Featured
สร้างความประทับใจให้โลกออนไลน์ของประเทศจีน เมื่อคุณตา Li Tiezu วัย 62 ปี ที่ถึงแม้จะมีความบกพร่องทางสายตา แต่ก็ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก โชว์ศิลปะการทำเต้าหู้ด้วยการใช้วิธีการแบบดั้งเดิมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ทั้งการบดถั่วเหลือง การปรุง การทำให้สุก โดยคุณตาจะใช้หูของเขาฟังเพื่อตัดสินว่าถั่วเหลืองนั้นถูกต้มจนสุกแล้วหรือไม่ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกประเมินว่า ร้อยละ 82 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่บกพร่องทางสายตามีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่บกพร่องทางสายตานั้นมีรายได้ต่ำ Photo: CGTN ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ใครๆ ก็รู้ว่า มะนาวนอกฤดู ขายได้ราคาดีกว่ามะนาวตามฤดูกาล เกษตรกรจำนวนมากจึงมุ่งเป้าผลิตมะนาวนอกฤดู ในวงบ่อซีเมนต์ ซึ่งจะได้ผลดีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูกดูแลของเกษตรกรแต่ละราย ดร.วินัย วิริยะอลงกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาไม้ผล ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แนะเทคนิค “ การบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดู “ โดยใช้สารแพคโคลบิวทราโซลและวิธีการควั่นกิ่ง หากใครสนใจเทคนิคนี้ สามารถนำไปปฎิบัติได้ไม่ยาก เริ่มจากบำรุงต้นมะนาวให้มีความสมบูรณ์เต็มที่เสียก่อน เพราะสารแพคโคลบิวทราโซลมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน เมื่อมะนาวมีการสร้างฮฮร์โมนฯ น้อยก็จะเกิดการสะสมอาหารมากขึ้น มีการแตกใบอ่อนน้อยลง การใช้สารแพคโคลบิวทราโซลอย่างมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ปลิดผลเล็กๆ ออก โดยการตัดแต่งกิ่ง ถ้ามีผลให้เหลือเฉพาะผลใหญ่ไว้รอจำหน่าย ส่วนผลเล็กๆ ให้เอาออกให้หมด ตัดแต่งกิ่งโดยตัดปลายยอดออก และกิ่งที่อยู่ตรงกลางทรงพุ่มและโคนต้นออกให้หมด ผลที่เหลืออยู่นี้อาจไว้ขายหรือเก็บไว้ใช้บ้างในครัวเรือน ให้ปุ๋ยสูตร 15-0-0 อัตรา ต้นละ 300 กรัม และ
สมาชิกเฟซบุ๊ก “สุธิดา จันทร์โพธิ์” โพสต์เรื่องราวประทับใจ หลังพบคุณตาท่านหนึ่งนั่งเขียนชื่อที่อยู่บนกล่องพัสดุที่พื้น ในที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปสอบถามได้ความว่าคุณคากำลังส่งมะม่วงพันธุ์เขียวเสวยไปให้ลูกที่อยู่กรุงเทพฯ เพราะต้นมะม่วงที่ปลูกไว้เพิ่งออกลูก และอยากให้ลูกได้กินคนแรกก่อนใคร นอกจากนี้ยังทราบอีกว่าบ้านคุณตาอยจู่ห่างจากไปรณีย์กว่า 20 กิโลเมตร และคุณตาก็ยังอุตส่าห์หอบมะม่วงไปส่งให้ลูกกิน หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นใจ และชื่นชมในความห่วใยของพ่อกับลูก แม้จะลำบากยังไง ก็คนเป็นพ่อก็ยังคงห่วงใยลูกเสมอ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 24 เมษายน 2560 ลักษณะอากาศทั่วไป ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนในช่วง 1-2 วันนี้ ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว
พาณิชย์ คิกออฟตลาดแม็กเนตทุเรียน 4 จังหวัดเป้าหมาย พ.ค.นี้ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคน รมช.สนธิรัตน์เซอร์เวย์ตลาดแม็กเนตชายหาดกมลา จ.ภูเก็ต หนุนยื่นจดคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ทุเรียนกมลา นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมเปิดตลาดดึงดูด (Magnet Market) ซึ่งเป็นตลาดสินค้าเฉพาะ โดยเริ่มเปิดนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ จันทบุรี และชลบุรี (พัทยา) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านคน โดยจะเริ่มดำเนินการโครงการอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 “จาก การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รายงานว่าสินค้าทุเรียนขายดีมากกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งทั้ง 4 จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก หากสนับสนุนนักท่องเที่ยวให้ซื้อทุเรียนกลับเป็นของฝากทั้งในรูปแบบสดและ แปรรูป จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการอีกด้วย” นอกจาก นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเชื่อมโยงผลไม้ชนิดอื่น ๆ อาทิ ลองกอง ล
วันที่ 23 เมษายน 2560 นายประสงค์ โกมุก นายสถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การก่อสร้างทางคู่จาก จ.นครปฐมถึง อ.หัวหิน ออกแบบให้มีการก่อสร้างทางทิศตะวันออก เมื่อมาสร้างทางรถไฟถึงสถานีรถไฟชะอำที่ กม 195 +500 จะย้ายมาก่อสร้างด้านทิศตะวันตกถึงสถานีรถไฟหนองแก และ ก่อนการดำเนินดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) จะมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างดำเนินการในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะมีการย้ายอาคารบ้านเรือนในชุมชนที่อยู่ในเขตก่อสร้างในเขตทางรถไฟกว่า 1,000 ครอบครัว ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ออกนอกพื้นที่ โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( พม.) จากนั้นคณะกรรมการของ รฟท.จะจ่ายค่าเยียวตามสภาพของสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภทตารางเมตรละ 300 , 500,และ 800 บาทให้กับผู้ที่ย้ายออกจากพื้นที่รถไฟทุกราย “ขอยืนยันว่าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ได้หลีกเลี่ยงผลกระทบทุกด้านกับอาคารสถานีรถไฟหัวหิน ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่มีความสำคัญระดับโลก โดยการยกระดับทางรถไฟยกระดับความยาวกว่า 5.8 กิโลเมตรความสูง 8 เมตร เริ่มจาก กม.210 +976สิ้นสุดที่ กม. 216+ 778 โดยไม่มีการบดบังภูมิทัศน์สถานีเดิม
วันที่ 23 เมษายน 2560 ปลากะพงขาวที่เลี้ยงอยู่ในทะเลสาบสงขลารอบๆเกาะยอ อ.เมือง ตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางด้านทิศเหนือของเกาะยอ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ปลากะพงตายแบบยกกระชังและเกิดขึ้นเกือบทุกราย ทำให้ผู้เลี้ยงปลากะพงต้องรีบนำเอาปลาที่ตายทั้งหมด ขึ้นมาจากกระชัง ก่อนที่ปลาทั้งหมดจะเน่า เพื่อรอส่งขายให้กับแพปลาหรือผู้ที่ต้องการนำไปแปรรูป หรือทำเป็นอย่างอื่นในราคา กก.ละ 6 – 35 บาทเท่านั้น โดยจากการตรวจสอบพบว่าน้ำโดยรอบของเกาะยอมีลักษณะสีเขียวคล้ำ และกลิ่นเหม็นค่อนข้างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปลากะพงตายไปเป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 100 กระชังมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท นางเกยูรวลี จันทโก อยู่ที่ หมู่ 7 ต.เกาะยอ กล่าวว่าได้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังจำนวน 12 กระชัง อายุปลาตั้งแต่ 1-2 ปี หรือน้ำหนักอยู่ที่ 1 – 4 กก.ตายยกกระชังทั้งหมด ความเสียหายไม่น้อยกว่า 8 แสนบาท ทั้งที่ปลาส่วนหนึ่งเข้าคิวรอขายอยู่แล้ว แต่เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียทำให้ปลาตายเสียหาย ทำให้ขาดทุนทั้งหมด ซึ่งน้ำเน่าเสียในครั้งนี้ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังเกาะยอได้รับความเสียหายมากกี่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งปลาทั้ง
แพนด้า หรือ ด.ญ.ศิริรัตน์ คำช่าง นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนบ้านพร้าว จ.น่าน ต้องเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว ออกรับจ้างกลางไร่กับคุณปู่และคุณย่าวัยชรากว่า 70 ปี แม้ลำบากกาย.. แต่หัวใจสู้ของแพนด้าไม่อาจท้อถอย เธอมีปู่กับย่าเป็นแรงผลักดันให้อยากเรียนหมอ สู้จนเรียนเก่งเทียบเท่าเพื่อนๆในโรงเรียน และได้รับการยอมรับจากชุมชน ให้เป็นเด็กยอดกตัญญูของหมู่บ้าน ได้รับการยกย่องจากเพื่อนๆ ให้เป็น ประธานนักเรียน ไปแข่งวิชาการวิทยาศาสตร์ได้รางวัลเหรียญทอง แพนด้าไม่เพียงเป็นเยาวชนที่กตัญญู มุมานะเพื่อตนเอง เพื่อครอบครัว แต่เธอยังเสียสละเพื่อส่วนรวม วันว่างจากการเรียน แพนด้ายังไปช่วยงานต่างๆของวัดใกล้บ้าน ไม่เคยคิดถึงเงินทอง หรือผลตอบแทน สิ่งที่เธอทำคือการตอบแทนชุมชนที่เธออาศัยอยู่ และคอยโอบอุ้มเธอทุกครั้ง เมื่อเธอต้องไปแข่งขันร้องเพลง แข่งกีฬา หรือแข่งขันทักษะวิชาการของโรงเรียน นี่คือพลังชุมชน พลังผู้ใหญ่ ที่เสริมพลังของเด็กหญิงอย่างแพนด้า เด็กหญิงจากหมู่บ้านพร้าว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ร่วมสานต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กหญิงแพนด้าชื่อบัญชี – ด.ญ. ศิริรัตน์ คำช่าง ธนาคารทหารไทย สาขา ท่าวังผา (ออมทรัพย์)
เมื่อเวลา10.30 น.วันที่ 23เมษายน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. เเละ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานเเก้ว ผกก.4 บก.ปร่วมเเถลงข่าวจับกุมตัว นายวุฒิพงษ์ เหมมาลา , นางสาวนริศรา ลิ้มฉาย , นายวัชรินทร์ จันทร์หอม และ นายนวพล ลิ้มฉาย ผู้ต้องหาที่1- 4 ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เเละนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวถึงพฤติการณ์การกระทำผิดว่าโดยผู้ต้องหาทั้ง 4ได้ ร่วมกันหลอกขาย สินค้า”ไมโลคิวบ์” ผ่านเฟซบุ๊ก เเละมีการพูดคุยติดต่อเรื่องการทำธุรกรรมผ่าน เเอพพลิเคชั่น ไลน์ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อ 7รายเเละโอนเงินเข้ามาเเต่ไม่ได้รับสินค้า มูลค่ากว่า 2เเสนบาท ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหา จะเปิดเฟซบุ๊กชื่อ ความทรงจำ” โดยจะมีนายวุฒิพงษ์ และนางสาวนริศรา ทำหน้าที่เป็นคนที่จะคอยพูดคุยชักชวน โดยโฆษณาขายจำนวน 24 ถุง หรือ 1 ลัง ในราคา 6 พันกว่าบาท จากราคาปกติราคา 7500 บาท ลูกค้าที่หลงเชื่อในเฟซบุ๊ก และเมื่อลูกค้าตกลงซื้อจะให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อนายวัชรินทร์ ก่อนที่นายวัชรินทร์ และนายนวพล จะทำหน้าที่ไปกดเงินออกจากบัญชีทันทีที่ผู
วันที่ 22 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฯ ออกหมายจับ รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(สอ.จฬ.) ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน หลังมีกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(สอ.จฬ.)ได้เข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับรศ.ดร.สวัสดิ์ หลังหลอกลวงชักชวนให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(สอ.จฬ.) ได้ทยอยเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม โดยผู้เสียหายรายหนึ่งให้การว่า เมื่อปี 2558 ได้ถูกรศ.ดร.สวัสดิ์ หลอกให้นำเงินที่สะสมอยู่กับสหกรณ์ออมทรัพย์ มาร่วมลงทุนในสหกรณ์ล็อตเตอรี่ที่ผู้ต้องหาตั้งขึ้นมา โดยจะมีเงินปันผลให้ร้อยละ 1 เปอร์เซ็น ที่ผ่านมาได้เงินปันผลมาโดยตลอด จึงได้เพิ่มเงินลงทุนไปอีกรวมแล้วประมาณ 3 ล้านบาท จนเมื่อเดือนมีนาคม 60 กลับไม่ได้รับเงินปันผล เมื่อโทรติดต่อไปกลับไม่สามารถติดต่อรศ.ดร.สวัสดิ์ ได้ จนสุดท้ายได้ข่าวว่าผู้ต้อ
