Featured
ย่างเข้าฤดูร้อน อาหารที่ดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ก็คือ “เฉาก๊วย” ซึ่งนอกจากจะทำให้คนทานดับร้อนได้แล้ว “เฉาก๊วย” ยังเป็นเมนูที่ดับความจน สร้างเศรษฐีเงินล้านในเมืองไทยให้เกิดขึ้น อย่างเช่น เฉาก๊วย “ชากังราว” แรงบันดาลใจ จากสูตร “เฉาก๊วยดอนเมือง” สู่สูตรสำเร็จ “เฉาก๊วยชากังราว” ดร.เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉาก๊วยชากังราว จำกัด ซึ่งเป็นผู้ปั้นแบรนด์เฉาก๊วย “ชากังราว” และผลิตเฉาก๊วยแปรรูปจนประสบความสำเร็จ เล่าถึงความเป็นมาของเฉาก๊วยชากังราว ด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจว่า เฉาก๊วย “ชากังราว” ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ต้องขอบคุณเฉาก๊วย “ดอนเมือง” ที่ทำให้มีเฉาก๊วย “ชากังราว” เกิดขึ้น เพราะมีการพัฒนาสูตรเฉาก๊วยมาจากเฉาก๊วยดอนเมือง ในสมัยที่ลูกชายไปทำงานกับโรงงานเฉาก๊วยดอนเมือง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว “เฉาก๊วยดอนเมือง เป็นสะพานให้เราได้เดิน ตอนนั้นผมทำงานอยู่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ลูกผมจบ ปวส. ใหม่ๆ ลูกผมได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของ เขาก็มาชวนลูกผมไปทำงานที่โรงงาน ในสมัยนั้นเงินเดือนค่อนข้างเยอะ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ได้เดือนละ 5,000 บาท ก็บอกลูกว่า ขอให้ตั้งใจทำงาน
ถ้าอยากหาของขวัญสักชิ้นมอบให้เพื่อน คนรัก หรือญาติมิตรสักหนึ่งอย่าง ภาพวาดสีน้ำเป็นของขวัญสุดพิเศษที่ผู้รับจะได้รับแบบ Limited มีชิ้นเดียวในโลก ด้วยฝีมือการวาดจากปลายพู่กันของสาวน้อยจากรั้วมหาวิทยาลัย ที่ใช้ทักษะด้านจิตกรรมและการฝึกฝนด้วยตัวเองจนเกิดเป็นงานฝีมือ โพสต์ลงออนไลน์สร้างรายได้มาไม่น้อยแล้ว คุณจิ๊ก-วรรณวิภา แก้วพิทักษ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาจิตกรรมชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของชิ้นงานว่า ก่อนหน้านี้ อาจารย์ชวนไปวาดภาพที่ศาลหลักเมืองชลบุรี ตอนนั้นวาดแล้วได้เงิน รู้สึกติดใจที่หาเงินได้เอง จึงพัฒนาฝีมือเรื่อยมา อาศัยการฝึกฝนด้วยตนเองร่วมกับความรู้ด้านจิตกรรมมาได้ 3 ปี จนงานขึ้นมือเริ่มมีเอกลักษณ์และเจอทางของตัวเองมากขึ้น กระทั่งไม่นาน ตัดสินใจออกไปวาดภาพที่ “ถนนคนเดินบางแสน” ช่วงวันศุกร์-เสาร์ ส่วนรายรับแต่ละครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับดวง บางวันได้เป็นพัน บางวันได้มาหนึ่งร้อย แต่ไม่เสียหายอะไร เพราะไม่เสียค่าที่ พองานวาดเริ่มเยอะขึ้นจึงลองงขายออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 3-4 พันบาท แต่บางเดือนลูกค้าแทบไม่มี บางรายเข้ามาสอบถามรายล
พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะระบบน้ำในการเกษตร ที่เหมาะสำหรับทำประมง เพราะใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม และบางพื้นที่ยังเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบน้ำกร่อยอีกด้วย เช่น เกษตรกรตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เกือบทั้งตำบลประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลัก นอกเหนือจากนั้นเป็นการปลูกพืชไร่ พืชสวน และเลี้ยงสัตว์ การรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชน เป็นสิ่งที่เกษตรกรอาชีพประมงในพื้นที่ตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หันมาให้ความสำคัญ และสิ่งนี้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาเมื่อเพื่อนสมาชิกประสบ เกษตรกรประมงกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองการซื้อขายสัตว์น้ำ และลดการเกิดปัญหาในอาชีพ เม็ดเงินที่ได้จากการเกษตรจึงเป็นรายได้ที่สร้างความพึงพอใจเป็นอย่างดี ความโดดเด่นของเกษตรกรประมงกลุ่มนี้คือ การเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน อีกทั้งปลานิลที่เลี้ยงเป็นปลาไซซ์ใหญ่ ราคาต่อกิโลกรัมสูง และไม่มีกลิ่นโคลนเหมือ
ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงมาตรการของไทยในการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุโดยลดภาษีให้แก่นายจ้าง วันนี้ขอเอาเรื่องการส่งเสริมการจ้างงานในประเทศญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสฟังนายโยชิฮิโร ยามาชิตะ เจ้าหน้าที่ตัวเป็นๆ จากกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ มาคุยให้ฟังในการสัมมนาเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุที่จัดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 โดยกระทรวงแรงงานได้ร่วมกับ JICA (Japan International Cooperation Agency) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์มากสำหรับประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนประเทศไทยนานแล้ว ปัจจุบันญี่ปุ่นมีประชากร 127 ล้านคน เป็นผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนถึง 40 ล้านคน หรือร้อยละ 33 ซึ่งสูงที่สุดในโลก ถือว่าตอนนี้ญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงวัยแบบสุดสุด (Super aging society) แล้ว คือสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ จำนวนประชากรโดยรวมและประชากรวัยแรงงานเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2551 โดยในช่วง 2516-2517 อัตราการเพิ่มประชากรติดลบร้อยละ 0.2 คาดว่าในปี พ.ศ.2588 หรืออีกประมาณ 30 ปี จำนวนประ
การปลูกต้นไม้ของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง อาจมีรสนิยมต่างกันไป บางหลังเน้นไม้ดอก บางหลังเน้นไม้ผล หรือบางหลังเน้นการผสมผสานทั้งไม้ผล ไม้ดอก พืชสมุนไพร พืชสวนครัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเหมาะสม โอกาส และข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่ที่สังเกตจะพบว่าหลายหลังมักปลูกไม้ไทย ไม้หอม ไว้ประดับบ้านกันอยู่บ้าง ตลาดจำหน่ายไม้ไทย ไม้หอม อาจดูมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับไม้ดอกไม้ประดับ เหตุผลประการหนึ่งอาจเป็นเพราะลูกค้าของตลาดกลุ่มนี้มีเฉพาะในวงการที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้เท่านั้น ดังนั้น การเลือกซื้อพันธุ์ไม้ไทย ไม้หอม จึงควรต้องพิจารณาเป็นพิเศษ “โต โต้ (ชวนชม)” เป็นสวนไม้ไทย ไม้หอม ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งในย่านกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพราะสวนแห่งนี้เลือกสรรไม้ไทย ไม้หอม นานาพันธุ์ทั้งที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย หรือที่หายาก นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นจำหน่ายด้วย คุณนรินทร์ วุฒิวงศ์ เจ้าของสวนที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่ำเรียนระดับปริญญาตรี จากรั้วพ่อขุน แล้วเริ่มต้นงานด้านเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร จนมาพบกับภรรยาที่ทำงานอยู่นครปฐม เมื่อยุคที่ชวนชมโด่งดัง คุณนรินทร์มองเห็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ
ปลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเมืองน่านอีกครั้ง ตามคำเชิญของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมชมกิจการใบยาสูบ พืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวจังหวัดน่าน “ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน ไร่ยาสูบ สายพันธุ์เวอร์จิเนีย จังหวัดน่าน ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จ
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2560 ผู้ที่พำนักอาศัยในกรุงเทพฯ จะมีการจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้เป็นเม็ดเงินสะพัดราว 6,400 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.0% เทื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเฉลี่ย 3,600 บาทต่อครัวเรือน โดยเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก อย่างไรก็ตามตรุษจีษปีนี้อาจจะไม่คึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา เพราะบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับกำลังซื้อถูกกดดันจากภาระค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนท่ีปรับเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจึงยังระมัดระวังการใช้จ่ายและหันมาเก็บออมมากขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของเม็ดเงินแต๊ะเอีย/อั่งเปาท่ีปกติมีการแจกจ่ายให้กับลูกหลานรวมถึงลูกจ้างพนักงานก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน รายงานระบุด้วยว่า ปัจจุบันลูกหลานคนจีนรุ่นใหม่มีบทบาทในตลาดจะจ่ายเครื่องเซ่นไหว้มากขึ้นซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหาสินค้าที่มีความหลากหลายทั้งนี้ของคุณภาพและระดับราคารวมถึงความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและระบบการชำระเงินที่รวดเร็ว ทั้งยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายด้านประโยชน์ใช้สอยและต้องการของตนเป็นหลัก
หลายคนสงสัยว่า ว่า เยื่อไผ่ที่นำมาทำซุปเยื่อไผ่ร้อนๆ นั้น เป็นเยื่อไผ่จริงๆหรือไม่ หรือจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ เยื่อไผ่ ที่ใช้ประกอบอาหาร โดยเฉพาะต้มจืดนั้น ความจริงคือ เห็ดชนิดหนึ่ง เรียกว่า เห็ดเยื่อไผ่ เมื่อก่อนนำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบัน คนไทยสามารถเพาะหรือปลูกได้เองแล้ว โดย ดร. อานนท์ เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญ เอฟ เอ โอ ประจำประเทศภูฏาน ทั้งนี้ หมอเกษตรทองกวาว มีโอกาสไปเยี่ยมชมฟาร์มเห็ดของ ดร. อานนท์ มาหลายครั้ง ฟาร์มตั้งอยู่ใกล้กับตลาดไท สำหรับวิธีเพาะหรือปลูกมีดังนี้ เลี้ยงเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่างนึ่ง ในห้องเย็น อุณหภูมิระดับเดียวกับตู้เย็นประจำบ้าน เมื่อเส้นใยเดินเต็มแล้ว จึงเพาะลงดินที่มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกก็ตาม ยิ่งมากยิ่งดี พรางแสงด้วยซาแรนสีดำ ตัดแสง 50 เปอร์เซ็นต์ ปิดด้านข้างป้องกันลมพัดกรรโชกแรง ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ เส้นใยมีการพัฒนารูปร่างเป็นลูกบอลกลม ขนาดใกล้เคียงกับลูกเทนนิส ผิวนอกสีขาวอมเทา ภายในเป็นเมือกข้น เหนียว สีขาวขุ่น เห็ดคงรูปร่างดังกล่าวไว้อีก 1 สัปดาห์ แล้วปริแตกโดยธรรมชาติ ต่อมาแทงต้นเทียมทะลุออกจากลูกบอล สูงประมา
ฮาโวเทีย เป็นไม้อวบน้ำที่ตระกูลใกล้เคียงกับแคคตัส ซึ่งในบ้านเราตอนนี้กลุ่มนักสะสมต้นไม้มีการนำเข้ามาเพราะขยายพันธุ์จำหน่าย และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ฮาโวเทีย มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับว่านหางจระเข้ โดยปัจจุบันมีการแบ่งชนิดของฮาโวเทียออกเป็น 2 กลุ่มชนิดด้วยกัน คือ กลุ่มชนิดดั้งเดิมตามธรรมชาติ และกลุ่มลูกผสมที่เกิดจากการผสมพันธุ์ข้ามชนิด ที่สวนเอ็กซ์โซฟลอร่า ซึ่งเป็นแหล่งเพาะฮาโวเทียที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. มี คุณปฐมะ ตั้งประดิษฐ์ เป็นเจ้าของต้นฮาโวเทีย “ผมทำกระบองเพชรมาก่อน และเริ่มเข้ามาศึกษาฮาโวเทีย แล้วก็ไปทำไม้กินแมลง แล้วก็กลับมาทำฮาโวเทียอย่างจริงจัง คือจากที่สัมผัสมา คือลูกค้าต้องการไม้ที่เลี้ยงในคอนโด ในพื้นที่จำกัดได้” ลักษณะโดยทั่วไปของฮาโวเทีย ต้นจะมีขนาดเล็กกระทัดรัด ใบมีลวยลายที่สวยงามดูแปลกตา ส่วนประกอบภายในใบจะใช้เก็บสะสมน้ำและอาหาร รากอวบหนา และเมื่อต้นสมบูรณ์จะออกดอกเป็นช่อสูง การเพาะขยายพันธุ์ฮาโวเทีย สามารถทำได้ 5 วิธี คือ การเพาะเมล็ด การปาดยอด การปักชำใบ และสุดท้ายคือการแยกหน่อซึ่งเป็นวิธีที่ไ
ผู้เขียน // อนัญญา สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาจจะทำให้คนจากภายนอกไม่กล้าลงไปในพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นโอกาสการนำสินค้าออกไปถึงมือลูกค้าให้ได้สัมผัส “ของดีภาคใต้” จากหลายๆ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ออกมาให้คนต่างถิ่นได้ชื่นชมความงดงามและใช้สินค้า โดยหนึ่งในนั้นคือ “ผ้าบาติกย้อมเทียน” ฝีมือชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส ภายใต้ผลิตภัณฑ์ “บาติก เดอ นารา” (Batik de Nara) ซึ่งสวยงามถูกใจคนไทยด้วยกันเองและยังต้องตาต้องใจชาวต่างชาติอีกด้วย ขายมาขายไปกลายเป็นหน้าร้าน คุณรอวียะ หะยียามา เจ้าของร้านบาติก เดอ นารา ซึ่งพื้นเพเป็นคนปัตตานี เล่าจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า มาจากการ “ซื้อมาขายไป” โดยย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งยังทำงานประจำอยู่ในกรุงเทพฯ และทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านจะหอบหิ้วผ้าบาติก ซึ่งเป็นของในชุมชนติดไม้ติดมือเป็นของฝากให้เพื่อนๆ และเจ้านาย จนวันหนึ่งมองว่าน่าจะขายเป็นรายได้เสริม จึงจ้างชาวบ้านผลิตตามออร์เดอร์และนำไปฝากขายตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ในกรุงเทพฯ ขายดิบขายดียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนปี 2531 เธอตัดสินใจออกจากงานประจำกลับบ้านเกิด เพ
