ้านคั่นกระไดเสื่อมโทรมลงไปมาก ส่งผลให้ ชาวประมงหมู่บ้านคั่นกระได ต้องออกเรือไปไกลมากขึ้น เพื่อจับปลาจากหมู่บ้านอื่นๆ จนทำให้ทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอไปทีละหมู่บ้าน กระทั่งได้รับสมญานามจากหมู่บ้านที่ไปเยือนว่า “กองปราบปลา” เนื่องจากหาปลาแบบล้างผลาญไปจนถึงเขตจังหวัดชุมพร แต่แล้วเมื่อเจ้าของพื้นที่ยื่นคำขาดให้ออกไปจากเขตแดนของพวกเขาภายใน 24 ชั่วโมง ชาวประมงจากหมู่บ้านคั่นกระได จึงต้องล่าถอยกลับคืนถิ่นของตัวที่ท้องทะเลมีแต่ความเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนชาวประมงหลายรายต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพรับจ้างก่อสร้าง กระทั่งปี 2551 ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมรักษ์ทะเลไทย ชาวประมงบ้านคั่นกระได ได้รวมกลุ่มกันเพื่อฟื้นฟูความอุดสมสมบูรณ์ของทะเลหน้าบ้านให้กลับคืนมา เริ่มจากการเลิกใช้อวนตาถี่ สร้างซั้งกอเพื่อเป็นบ้านให้เกิดกับสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำธนาคารปู ห้ามเรื
“บิ๊กเต้ช็อป” เป็นร้านโชห่วยอยู่ย่านรังสิต ซึ่งว่ากันว่าเป็นความหวังใหม่ของวงการร้านค้าปลีก เป็นโชห่วยรุ่นใหม่ขวัญใจวัยโจ๋ทั้งหลายในละแวกนั้น ด้วยเหตุผลบริหารร้านได้ “เข้ากั๊น เข้ากัน” กับความต้องการของโลกยุคนี้…เสียนี่กระไร Big Te Shop (บิ๊กเต้ช็อป) มินิมาร์ตรุ่นใหม่ ใส่ใจทุกความต้องการของนักศึกษา คือ ชื่อและสโลแกนประจำตัว ของร้านโชห่วยที่เกริ่นถึง มี คุณเต้-ศตวัสส์ ฝ่ายรีย์ หนุ่มหน้าใส บุคลิกกันเอง เป็นเจ้าของกิจการ “เรื่องซื้อแฟรนไชส์มาเปิดไม่อยู่ในหัวเลย อยากทำเองมากกว่า เพราะเชื่อมั่นในไอเดียว่าทำได้” เจ้าของร้านต้นเรื่อง “บิ๊กเต้ช็อป” เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เคยผ่านงานด้านโทรทัศน์มาหนึ่งปี ก่อนย้ายมาเป็นพนักงานในสถาบันการศึกษาที่จบเป็นบัณฑิตออกมา กระทั่งก่อนแต่งงาน ลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดร้านโชห่วยตามคำแนะนำจากคุณแม่ยาย เนื่องจากมีทำเลน่าลงทุน อยู่ใต้ถุนหอพัก ฝั่งตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และด้วยความที่มีใจรักด้านการค้าขายมาตั้งแต่เด็กเป็นทุนอยู่แล้ว จึงใส่ใจเต็ม
วันที่ 26 ธ.ค. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จของการจัดงานโอท็อปซิตี้ 2017 ว่า การจัดงานโอท็อปซิตี้ 9 วัน ตั้งแต่ 17-25 ธ.ค. ที่เมืองทองธานี มียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,217,361,404 บาท โดยกลุ่มสินค้าผ้าและเครื่องแต่งกายมียอดจำหน่ายกว่า 553 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มศิลปินโอท็อปมียอดจำหน่ายรวมกว่า 132 ล้านบาท นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งในการจัดงานแฟร์ใหญ่ระดับประเทศ ภายใต้แนวคิด ของขวัญจากภูมิปัญญา ประชารัฐ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายอภิชาติ กล่าวว่า ยอดขายสินค้าและคนเข้าชมงานทุบสถิติมากที่สุดในรอบ 10 ปี ตั้งแต่จัดงานโอท็อปมา เป็นการตอบโจทย์การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้าน นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดงานหนึ่ง อีกทั้งยังกระจายเม็ดเงิน กระจายรายได้ลงไปสู่ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ทั้งนี้ พช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยส่งเสริมช่องทางการตลาดที่หลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์โอท็อป เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอท็อป ซึ่งสอดรับก
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมมอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่จีน ทำการสำรวจตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยในตลาดจีน ซึ่งพบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อของไทยเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมของชาวจีนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรสต้มยำ แกงเขียวหวาน และเย็นตาโฟ เป็นต้น โดยสามารถหาซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของจีนและการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ ในการผลักดันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจาะตลาดจีน ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันได้หันมาใส่ใจในด้านโภชนาการและสุขภาพ ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเดิมๆ จำหน่ายได้ลดลง และไม่เป็นที่นิยม แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ได้มีการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน ลดการใช้น้ำมัน เพิ่มส่วนผสมจากธรรมชาติในเครื่องปรุง ลดปริมาณเกลือ หรือปรับสูตรใหม่ หรือการพัฒนาเส้นบะหมี่ที่แตกต่าง กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น “ที่ผ่านมา ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในจีน มีการชะลอตัวลง เพราะผู้บริโภคหันมาใส่ใจในด้านโภชนาการและสุขภาพ จึงลดปริมาณการบริโภคบะหมี่
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “เท็มบิน” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-28 ธ.ค. 2560)” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2560 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (26 ธ.ค. 2560) พายุโซนร้อน “เท็มบิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 8.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 105.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในวันนี้ และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ตามลำดับ (ทั้งนี้เนื่องจากพายุเคลื่อนที่มาปะทะกับอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยจึงทำให้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว) ก่อนจะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทยและภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 26-27 ธ.ค. 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม สำหรับคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จ.เชียงใหม่ ประชาชนได้พากันทยอยซื้อเลขเด็ดของแต่ละคนไว้ทันทีตามแผงต่างๆ เช่น บริเวณตลาดทั่วไป ย่านถ.มหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ย่านสถานีรถไฟ ย่านขนส่งอาเขต ย่านถ.เชียงใหม่-ลำพูน รวมทั้งอีกหลายแผง โดยเลขที่ประชาชนพากันซื้อนั้นจะเป็นเลข 60, 61, 17 และ 18 ซึ่งเป็นเลขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยราคาหวยที่พ่อค้าแม่ค้าขายยังคงเป็น 80 บาท ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบชุดนั้น พ่อค้าแม่ค้ายอมลดราคาลงมา จาก 5 ใบ 550 เหลือ 5 ใบ 530 และ 500 บาท ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาล 10 ใบ แม่ค้ายังคงขายราคา 1,300 บาท แต่ก็ยังเกินราคาอยู่ดี นายประเสริฐ จันทร์ลักษณ์ อายุ 62 ปี พ่อค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่านถ.มหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลใบเดี่ยวนั้น ยังคงขายปกติ 80 บาท ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบชุดนั้น ราคาลดลงเล็กน้อย เพราะพ่อค้าแม่ค้าต้องไปหาซื้อมาจากเหล่ายี่ปั๊ว ที่ขายให้พ่อค้าแม่ค้า 5 ใบ 500 บาท ซึ่งพวกเราก็ต้องมาขายราคา 550 บาท และยอมลดลงเหลือ 530 บาท นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเลขเด็ดที่เหล่าเซียนหวยได้ให
กลายเป็นภาพน่ารักๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการก้าว ของ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย เมื่อมีน้องหมาตัวหนึ่งวิ่งตามมาเป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร ช่วงการวิ่งผ่านมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จนโน้ต อุดม ประกาศว่า ถ้าวิ่งตามไปถึงแม่สายจะเป็นคนเอาไปเลี้ยงเองนั้น เพจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง MFU ได้โพสต์เรื่องราวเบื้องหลังการวิ่งของเจ้าตูบ ว่า “เจ้าฟู หรือ สเตฟาน สุนัขประจำตึก D1, AS ของน้องๆ มฟล. ที่ไปร่วมวิ่งกับ #พี่ตูน จากหน้า #มฟล. ส่งพี่ตูนไปแม่สายไกลกว่า 30 กิโลเมตร กลับถึงรั้วแดง-ทองอย่างปลอดภัยแล้ว โดยมีพี่ตุลและพี่ยุงสองหนุ่ม เจ้าหน้าที่ มฟล.ไปรับกลับมา ดีนะไม่มีคนใจดีอุ้มกลับ กทม. ไม่งั้นเจ้าฟูได้กลายเป็นหนุ่มเมืองกรุงลืมไส้อั่วเมืองเหนือแน่ๆ ปล.แอดมินเห็นตอนเช้าประมาณตีสามกว่าๆ ขณะที่วง #MFUBand กำลังเซตเครื่องเสียง #เจ้าฟู ก็มาร่วมตรวจความพร้อมของวงที่หน้ามอ แถมข้ามถนนไปอยู่ผั่งตรงข้ามร่วมกับกองเชียร์แล้วนายก็วิ่งไปพร้อมพี่ตูน” โดยล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ไปรับเจ้าฟู กลับมาดูแลเป็นที่เรียบร้อย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
