Featured
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 32/12 ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นห้องเช่าเล็กๆ ของนายโฮม และนางถาวร วรรณทวี สองตายายวัยเกือบ 70 ปีทั้งคู่ โดยอาศัยอยู่เพียงลำพัง มิหนำซ้ำทั้งคู่ยังป่วย โดยนายโฮมตาข้างซ้ายเป็นต้อเนื้อ ทำให้ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด แต่ที่หนักคือ นางถาวรเป็นหลายโรครุมเร้า ทั้งเบาหวาน ความดัน อัมพฤกษ์ และโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ทั้งคู่ใช้ชีวิตด้วยเงินคนชราและค่าจ้างซึ่งได้เพียงบางวัน ครั้งละ 100-200 บาท จากการรับจ้างถางหญ้า ตัดต้นไม้ของนายโฮม ผู้เป็นสามี แต่สิ่งที่ทั้งคู่เรียกร้องและอ้อนวอนตลอดเวลา คือขอให้ลูกสาวคนเดียวที่หายไปจากบ้านไปนานเกือบ 1 ปี กลับมาเยี่ยมมาให้พบหน้าสักครั้งก่อนเสียชีวิต นางถาวร กล่าวด้วยน้ำตาอาบแก้มตลอดเวลา ว่า เดิมตนมีลูก 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คน และผู้หญิง 1 คน โดยผู้ชายได้ป่วยและเสียชีวิตไปนานแล้ว มีเพียงลูกสาวคนเดียว ตนและสามีเมื่อครั้งร่างกายยังแข็งแรงก็ทำงานรับจ้างซักผ้า ส่วนสามีรับจ้างทั่วไป พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและส่งเสียลูกสาว คือน.ส.ณิชาภัทร วรรณทวี หรือบุ้ง ปัจจุบันอายุ 33 ปี จนจบการศึกษาระดับ
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่สถาบันพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก เราจึงจะเพิ่มความเข้มข้นให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย โดยจะเน้นไปที่ด่านชุมชน ให้ผู้นำท้องถิ่นเข้ามาช่วยสร้างจิตสำนึก และบังคับใช้กฎหมาย ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปีนี้ ปภ. จะเน้นหนักให้ประชาชนรู้วินัยจราจร และจะมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น เพื่อป้องปรามการขับรถเร็ว และเมาแล้วขับ รวมทั้งในถนนสายรอง ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เราจะใช้มาตรการที่ตัวบุคคล เพราะจุดนั้นมีชุมชน จะให้มีด่านชุมชน ตลอดจนมาตรการทางสังคม ให้ครอบครัวดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งจะช่วยได้เยอะ ส่วนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามนั่งท้ายรถกระบะนั้น ปัจจุบันยังบังคับใช้อยู่ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่อนปรน เนื่องจากเป็นวิถีชีวิตของประชาชนที่ใช้กระบะในการสัญจร เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยจะห้ามนั่งขอบกระบะ และห้ามดื่มสุราบนรถ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ ไร่เชิญตะวัน ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ว่า มีประชาชน พยาบาล พระสงฆ์ สามเณร ตั้งแถวรอต้อนรับพี่ตูน และทีมงานก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศจำนวนมาก ซึ่งวันนี้พี่ตูนและทีมงานจะเดินทางมาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญที่นี่ นอกจากนี้ยังมีนายจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีชื่อดังชาวนครศรีธรรมราช ก็ได้เดินทางมารอพบพี่ตูนด้วย เพื่อจะมอบเงินสมทบโครงการอีก 1 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้ก่อตั้งศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ได้อัพเดตข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี” เพื่อเชิญชวนชาวจ.เชียงราย ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับ พี่ตูน บอดี้สแลม และทีมงาน โดยมีข้อความระบุว่า “ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ขอเชิญชาวเชียงราย และ มิตรรักแฟนเพลง ร่วมงานบายศรีสู่ขวัญ คุณตูน บอดี้สแลม และทีมงานก้าวคนละก้าว” โดยพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นที่ไร่เชิญตะวัน ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน ท่าน ว.วชิรเมธี ได้เตรียมเค้กไว้ให้กับพี่ตูนและทีมงานด้วย ทีี่มา ข่าวสดออ
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ วันนี้วินขอชวนเพื่อนๆ เปิดเตาอบทำเค้กส้มกันค่ะ สูตรนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือแพ้กลูเต็น สามารถทานได้นะคะ เพราะวินใช้สูตรผสมของแป้งอัลมอนด์ และแป้งเค้กแบบกลูเต็นฟรี และใส่โยเกิร์ต หวานน้อยค่ะ เรามาดูส่วนผสมกันเลยดีกว่า ส่วนผสม ตัวเค้กส้ม ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทรายแดง ¾ ถ้วย เปลือกส้มขูด 2 ช้อนชา แป้งอัลมอนด์ ¾ ถ้วย แป้งเค้ก กลูเต็นฟรี 1/3 ถ้วย โยเกิร์ตรสธรรมชาติสูตรไขมันต่ำ 1/3 ถ้วย เสาวรส ** 2 ช้อนชา **เป็นตัวเลือกนะคะ เพื่อนๆ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความชอบในสูตรนี้วินใส่ด้วยเพิ่มความเปรี้ยวให้เนื้อเค้กนิดหน่อยค่ะ ส่วนผสม ครีมชีสรสส้ม (สำหรับราดบนหน้าเค้ก) ครีมชีส สูตรไขมันต่ำ 60 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้ม 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ง่ายมากค่ะ ใช้เวลาเตรียมของและอบขนม ไม่เกินชั่วโมงแน่นอน เตรียมทานเค้กส้มหอ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปัญหาโรคระบาดในไก่เกิดขึ้น ทำให้หลายฟาร์มประสบกับภาวะสูญเสียจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังมีผู้เลี้ยงอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้รับผลกระทบ เพราะการดูแลอย่างเป็นระบบภายในฟาร์ม การทำความสะอาด การให้วัคซีนที่ถูกต้อง ส่งผลให้โรคแพร่กระจายไม่ถึง ซึ่งในพื้นที่ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เกษตรกรที่เลี้ยงไก่พื้นบ้านเป็นอาชีพหลัก ทั้งยังมีลูกฟาร์มกระจายออกไปทั้งในจังหวัดสิงห์บุรีและต่างจังหวัด อีก 14 แห่ง ก็ไม่ประสบปัญหาโรคระบาดเช่นเดียวกัน เพราะการดูแลอย่างเป็นระบบตามที่กล่าวมา คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้าน 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ และเทาทอง คลุกคลีในวงการไก่พื้นบ้านมานาน 12 ปี ตลอดเวลา 12 ปี เป็นประสบการณ์ที่ทำให้วันนี้ คุณเกรียงไกร เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้านมือหนึ่งของจังหวัดสิงห์บุรี เพราะนอกจากจะเป็นผู้เลี้ยง เพาะ ขยายพันธุ์ อนุรักษ์สายพันธุ์ ทำการตลาดในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรด้วยกัน ให้ไก่ไปเลี้ยงแล้วรับซื้อลูกไก่ประกันราคาอีกด้วย คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี (ขวา) และ คุณศิริวัฒน์ อินทร์บุญ
ทายาทธุรกิจผลิตครก เติมไอเดียครกหินดีไซน์เก๋ มีหูหิ้ว มีที่วางสากป้องกันสากกลิ้ง ขนาดกะทัดรัด ถูกจริตคนรุ่นใหม่และโดนใจชาวต่างชาติให้หันมาทำกับข้าวมากขึ้น นับเป็นการฟื้นคืนชีพอุปกรณ์ทำครัวที่เกือบถูกลืม ให้กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง คุณอัฐภิญา ธาราศักดิ์ หรือ คุณกุ๊ก ภรรยาสาวในวัย 35 ปีของคุณธารา ธาราศักดิ์ เจ้าของไอเดียครกหิ้วได้ ดีไซน์เฉียบ แนวคิด “พัก พิง คว่ำ” เล่าว่า ครอบครัวคุณธารา (สามี) ประกอบกิจการผลิต จัดจำหน่ายครก และผลิตภัณฑ์จากหินแกรนิตยาวนาน 70 ปี สินค้าที่มี อาทิ จาน ชาม แก้วน้ำ เชิงเทียน งานหินแกะสลัก แรกเริ่มอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาย้ายมายังจังหวัดตาก เนื่องจากหินแกรนิตที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดตาก ภรรยาสาว เล่าต่อว่า ทางครอบครัวสามีมีแนวคิดต้องการช่วยเหลือชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ โดยจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชื่อว่า “กลุ่มผลิตภัณฑ์จากหิน ศิลาทิพย์” เมื่อปี พ.ศ.2552 เพื่อเข้าโครงการ OTOP “หลังจากที่จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหินก็มีเพิ่มขึ้น เน้นดีไซน์ตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และเกิดแนวคิดพัฒนาครกหิน” คุณกุ๊ก
กุ้งอินทรีย์ คือกุ้งปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ในปัจจุบันค่อนข้างหารับประทานยาก เพราะการเลี้ยงกุ้งระบบอินทรีย์มีข้อจำกัด และกฎระเบียบที่เข้มงวด ดังนี้ การเลี้ยงต้องไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง 2. ต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถปล่อยกุ้งได้ไม่เกิน 15 ตัว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม และอาหารที่ใช้ต้องเป็นอาหารจากธรรมชาติ จะใช้อาหารเม็ดที่ซื้อจากตลาดไม่ได้ ต้องมีการสร้างระบบห่วงโซ่อาหารโดยธรรมชาติรอบบ่อที่เลี้ยง ด้วยข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้เกษตรกรถอดใจกันไปหลายราย แต่ยังมีเกษตรกรที่ยังมุ่งมั่นและประสบผลสำเร็จสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ คุณสุรกิจ ละเอียดดี เจ้าของสุรกิจฟาร์มกุ้งอินทรีย์ เลขที่ 200/1 หมู่ที่ 13 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำประมงอยู่แล้ว ตนเป็น รุ่นที่ 4 ของตระกูล แต่ก่อนที่จะเริ่มหันมาจับธุรกิจประมงอย่างจริงจัง ตนได้ทำงานบริษัทของน้า กว่า 10 ปี เวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่างานที่ทำมันไม่ใช่ตัวเรา จึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน เลี้ยงสัตว์น้ำแบบระบบพัฒนามาหลายอ
“ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน” ประโยคดังกล่าวนี้ เห็นจะจริงที่สุดสำหรับ คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “เฮียนพ” ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ มาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง ที่มีออร์เดอร์เฉลี่ยวันละ 100,000 ไม้ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เฉลี่ยวันละหนึ่งแสนไม้ เหตุที่มียอดขายขนาดนี้เพราะมีแหล่งที่ส่งคือ โมเดิร์นเทรด / คนที่มาซื้อไปสร้างเป็นแบรนด์ของตัวเอง/ ตัวแทนขาย และพ่อค้ารายเล็กรายน้อย ชีวิตที่ผกผัน ลงต่ำสุด ขึ้นสูงสุดนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ได้มา หากแต่ต้องผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว กระทั่งมาสู่จุดนี้ คุณนพ เล่าว่า จบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากเรียนจบ ทำงานโรงงานอีก 10 ปี ผันไปสู่พนักงานโรงแรม จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ถูกเลิกจ้าง จากนั้นก็ดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพอีกหลายอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวสถานีตำรวจ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และชีวิตมาสู่จุดผกผัน
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีนายพาที สารสิน ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (22 ธันวาคม 2560) เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ และจะดำเนินการแต่งตั้งในที่ประชุมคณะกรรมการ ซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป ขอบคุณภาพประกอบจากไอจี patee122 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภาค 8 ได้เซ็นคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ไปประจำศปก.ตร.ภาค8 หลังปล่อยให้มีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ชายหาดในพื้นที่ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยหนังสือคำสั่งระบุ ตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 610/2560 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราขการและรักษาราชการแทน ตามคำสั่งตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 609 /2560 ลงวันที่ 21 ธ.ค. 2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ตรวจสอบข้อเทจจริง โดยมีการสงสัยว่า พันตำรวจเอกสมชาย นพศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีส่วนบกพร่องต่อหน้าที่ ปล่อยให้มีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ชายหาดในพื้นที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของรัฐบาลให้งดการจัดกิจกรรมบันเทิงตลอดเดือนตุลาคม 2560 เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 72 ประกอบด้วย พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการ และการจั
