Featured
‘ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส’ ชี้เป้าตลาดส่งออกมาแรง ตะวันออกกลาง-ลาตินอเมริกา โอกาสทอง SMEs ไทย โดยเฉพาะภาคอาหารและการเกษตร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2568 ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส และมหาวิทยาลัยมาสทริชท์ ได้พัฒนาคู่มือที่เป็นประโยชน์สำหรับ SMEs เปิดตัวไวท์เปเปอร์ “Global expansion simplified: The ultimate Guide for SMEs” เพื่อรับมือการเผชิญกับความท้าทายของการขยายตลาดในระดับนานาชาติ เนื่องจาก SMEs มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ “หนึ่งในข้อดีของการพาธุรกิจ SMEs ก้าวสู่ตลาดสากล คือการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ โดยการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนจากเดิมที่ค้าขายแค่ภายในประเทศ SMEs สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นและกระจายแหล่งรายได้ นอกจากนี้ ยังจะได้ท้าทายธุรกิจของตนให้พัฒนาให้ดีขึ้นเสมอเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้นนี้” Michiel Greeven, EVP Global Commercial, DHL Express กล่าว โอกาสสำหรับ SMEs ในประเทศไทย เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า ประเทศไทยมีที่ตั้งกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกว่า
ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ กระทบหนักธุรกิจใช้แรงงานทักษะน้อย ส่วน SMEs เสี่ยงแบกต้นทุนมากกว่ารายใหญ่ หลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อสรุปของคณะกรรมการประชุมค่าจ้างชุดใหญ่ (ไตรภาคี) ให้ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศไม่เท่ากัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 345 บาท/วัน (ปรับทั่วประเทศครั้งหลังสุด 1 ม.ค. 2567) เป็น 355 บาท/วัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.9% โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน เพียง 4 จังหวัด 1 อำเภอ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 380 บาท/วัน ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง (เชียงใหม่) และ อำเภอหาดใหญ่ (สงขลา) ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 372 บาท/วัน หรือคิดเป็นการปรับเพิ่ม 2.5% จากอัตราเดิม สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก 2% จากอัตราเดิม สำหรับ 67 จังหวัดที่เหลือ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในรอบนี้ น่
ทิวลิป เน้นนวัตกรรมรักษ์โลก คว้า “ซูเปอร์แบรนด์ไทยแลนด์” 2 ปีซ้อน แบรนด์ชุดเครื่องนอนทิวลิป คว้ารางวัล “ซูเปอร์แบรนด์ไทยแลนด์ 2567” จากเวที Superbrands Thailand 2024 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ในฐานะสุดยอดแบรนด์ชุดเครื่องนอน โดยปีนี้ทิวลิปเน้นนวัตกรรม พิมพ์ลายระบบดิจิทัล ลายสวย มีมิติ คมชัด ช่วยลดภาวะโลกร้อน ไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ ลดการใช้น้ำกว่า 50% ลดปริมาณน้ำเสีย ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตอกย้ำแบรนด์ชุดเครื่องนอนที่ครองใจผู้บริโภคยาวนานเกือบ 50 ปี ส่งออกกว่า 22 ประเทศทั่วโลก รางวัลดังกล่าว ตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้บริโภคทั่วประเทศ 15,000 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านแบรนด์และการตลาดอีกกว่า 3,000 คน ผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือก 3 ประการ ได้แก่ Brand Quality (คุณภาพของแบรนด์) Brand Affinity (ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค) และ Brand Personality (เอกลักษณ์ของแบรนด์) โดยในปีนี้ แบรนด์ชุดเครื่องนอนทิวลิป ได้รับรางวัลร่วมกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมด 26 แบรนด์ พิธีมอบรางวัลจัดไปเมื่อปลายปี 2567 คุณเอกลักษณ์ รุ่งอนันต์ชัย รองประธานบริหาร บริษัท ที แอล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำห
แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าโครงการ เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ เสริมแกร่งเกษตรกรทั่วไทย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” นำโดย นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร ร่วมด้วย นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพฯ หรือ BEDO เดินหน้าจัดโครงการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตและใช้ประโยชน์แมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์” เสริมแกร่งให้เกษตรกรไทยทุกภูมิภาคทั่วไทย เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ รวมถึงปุ๋ยจากมูล BSF และซากแมลงโปรตีนยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยงานที่ภาคกลางได้รับเกียรติจาก นายดุสิต ศิริวราศัย นายอำเภอบางปะอิน และ นายยุทธนา ก้อนทอง นายกเทศมนตรีตำบลปราสาททอง ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม มีเกษตรกรจากหลายจังหวัดทั่วไทยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ เทศบาลตำบลปราสาททอง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตและใช้ประโยชน์แมลงโปรตีน BSF โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า ปีนี้เดินสายไป 7 จังหวัด ใน 5 ภูมิภาคทั่วไทย เริ่มต้นภาคตะวันออกที่
ของขวัญปีใหม่ ผู้ประกอบการฮาลาล “เรียนแล้ว รับรองได้ ลงทุนง่าย ขายส่งออกเป็น” ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทย มีศักยภาพในการผลิตอาหารและการบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีรสชาติตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดมุสลิม ที่มีประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการตรวจการรับรองฮาลาล รวมทั้งการบริการที่ต้องมีกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลตามมติคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรม “เรียนแล้ว รับรองได้ ลงทุนง่าย ขายส่งออกเป็น” ภายใต้แนวคิด สานพลังแหล่งเงินทุน รว
ศักราชใหม่ ปัญหาเก่า เข้าไม่ถึงแหล่งทุน แนะรัฐบาล เร่ง Speed ช่วย SMEs “เข้าใจดีว่า รัฐบาลเพิ่งเข้ามาไม่กี่เดือน ซึ่งก็มีนโยบายที่ตรงใจชาว SMEs อยู่ แต่อยากให้เร่ง Speed ให้เกิดเห็นผลลัพธ์ และเกิดเป็นรูปธรรมที่มีความชัดเจนอย่างรวดเร็ว” คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ในฐานะประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เริ่มต้นบทสัมภาษณ์พิเศษ กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อ นโยบายช่วยเหลือชาว SMEs อย่างเรื่องของการพักหนี้ นับเป็นนโยบายที่มีความน่าสนใจ เพราะจะทำให้ SMEs สามารถประคองสภาพคล่องและฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ การพักหนี้ อย่างเดียว ยังไม่สามารถทำให้กลับมาแข็งแรงได้ ฉะนั้น นอกจากมีมาตรการพักฟื้นแล้ว ต้องมี “ยากระตุ้น” ที่ดี นั่นก็คือ การสร้างภูมิปัญญา องค์ความรู้ ที่จะทำให้บรรดาผู้ประกอบการมีขีดความสามารถ ปรับตัว เปลี่ยนแปลง ในการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับเรื่องของเทคโนโลยี และการแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติ ที่นับวันจะรุกเข้ามามากขึ้น “ต้องทำให้ SMEs สามารถเข้าถึงกลไกของภาครัฐในการยกระดับขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรู้เท่าทันยุคดิจิทัล การบริหารการเงิน บัญชี เพื่อไม่ให้เขาไม่กลับไปในวังวนของการ
รู้จัก ‘Taco Bell‘ แฟรนไชส์ท็อประดับโลก ต่อยอดจากร้านฮอตดอกข้างทาง ของอดีตนาวิกโยธิน สู่ 7,000 สาขา ใน 30 ประเทศ จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Entrepreneur ปรากฏว่า ‘Taco Bell’ (ทาโก้เบลล์) ถูกยกให้เป็นแฟรนไชส์ชั้นนำแห่งปี 2024 ปัจจุบันมีการเปิดสาขามากกว่า 7,000 แห่ง ใน 30 ประเทศ แต่กว่าจะเติบโตเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์เม็กซิกันระดับโลกและขยายสาขาได้มากเช่นนี้ รู้หรือไม่ Glen Bell (เกลน เบลล์) ผู้ก่อตั้งทาโก้เบลล์เริ่มต้นธุรกิจจากร้านฮอตดอกรถเข็นมาก่อน เกลน เบลล์ เกิดและเติบโตในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1923 หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมซานเบอร์นาดิโน เขาได้รับใช้ชาติในฐานะนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นในปี 1946 เขาได้ลาออกจากข้าราชการทหารและกลับไปที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ในปี 1948 เปิดร้านฮอตดอกรถเข็นที่เมืองซานเบอร์นาดิโน ชื่อว่า Bell’s Drive-In (เบลล์ ไดรฟ์อิน) ซึ่งธุรกิจนี้ให้ผลตอบรับดีมาก ไม่กี่ปีต่อจากนั้น เขาตัดสินใจขายร้านฮอตดอกและเปิดร้านรถเข็นร้านใหม่ที่มีทั้งเมนูแฮมเบอร์เกอร์และฮอตดอก อ่านข่าวที่เกี่ยว
“ชุดนักเรียนเก่าไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งถังขยะ” ไอเดียสุดเจ๋งจากแม่ๆ เปลี่ยนชุดนักเรียนเก่าเป็นกระเป๋าเป้ลดโลกร้อน หวังสร้างห้องเรียนสีเขียว พ่อบ้านแม่บ้านหลายคนที่มีลูกอยู่ในวัยเรียน อาจจะเคยคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับชุดนักเรียนเก่าๆ ที่ลูกไม่ได้ใส่แล้ว เพราะโตเกินกว่าจะใส่ได้หรือเรียนจบแล้ว บางทีชุดนักเรียนเหล่านี้ อาจส่งต่อให้น้องได้หากเป็นเพศเดียวกัน หรือเรียนโรงเรียนเดียวกัน หรือบางคนอาจจะส่งต่อให้กับเด็กๆ ที่ต้องการได้ นอกจากนี้ ยังสามารถมอบชุดเหล่านี้ให้กับ The Circular Classroom เพื่อให้พวกเขาได้นำไปรีไซเคิลเป็นอย่างอื่นได้ จากผลสำรวจพบว่า นักเรียนกว่า 70% มีชุดนักเรียนตั้งแต่ 3 ชุดขึ้นไป ซึ่ง 86% ของชุดนักเรียนเหล่านี้ ลงเอยด้วยการถูกทิ้งเป็นขยะหรือบริจาคให้กับองค์กรต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีการนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างไร เลโอนี นาการาจัน และ ซิโนเบีย ทินวาลา คุณแม่ทั้งสองที่เป็นผู้ก่อตั้ง The Circular Classroom กล่าวว่า “ชุดนักเรียนไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งที่ถังขยะ” เมื่อลูกทั้ง 2 คนของพวกเธอได้สำเร็จการศึกษาในปี 2016 และ 2022 ก็ได้ทิ้งอุปกรณ์การศึกษาที่ไม่ได้ใช้ และชุดนักเรียนเก่าจำ
สำนักวิจัย ชี้ เศรษฐกิจไทย ปี 2025 คาดเดายากเหมือน “งูเลื้อยคดไปมา” ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2025 เปรียบได้กับ งูที่ใส่เกียร์เดินหน้า เลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจ จากภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ไทย จำเป็นต้องปรับตัวและรับมือกับความท้าทาย โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การแจกเงินจากภาครัฐ และการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2025 แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก สำนักวิจัยฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 2.7% เลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจไทยปี 2025 1. การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การฟื้นตัวและขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเป็นจุดเด่น จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากตลาดยุโรปและเอเชีย โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแตะ 39.1 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 35.6 ล้านคนในปี 2024 แต่ยังต่ำกว่าจำนวน 39.9 ล้านคนในปี 2019 แ
สรุปวิธีคำนวณและรายการลดหย่อนภาษีปี 2567 มนุษย์เงินเดือน-ค้าขายออนไลน์ อย่าลืมยื่นภาษี แบบอิเล็กทรอนิกส์ ถึง 8 เม.ย. 68 แบบกระดาษ ถึง 31 มี.ค. 68 กรมสรรพากร ชวนคนไทยยื่นภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2567 ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถยื่นแบบฯ ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th และแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ซึ่งมีความสะดวกรองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และจะทำให้ผู้เสียภาษีเขาสู่กระบวนการพิจารณาคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กรณียื่นแบบฯ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถยื่นแบบฯ ผานระบบ e-filing และระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเป็นระบบที่ยกระดับการให้บริการโดยรวมระบบให้บริการทางภาษีต่างๆ ไว้ด้วยกัน ท่านสามารถยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้
