Featured
เหยื่อ “เมาไม่ขับ” วอนฉลองปีใหม่ด้วยสติ “ถ้าเมาแล้วขับ จะดับอนาคตใครหรือเปล่า” คุณคริสโตเฟอร์ เบญจกุล คือ อดีตดาราหนุ่มอนาคตไกล ที่ต้องกลายเป็นคนพิการมากว่า 20 ปี เนื่องจากถูกมอเตอร์ไซค์ “เมาแล้วขับ” มาชน ขณะที่เขาลงไปช่วยคนที่กำลังประสบอุบัติเหตุริมถนน ปัจจุบัน ทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ประจำอยู่ที่ร้าน 60 พลัส เบเกอรี่ ถนนราชวิถี ควบคู่ไปกับการขายของตามตลาดนัดและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อหารายได้เสริม คุณคริสโตเฟอร์ บอกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเองเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 25 ปี นั้นเป็นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปหมด เหมือนหน้ามือเป็นหลังมือ เรียนก็ต้องหยุด จากมีรายได้ในวงการบันเทิงก็หายหมด คนที่เคยคบกันต้องแยกทางกันไป อย่างไรก็ตาม หลังจากฟื้นตัว เขากลับไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรี และมีงานประจำทำถึง 3 ที่ แต่ทำได้ไม่นาน ก็มีเหตุต้องทยอยตกงานทั้ง 3 ที่ และแม้จะตกงานนานถึง 2 ปี เขาก็ไม่ท้อ หันมาใช้เวลาเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตตัวเองออกมาขาย พอหนังสือขายไม่หมด ก็ไปรับมาขายเอง โดยไปเปิดท้ายขายตามตลาดนัด แรกๆ มีแค่หนังสือ ต่อ
ปีใหม่ ตั้งหลักใหม่ ทุกคนทำได้ พัฒนาตนเอง สร้างความมั่นคงให้ชีวิต ปีใหม่ มักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มวางแผนและตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น บางคนเลือกพัฒนาทักษะด้านใหม่ๆ ขณะที่บางคนอาจจะอยากจะฟิตร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือวางแผนที่จะเติบโตในอาชีพการงาน ไม่ต่างจาก คุณจุมพล กฤษณวรรณ คนขับ GrabFood ที่เก็บเงินจากการขับรถส่งอาหารกว่า 3 ปีจนสามารถซื้อรถยนต์และเปลี่ยนมาขับ GrabCar เพิ่มรายได้เลี้ยงครอบครัวมีรายได้มั่นคงขึ้น การเดินทางสู่ความสำเร็จของคุณจุมพล วัย 47 ปี เริ่มต้นจากการเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคนขับแกร็บเต็มตัว ด้วยภารกิจในการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีก 4 ชีวิต คือ พ่อ แม่ ภรรยา และลูกสาว “ตอนแรกผมทำงานเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร แต่พอเจอสถานการณ์โควิด-19 บริษัทลดเงินเดือน ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงต้องหาช่องทางใหม่เพื่อสร้างรายได้เสริม เลยลองไปสมัครเป็นคนขับ GrabFood ตอนแรกทำงานส่งอาหารควบคู่กับงานเดิม ก่อนจะตัดสินใจขับแกร็บอย่างเต็มตัว เพราะมีรายได้จากแกร็บค่อนข้างดีในช่วงนั้นและสามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้” คุณจุมพล
“ระเบียบวาทะศิลป์ คือทางรอดของหลายชีวิต” คุยหลังฉาก “พ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์” ผู้ทิ้งความฝัน เพื่อครอบครัวและชาวคณะ “สอย สอย พี่น้องฟังสอย นกแตดแต้บินข้ามปลายไผ่ ผู้ใดบ่ฮู้จักระเบียบวาทะศิลป์ ผู้นั้นคือเช้ยเชย จังซี่กะว่าสอย” ต้องยอมรับว่า ในยุคนี้หาน้อยมากที่จะไม่มีใครไม่รู้จักคณะหมอลำที่มีนามว่า “ระเบียบวาทะศิลป์” ชื่อเสียงเรียงนามนี้ ยืนยงอยู่ในวงการหมอลำมานานถึง 61 ปี ตั้งแต่มีแค่ป้ายชื่อที่ใช้ในการแสดง จนมาถึงวงหมอลำที่จัดเต็มไปทั้ง แสง สี เสียง ตะวันลับขอบฟ้า เป็นเวลาที่หมอลำเริ่มทำการแสดง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสเข้าไปดูเบื้องหลังม่านหมอลำ และได้ร่วมพูดคุยกับ พ่อเอ๊ะ-ภักดี พลล้ำ บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ในปัจจุบัน หรือทายาทรุ่นที่สองของวง ได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของวงให้เราฟังว่า… ที่มาของ “ระเบียบวาทะศิลป์” หมอลำขวัญใจมหาชน ระเบียบวาทะศิลป์ ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อระเบียบ พลล้ำ และคุณแม่ดวงจันทร์ พลล้ำ สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่ไปเป็นตัวพระตัวนาง อยู่วงครูบาอาจารย์ หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ก็ขอแยกตัวมาทำเป็นวงของตัวเอง คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ก
ทั่วโลกจับตา! Squid Game 2 ทำไมประเทศไทยถึงเป็นหมุดหมายใหม่ของความเท่าเทียมทางเพศ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ในเอเชียที่มีการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างจริงจัง โดยในปีที่ผ่านมาร่างพระราชบัญญัติ “สมรสเท่าเทียม” ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยอมรับสิทธิของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นไป แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนมีสิทธิและโอกาสอย่างเท่าเทียม นี่คือสัญญาณที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ มองประเทศไทยว่าเป็นสถานที่ที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจและได้รับการยอมรับ ล่าสุดในซีรีส์ยอดนิยมของเกาหลี อย่าง “Squid Game 2 เล่นลุ้นตาย” ที่เริ่มฉายผ่านสตรีมมิงของ Netflix ไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ในเนื้อหามีตัวละครหนึ่งกล่าวถึงประเทศไทย ว่าเป็นที่ที่เขาอยากมาอยู่ เพราะที่นี่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง ซึ่งที่เกาหลีอาจจะยังไม่ค่อยยอมรับในเรื่องเพศที่สาม เท่าที่ไทย มีผู้เล่นรายหนึ่งถามกับฮยอนจูว่า “คุณคิดว่าจะเอาเงินที่ได้จากเกมนี้ไปท
2568 สารพัดปัญหารุมเร้า SMEs ไทย ไม่อยากเป็น “ดาวดับ” ต้องมี “6 ภูมิคุ้มกัน” “ปี 2568 มีธุรกิจ SMEs อยู่ในเกณฑ์ดาวดับ บ้างไหม” คือคำถามที่ตั้งขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่ คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จึงออกตัวว่า เรื่อง “ดาวดับ” ในปีหน้า น่าจะมีอยู่แน่ แต่ไม่อยากพูดถึงว่าจะเป็นธุรกิจสาขาไหน หากอยากชี้ให้เห็น 4 เรื่องสำคัญ หากเอสเอ็มอีละเลย ไม่ทำ คือถ้าไม่มี “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดี อาจริบหรี่หรือดับได้ ซึ่ง เรื่องที่ 1 คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่ปรับตัวและไม่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่มารุมเร้าในปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ถ้านิ่งเฉย ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตามสถานการณ์ของกระแสโลกได้ ก็จะทำให้ธุรกิจรายได้ลด กำไรหด และถอยอย่างแน่นอน การไม่ปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลง ของเอสเอ็มอีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องของการนำเอาดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ไม่ปรับตัวในเรื่องของการบริหารจัดการทางการเงิน ไม่ปรับตัวในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง เรื่องที่ 2 คือ ธุรกิจที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ESG คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม สังคม
ปี 2024 “ยุคทองของอินฟลูฯ” ผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ขาดไม่ได้ คำว่า “ยุคทองของอินฟลูเอนเซอร์” อาจจะดูกล่าวเกินจริงไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2024 นี้ อาชีพอินฟลูเอนเซอร์เป็นอาชีพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจ เพราะเปรียบเสมือนกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้อย่างเข้าถึงง่ายและตรงไปตรงมา เรียกได้ว่า เป็นอาชีพที่น่าจับตามอง เหตุใดอินฟลูเอนเซอร์ถึงเป็นอาชีพที่มาแรง สำหรับการเข้ามามีบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ อาจเล่าย้อนได้ว่า การระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่ผู้คนยากลำบาก แต่สถานการณ์นั้นกลับกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ผู้คนหันมาใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเป็นทางรอด ดังนั้น การเป็นอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และสร้างรายได้ที่เห็นได้ชัด นอกจากเรื่องของโรคระบาดที่เข้ามาเป็นตัวเร่งแล้วนั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ ที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์เข้ามาโปรโมต เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีอิทธิพลเพื่อดึงดูดความสนใจให้กับผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ
ธุรกิจสื่อ ปี 2567 โฆษณาลด รายได้หาย หลายองค์กรปรับโครงสร้างด้วยการเลิกจ้าง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดรายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2567 ว่า ตลอดปี 2567 ที่กำลังจะผ่านไป สื่อมวลชนยังคงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคสื่อเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นประเด็นที่ท้าทายต่อการทำงานของสื่อมวลชนทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือของข่าว และการปรับตัวจากผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวในภาพรวม อาจส่งผลกระทบต่อสื่อมวลชนใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. ปัญหาการละเมิดสิทธิและเสรีภาพสื่อมวลชน 1.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง เข้าจับกุม นายณัฐพล เมฆโสภณ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไท และนายณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์ ช่างภาพอิสระ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2567 ตามหมายจับของศาล ข้อหาสนับสนุนให้มีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน และ พ.ร.บ.การรักษาความสะอาด จากการไปรายงานข่าวและถ่ายภาพบุคคลที่กำลังพ่นสีเขียนข้อความที่กำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดารา
ต้นทุนชีวิต ไม่เท่ากัน “ความพยายาม” และ “ปัญญา” คือ ทางรอด อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของคนขับแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจแกร่ง “กันตา อกนิษฐ์อปราชัย” หรือ คุณเปิ้ล วัย 51 ปี อดีตพนักงานต้อนรับภาคพื้นดินของสายการบิน ที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาเพื่อดูแลลูกสาว 2 คน จนเมื่อปี 2015 ธุรกิจของสามีเธอประสบปัญหา นำมาสู่ความเครียดที่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว จนทำให้เธอต้องยืนหยัดเพียงลำพังเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนด้วยตนเอง “วันแรกที่มาขับ GrabCar เปิ้ลมีเงินอยู่ในกระเป๋าแค่ 200 บาท จำได้ว่าวันแรกได้เงินกลับหลักพัน รู้สึกดีใจมาก และจุดไฟแห่งความหวังให้กับเรา จนขับมาได้ประมาณ 4 ปี สามารถผ่อนรถจนหมด มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญคือ สามารถจัดสรรเวลาทำงานได้ด้วยตัวเอง ทำให้ดูแลลูกๆ ได้อย่างเต็มที่” ด้วยความที่มีใจรักในงานบริการและมีความสามารถด้านภาษา คุณเปิ้ลจึงมีความมั่นใจที่จะให้บริการผ่านแกร็บอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแกร็บเปิดให้บริการ GrabCar Luxe คุณเปิ้ลจึงได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการขายรถคันเดิม พร้อมนำ
TikTok สรุปเทรนด์ปี 67 แบรนด์ไทยทุบยอดขายปัง! Atipashop ไลฟ์ขายเสื้อผ้าวันเดียวยอดพุ่ง 5 ล้านบาท TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก สรุปเทรนด์ยอดนิยมที่เป็นกระแสไวรัลในปี 2567 หรือ Year on TikTok 2024 ในด้านของแบรนด์และธุรกิจ ปีนี้เราได้เห็นผู้ประกอบการพลิกโฉมการทำอีคอมเมิร์ซด้วย TikTok Shop เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์ที่สามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างโดดเด่น พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับการทำธุรกรรมซื้อขายเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ตัวอย่างความสำเร็จในปี 2567 ได้แก่ แบรนด์ Mizumi @mizumi_official ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจรของ TikTok พร้อมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง UV Jelly Aqua Fresh Sunscreen ในแคมเปญ 7.7 ประสบความสำเร็จด้วยยอดสั่งซื้อกว่า 10,000 ออร์เดอร์ภายในเวลาเพียง 3 วัน มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับแคมเปญ 6.6 ภายใต้งบประมาณที่ใช้เท่าเดิม แบรนด์ Gala Camille @gala.camille หนึ่งในผู้บุกเบิกการเปิดตัวลิปสติกสี “ลิ้นกระต่าย” ที่เป็นกระแสไวรัล ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเครื่องสำอางที่แข่งขัน
“ใช้เวลาแต่งไม่นาน แต่เป็นบำนาญได้ตลอดไป 30 ปีที่ผ่านมา เพลงนี้เพลงเดียวทำรายได้สะสม 3,500 ล้านบาท” มารายห์ แครี ‘ราชินีแห่งคริสต์มาส’ ตำนานเพลงฮิตตลอดกาล 30 ปี “All I Want for Christmas Is You” เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส หลายคนอาจจะนึกถึง ‘ต้นคริสต์มาส’ ‘ซานตาคลอส’ หรือกลิ่นอายแห่งความสุข ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย นั่นคือ ‘เสียงเพลง’ ที่นำมาสร้างความอบอุ่นและความใจฟูให้กับฤดูกาลแห่งความสุขนี้ และคงไม่มีเพลงไหนที่ดังพลุแตก จนเป็นที่จดจำไปทั่วโลกเท่ากับเพลง “All I Want for Christmas Is You” ของ Mariah Carey (มารายห์ แครี) ตัวแม่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งคริสต์มาส” ที่สร้างสรรค์เพลงนี้ให้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ ‘วันคริสต์มาส’ ตลอดกาล เพลงฮิตช่วงเทศกาลคริสต์มาส “All I Want for Christmas Is You” เป็นบทเพลงที่ มารายห์ แครี ร่วมแต่งและโปรดิวซ์กับ Walter Afanasieff (วอลเตอร์ อฟานาซีฟ) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 จวบจนตอนนี้ก็ประมาณ 30 ปีแล้ว เธอบอกว่าเพลงนี้แต่งได้เร็วมาก เพราะแต่งง่ายกว่าเพลงอื่นๆ ไม่ต้องเปลี่ยนคอร์ดมาก และมีการทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้
