Featured
เริ่มวันนี้! ก๊าซหุงต้ม ปรับขึ้น กก.ละ 1 บาท ถัง 15 กก. ขึ้นราคาเป็น 423 บาท วันที่ 1 มีนาคม 2566 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว วันนี้เป็นวันแรกที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มขึ้นอีก 1 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มขนาด 15 กก. จะปรับราคาจาก 408 บาท ขึ้นเป็น 423 บาทต่อถัง โดยให้มีผลตั้งแต่ 1-31 มีนาคม 2566 เป็นผลจากราคาก๊าซแอลพีจีตลาดโลกผันผวน จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย และความต้องการใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจีโลก โดยราคาแอลพีจีตลาดโลกปัจจุบันคิดเป็นราคาไทยล่าสุดสูงถึง 543 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งให้ภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญชีแอลพีจี ปัจจุบันติดลบเพิ่มต่อเนื่อง 26 กุมภาพันธ์ 2566 อยู่ที่ 46,095 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก – 19 กุมภาพันธ์ 2566 ติดลบ 45,881 ล้านบาท – 12 กุมภาพันธ์ 2566 ติดลบ 45,715 ล้านบาท – 5 กุมภาพันธ์ ติดลบ 45,513 ล้านบาท ขณะที่เพดานการติดลบของแอลพีจีอยู่ที่ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพบัญชีแอลพีจีด้วยการขึ้นราคาตามกลไกตลาดโลก ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กบง. ได้มีการปรับแอลพีจีข
เปิดอบรม หลักสูตร นวดไร้ระบม ทำเงินดีกว่านวดทั่วไป ลูกค้าต้องการเพียบ ข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีพิธีลงนามความร่วมมือ เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ : Wellness Tourism ระหว่าง คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กับ สถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD) โดย คุณสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วย รมว.กระทรวงแรงงาน ประธานในพิธี กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพเป็นองค์รวม ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพรไทย ที่ทรงคุณค่า จนโหวตให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะผลิตบุคลากรด้านดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ด้าน คุณมงคล ศริวัฒน์ เจ้าของศาสตร์มงคลไทย เทอราปี (Mongkol Thai Therapy) กล่าวว่า ตนได้ศึกษาและวิจัยงานนวัตกรรมนวดไทยมากว่า 20 ปี และเป็นผู้พัฒนาและคิดค้น “ศาสตร์มงคลไทย เทอราปี” หรือที่เรียกกันโดยศัพท์ชาวบ้านว่า “นวดไร้ระบม” ซึ่งเป็นการนวดที่พัฒนาขึ้นมาใหม่จากการบูรณาการระหว่าง ศาสตร์นวดจับเส้นของไทย กับการใช้พล
เนื้อย่างคลุกฝุ่น ร้านของเชฟวัย 12 ที่อยากซัพพอร์ตเกษตรกรไทย ออกบูธเมื่อไหร่ ปิ้งไม่พักวันละ 10-15 กิโล หากยังจำเรื่องราวของ ฟิจิ-กฤตภาส ศิริพงศ์ปรีดา หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ได้ ก่อนหน้านี้ได้เปิดร้านเนื้อแคมป์ไฟ สาขาแรกสุขุมวิท 23 จนประสบความสำเร็จ และเปิดสาขา 2 ปรีดี พนมยงค์ 26 เป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันในวัย 12 ขวบ ฟิจิยังมุ่งมั่นทำอาหาร โดยแตกไลน์แบรนด์น้องใหม่ ขายเนื้อย่าง “แคมป์ไฟ” ควบคู่ไปกับการเรียน ซึ่งทำได้ดีทั้ง 2 อย่าง ทั้งหมดนี้จะสำเร็จไม่ได้ หากไม่มีครอบครัวแสนอบอุ่นคอยสนับสนุน จุดเด่นของร้านแคมป์ไฟ คือการนำเสนอเมนูเด็ดแบบเสียบไม้ ทั้งไก่ย่าง หมูย่าง และเด็ดสุดคือ เนื้อย่าง สุดฉ่ำ ที่คัดสรรเนื้อพรีเมียมจากเกษตรกรไทย เพราะตั้งใจอยากสนับสนุนคนไทยด้วยกัน เมื่อนำมาย่างร้อนๆ ทานคู่กับ จิ้มแจ่ว พริกเกลือ หรือ คลุกฝุ่น ยิ่งอร่อยเด็ด คุณพ่อหนุ่ม-มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า สโลแกนของแคมป์ไฟคือ The Avenger of Thai Beef คัดสรรเนื้อโคขุนพรีเมียมจากเกษตรกรไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP และฮาลาล การันตีได้ว่าเป็นเนื้อคุณภา
หวานมันทะลุกระบอก จากแผงงานวัด สู่ ข้าวหลามอินเตอร์ รายได้หลักล้านต่อเดือน จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ตั้งแผงขายข้าวหลามตามงานวัด วันนี้ ร้านข้าวหลามเจ๊สองพี่น้อง กลายเป็นข้าวหลามเงินล้านได้สำเร็จ เพราะได้ความร่วมมือร่วมใจของทายาทช่วยกันสานต่อ ถึงวันนี้อยู่ในการดูแลของทายาทรุ่น 3 คุณพรชนก เหลืองรุ่งทรัพย์ หรือ กุ๊ก วัย 29 ปี เจ้าของร้านข้าวหลามเจ๊สองพี่น้อง เล่าให้ฟังว่า เข้ามารับช่วงดูแลธุรกิจต่อจากคุณแม่ซึ่งขายข้าวหลามในตลาดสี่มุมเมืองมานานกว่า 20 ปี โดยธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณตาคุณยาย ที่เมื่อก่อนนั้น ตั้งแผงขายข้าวหลามตามงานวัด “ครอบครัวขายข้าวหลามมาตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย แต่เป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ สมัยนั้นคุณตาคุณยายจะไปตั้งแผงขายตามงานวัด จากขายได้วันละไม่กี่กระบอกก็เริ่มขายดีขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจจึงค่อยๆ เติบโต” เมื่อธุรกิจเจริญรุ่งเรืองถึงคราวต้องหาลู่ทางขยับขยาย ทายาทรุ่น 3 เล่าต่อว่า ทางบ้านได้เริ่มมองหาทำเลเพื่อขยับขยายกิจการ โดยมีโอกาสมาเปิดร้านที่ตลาดสี่มุมเมือง จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ในวันนั้นจึงได้กลายมาเป็นธุรกิจที่สร้างอาชีพและรายได้มั่นคงให้กับครอบครัว จนปร
ถอดรหัสมุมคิด 3 ผู้นำ สุดเจ๋ง พาองค์กรฝ่าอุปสรรคโลกธุรกิจ ต้องใช้ทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป์ ในโลกธุรกิจปัจจุบัน “การปรับตัว” ขององค์กร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรคือ “Leadership” หรือ “ผู้นำ” ที่เปรียบได้เสมือน “โค้ช” คอยชี้แนะแนวทางการทำงาน และกำหนดกลยุทธ์เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย โดยมุมมองและแนวคิดของผู้นำองค์กร 3 ท่าน ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายของผู้นำในโลกธุรกิจปี 2023 ผ่านเวทีเสวนาหัวข้อ “Leadership In 2023 Business World” จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) ยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่ว่า “การมีผู้นำที่ดี จะนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านได้ทุกอุปสรรค” เริ่มจากเภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ สมูธอี และ เดนทิสเต้ ที่ดังไกลในต่างประเทศ เชื่อมั่นว่า ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตนั้น Leadership มีความสำคัญมาก โดยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผมมองว่าเรื่องของการบริหารคนภายในก็เหม
จากเมนูกระแส สู่อาชีพหลัก! อดีตเซลส์ ขายชีสบอร์ดออนไลน์ ต่อยอดสู่ ชีสคัพ สร้างรายได้รวมหลักแสนต่อเดือน จากพนักงานเงินเดือนประจำ วันหนึ่งต้องลาออกด้วยเหตุจำเป็นมาขายแค็กตัส แต่รายได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร จนได้เห็นกระแสฮิตของ ชีสบอร์ด หรือ Charcuterie คุณแบ๊งค์-ทวีศักดิ์ ฮวดวิเศษ จึงลองซื้อวัตถุดิบมาทำกิน พร้อมทำขาย โดยตั้งชื่อร้านว่า “ฉันท์ชีส” เพียงแค่วันแรกสามารถทำยอดขายได้เกือบหมื่นบาท ความโดดเด่นของ ฉันท์ชีส คือรูปแบบการขายที่แตกต่าง โดยทำชีสคัพ เพื่อตอบโจทย์สำหรับคนเริ่มต้นทาน ในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง ชุดละ 100 บาท อีกทั้ง ชีสบอร์ดแบบจัดเซตหากขาดผลไม้ 4 อย่างไป คุณแบ๊งค์จะไม่เปิดรับออร์เดอร์เด็ดขาด และเชื่อไหมว่า แม้จะเปิดร้านอยู่บางแสน แต่ลูกค้าสั่งออนไลน์กลุ่มหลักคือ คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเริ่มต้นของ ฉันท์ชีส เป็นมาอย่างไร สามารถติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้ จากกระแสฮิต สู่การขาย วันแรกได้เงินหลักหมื่น คุณแบ๊งค์ วัย 28 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นเซลส์ขายเครื่องมือช่าง และทำงานกราฟิกควบคู่กัน กระทั่งกลางปี 2021 บริษัทเกิดปัญหาจึงสมัครใจลาออก จากนั้นได้หันม
ย้อนรอย กรณีศึกษา “ทรงอย่างแบด” การตลาดที่ผิดพลาด แต่ดัน ดังเปรี้ยงปร้าง อย่างคาดไม่ถึง กระแสส่งท้ายปี 2565 ต่อเนื่องถึงรับปี 2566 ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง คือ เพลง “ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย” ที่วงร็อกชื่อ Paper Planes ได้รับความนิยมจนเป็นที่กล่าวขวัญสนั่นประเทศ คงเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่ทางวงคาดหมาย คือ “วัยรุ่น” จะนิยมเพลงนี้ ทว่าความผิดคาดจนโลกไทยแลนด์ต้องตะลึงกันทั้งประเทศ เพราะแฟนคลับที่คลั่งไคล้ กลับกลายเป็น “วัยรุ่นฟันน้ำนม” เด็กอนุบาล เด็กประถมต้น คลั่งไคล้เพลงนี้มาก จนได้รับการขนานนามว่า เป็นเพลงชาติของวัยรุ่นฟันน้ำนม นักร้องของวงนี้ ยังถึงขั้น “งง” ไม่เพียงนักร้อง ที่หวังจะครองใจวัยรุ่นทีนเอจ รู้สึกงงกับความ “พลาด” ที่ไฉนกลายไปเป็นครองใจวัยรุ่นฟันน้ำนม แต่คนในอีกหลายวงการ ก็มีคำถาม และพยายามวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา นักภาษาศาสตร์ออกมาวิเคราะห์ให้ฟังว่า เนื้อเพลงนี้ จำได้ง่าย และมีสัมผัสที่ง่ายต่อการจดจำ มีลักษณะเป็นรูปแบบที่สมองของมนุษย์สามารถคาดเดาคำร้องท่อนถัดไปได้ง่าย นักภาษาศาสตร์บางท่านให้ความเห็นว่า ลักษณะของเพลง ทั้งเนื้อ และท่วงทำนอง มีความคล้ายคลึงก
ดีเดย์! เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ผู้ลงทะเบียนใหม่ ต้องทำอย่างไร เช็กขั้นตอนได้ที่นี่ เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ได้เปิดให้ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมโครงการ ซึ่งยังไม่เคยร่วมโครงการในเฟสที่ 1-4 หรือผู้ร่วมโครงการรายใหม่ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ โดยระบบจะเปิดตั้งแต่ 06.00-21.00 น. โดยโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ให้สิทธิแก่ประชาชนในการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ 1. สนับสนุนค่าที่พัก 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) สูงสุด 5 ห้อง 2. คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว (e-voucher) 600 บาท/วัน 3. กำหนดจำนวนสิทธิเข้าโรงแรม ที่พักจำนวนห้องพัก 560,000 สิทธิ/ห้อง 4. 1 คน สามารถใช้สิทธิได้สูงสุด 5 สิทธิ 5. จำนวนสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ จะไม่นับรวมกับสิทธิที่เคยได้รับในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 โดยผู้ประสงค์ ลงทะเบียนใหม่ สามารถเช็กขั้นตอนการลงทะเบียนได้ ดังนี้ 1. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป 2. ลงทะเบียนร่วมโครงการที่เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com 3. ทำได้ทั้งผู้ใช้สิทธิรายใหม่ และผู้ใช้สิทธิรายเดิมที่เค
เพื่อแม่ ย้อยหย่อย สู้ไม่ถอย กลายเป็นร้านน้ำแข็งไสสุดชิก คนแห่เช็กอิน ประสบการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตมีผลอย่างมากต่อทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด และวิถีชีวิตของแต่ละคน เช่นเดียวกับ คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” ร้านเล็กๆ แต่คับด้วยคุณภาพ ที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ณ เวลานี้ คุณออม เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันที่จะเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่ด้วยความที่คุณออม ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) เพราะการเรียนทำอาหารจะช่วยให้มีลู่ทางในการทำมาค้าขายและมีความเป็น “วิชาชีพ” ที่จับต้องได้มากกว่าการเรียนภาษา ระหว่างเรียน เธอได้มีโอกาสทำกิจกรรมมากมายถึงขั้นเป็นประธานชมรม จน
จ๊อบเสริม พนักงานออฟฟิศ เทียนหอมซ่อนข้อความ กำไร 20,000 ทุกเดือน เพราะความช่างสังเกต และอยากหาจ๊อบเสริม ทำให้ คุณแอม-ศศิธร วชิรรัตนวงศ์ กับ พี่สะใภ้ ร่วมกันทำแบรนด์ Nicemoon ร้านเทียนหอม ซ่อนข้อความ ที่ได้ครอบครัวช่วยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง ในเดือนแรกสามารถขายได้ 5,000 บาท มีกำไรเข้ากระเป๋าครึ่งๆ 2,500 บาท ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ยอดขายเติบโต มีกำไรทุกเดือน เดือนละ 20,000 บาท และร้าน Nicemoon ไม่ได้มีแค่เทียนหอมไขข้าวหอมมะลิเท่านั้น ยังมี ก้านไม้หอม ที่กลิ่มหอม มากๆ จน ว่านไฉน และ อาย กมลเนตร สองคนบันเทิงชื่อดัง สั่งไปเป็นของชำร่วยวันแต่งงาน คุณแอม วัย 26 ปี แชร์เรื่องราวให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า แม้เธอจะทำงานประจำเป็น Editor ส่วนพี่สะใภ้เป็น Graphics Design แต่ก็อยากหาจ๊อบเสริมทำ คิดไปคิดมา สุดท้ายตกผลึกที่การขายเทียนหอม “เราสังเกตว่าพี่ที่ออฟฟิศชอบจุดเทียนหอม งั้นลองทำมาขายให้พี่ๆ ดีกว่า ใช้เซนส์ตัวเองผสมกลิ่นตามชอบเลยค่ะ เดือนแรก ขายได้ 5,000 กำไร 2,500 บาท แต่ขายให้คนใกล้ตัวไม่จีรัง เลยนำไปโพสต์ขายในกลุ่มมาร์เก็ตเพลส ทำให้ร้านเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ซาลง จนพี่ที่ออ
