Featured
เรื่องราวของ นักธุรกิจชาวเบลเยียมผู้หลงใหลในของหวาน และมีความตั้งใจอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสช็อกโกแลตพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เขาตัดสินใจเปิดโรงงานในไทย เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เพื่อผลิต ช็อกโกซิตี้ (Chococity) ภายใต้ บริษัท แกลโลไทย จำกัด จอห์น หลุยส์ เล่าว่า ตั้งแต่เปิดโรงงานในประเทศไทยเมื่อปี 2001 เขาพบว่า คนไทยมีรสนิยมและวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างจากชาวยุโรป คนเบลเยียมกินช็อกโกแลตเฉลี่ยคนละ 800 กรัมต่อปี แต่คนไทยกินเพียง 100 กรัมต่อปี อีกทั้งคนไทยยังชอบรสชาติที่ทานง่าย และชอบอะไรใหม่ๆ ที่สนุก “ตลาดช็อกโกแลตไทย” จึงท้าทายกว่าที่คิด จากโรงงานเล็กๆ โปรโมตแบรนด์ด้วยการออกบูธตามงานแฟร์ วางขายตามโรงแรม และสนามบิน ช็อกโกซิตี้ ค่อยๆ เติบโตจากช็อกโกแลตพรีเมียม จนได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อได้ร่วมงานกับ เซเว่น อีเลฟเว่น เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาได้มีโอกาสเจอทีมเซเว่นฯ และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเซเว่นฯ ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะทีมมีความเข้าใจตลาดผู้บริโภคไทยมากๆ ทีมเซเว่นฯ เข้ามาร่วมให้คำแนะนำ ช่วยคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ปรับสูตร ออกแบบรสชาติและแพ็กเกจจิ้งที่ตรงใจ จากความร่วมมือกับเซเว่นฯ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับสถาบัน Change Fusion ประกาศผล 3 ผู้ชนะกิจการเพื่อสังคม ในโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) ปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด “จุดไฟ โตไปพร้อมกัน” ได้แก่ “Seeds Journey” จาก NGO สู่ SE ที่สืบสานอัตลักษณ์อาหารของชาติพันธุ์ “ไม้เมืองเลย” สร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้พิการจากการจ้างผลิต ‘อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้พิการจากงานไม้’ และการขยายตลาดสู่ภาครัฐ “แสนบุญฟาร์ม” สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านด้วยไลน์สินค้า ‘เปปเปอร์มินต์’ คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาบ้านปู และ Change Fusion ได้เห็นไฟที่เกิดขึ้นของผู้เข้าร่วมโครงการฯ 3 ทีมที่ชนะในปีนี้ Seeds Journey, ไม้เมืองเลย และ แสนบุญฟาร์ม ได้แสดงถึงแรงขับเคลื่อนธุรกิจ การเรียนรู้จากโครงการฯ และมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ภายใน 3 เดือน ได้เห็นผลสำเร็จในเชิงธุรกิจและสังคมได้อย่างชัดเจน และมุ่งหวังว่าทั้ง 3 กิจการจะต่อยอดความสำเร็จเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนแนวคิด “Plant-Rich Diet” หรือ “การกินที่เน้นพืชเป็นหลัก” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้แนวทางการบริโภคอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition : Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ภายใต้แนวทาง BCG Economy และ Soft Power ด้านอาหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน Plant-Rich Diet คือ รูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด และผลิตภัณฑ์จากพืช โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่ลดสัดส่วนลง และเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชให้หลากหลายขึ้น เช่น เต้าหู้ ผำ เทมเป้ หรือผลิตภัณฑ์ Plant-Based ต่างๆ โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Flexitarian Diet, Mediterranean Diet หรือ DASH Diet (
ในยุคที่โลกแฟชั่นหมุนเร็ว “ตลาดปัฐวิกรณ์” กลับเลือกเดินช้ากว่ากระแส ที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาดมือสอง แต่เป็นสนามแห่งความทรงจำ เวทีฝึกมือของการเริ่มต้นธุรกิจ และเป็นอาณาจักรของสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร กลางมหานครที่เต็มไปด้วยห้างหรูและกระแสแฟชั่นหมุนเร็วราวพายุ ยังมีที่หนึ่งซึ่งเวลาเดินช้ากว่าที่ใด ที่ซึ่งกลิ่นแดดอุ่นยังจับอยู่บนกองผ้าขนาดมหึมา ที่ซึ่งเสียงแม่ค้าทักทายลูกค้าประจำแว่วมาจากปลายแผง และที่ซึ่งของเก่าที่เคยถูกมองข้ามกลับมีลมหายใจอีกครั้ง ตลาดปัฐวิกรณ์ ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของนักล่าของเก่าหรือแหล่งรวมแฟชั่นราคาย่อมเยา หากแต่เป็นสนามแห่งเรื่องเล่าที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าทุกตัว ของตกแต่งทุกชิ้น และน้ำเสียงของแม่ค้าทุกคน จากตลาดแบกะดิน สมัยเมื่อราว 3 ทศวรรษก่อน ที่เด็กมหาวิทยาลัยและพ่อค้าแม่ค้านำของใช้เก่ามาปูเสื่อขายกันในค่าที่วันละ 20 บาท สินค้าราคาหลักสิบบาท ไปจนถึงของหลุดจำนำ เหรียญโบราณ ชิ้นส่วนรถ เครื่องมือช่าง หรือแม้แต่หนังสือที่ไม่มีในห้องสมุด ตลาดปัฐวิกรณ์ จึงไม่เคยเป็นแค่พื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้า แต่คือพื้นที่ที่คนบางกลุ่มได้ฝึกฝนการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นละทิ้ง คุณเจี๊ยบ-อรุณี ถาว
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เมื่อก่อนจะค้าจะขาย เราบอกว่า “ต้องตามใจลูกค้า” เพราะ “ลูกค้า คือ พระเจ้า” แต่ตอนนี้ คนที่ค้าขายออนไลน์ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ว่า “AI คือ พระเจ้า” เพราะโอกาสการเข้าถึงลูกค้า มาจากการสนับสนุนของ AI เป็นสำคัญ ตั้งแต่ต้นปีมาจนเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ปีนี้ถือว่าโลกได้เผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระดับ คือ การที่ AI กลายมาเป็นผู้มีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ซึ่งกระทบทั้งด้านดี และด้านร้าย ให้มนุษยชาติต้องปรับตัวกันอีกมโหฬารแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบสื่อสารไร้สายกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา การตลาด การค้าขาย ก็มีหลายธุรกิจ เลือกเอาช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการขายหลัก แน่นอนว่า “โอกาส” มักมาพร้อม “ความเสี่ยง” ด้วยเสมอ ก่อนหน้าคนค้าขายออนไลน์ ต้องพยายามทำความเข้าใจ “อัลกอรึทึม” หรือวิธีประมวลผลของระบบ เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทำได้ดีขึ้น ซึ่งลักษณะของอัลกอรึทึม เป็นชุดความคิดพื้นฐานในการประมวลผล ที่ชุดคำสั่งเหมือนกัน คำตอบก็เหมือนกัน คนค้าขายสินค้าก็พยายามเอาชนะ ส่วนคนคิดระบบ ก็ต้องการเอาชนะเช่นกัน เพราะค้าขายระบบ ย่อมต้องการเงินจากการใช้งานระบบ การพัฒนาไปสู่ AI ที่ใช้อัลกอรึ
ปัจจุบันการทำกราฟิกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีแพลตฟอร์ม Canva ที่ทำให้การทำอาร์ตเวิร์กเป็นเรื่องง่าย โดยภายใน Canva จะมี Template สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานหลายประเภท อาทิ การทำ Presentation, Logo, Poster ฯลฯ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนฟรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตร “สื่อสวย ด้วยมือเรา เริ่มต้นที่ Canva” เป็นการสอนใช้โปรแกรม Canva ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบงานสำหรับโพสต์ลงสื่อโซเชียล การทำโปสเตอร์ การสร้าง Mockups รวมถึงสอนทำ AI ใน Canva ฯลฯ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป สามาเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมทักษะไอทีและความคิดสร้างสรรค์อย่างมืออาชีพ เมื่อจบคอร์สจะได้รับ “ใบประกาศนียบัตร (Certificate)” หลังทำแบบทดสอบ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้พื้นฐานทางด้านการใช้โปรแกรม Canva 2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีทักษะในการนำคำสั่งพื้นฐานไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคต 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปต่อยอดในการสอบเพื่อรับใบประกาศนียบัตรทางด้านไอที เนื้อหารายวิชา
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อธิบดีกรมศิลปากร และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ กล่าวภายหลังว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ดังนี้ 1. แผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานดำเนินการ ดำเนินงานออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง รวมทั้งงานออกแบบภูมิทัศน์และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินงานออกแบบอาคารพระเมรุมาศและอาคารประกอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569 และจะดำเนินการก่อสร้างแล้
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Sentiment Study (ACSS) ประจำปี 2568 ที่จัดทำร่วมกับบริษัท Boston Consulting Group นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจว่า ผู้บริโภคไทยพยายามรักษาสมดุลระหว่างความมั่นใจต่อเศรษฐกิจกับการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และเริ่มเห็นว่าหลายคนหันมาใช้เงินกับเรื่องพัฒนาตัวเองและดูแลสุขภาพมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนอยากใช้ชีวิตให้มีความสุขในวันนี้ พร้อมเตรียมตัวสำหรับวันข้างหน้าไปด้วย นายจอห์น วากเนอร์ กรรมการผู้จัดการ และพาร์ทเนอร์ บีซีจี ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ และเริ่มกังวลกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคก็ยังสามารถปรับตัวได้ โดยเลือกใช้จ่ายให้เหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตต่อไป พร้อมกับสร้างความท้าทายใหม่ที่ทั้งผู้บริโภคและภาครัฐต้องร่วมกันรับมือ คนไทยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาและคุณภาพชีวิตมากขึ้น นอกเหนือจากค่าใ
จากพนักงานธนาคาร สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “ปังก้อนทอง” สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน หากพูดถึงขนมปังปิ้งที่มีราคาไม่แพงมาก หาซื้อกินได้ง่าย ชื่อ “ปังก้อนทอง” ต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ขายในราคาที่ถูก ชิ้นละ 25 บาท และรสชาติอร่อย อีกทั้งยังต่อยอดมาขายแฟรนไชส์จนทำรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ล้านกว่าบาท คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ได้เปิดเผยเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของคุณกอล์ฟ เดิมทีเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มาทำอีกหลายอาชีพ และสุดท้ายผันตัวมาทำเบเกอรี่ และต่อยอดมาเป็นร้านปังก้อนทอง “กว่าคนที่จะซื้อเค้กก่อนหนึ่งได้ มันนาน หากเราเปลี่ยนเค้กเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใกล้เคียงกัน และคนสามารถบริโภคได้ทุกวัน ขนมปังสังขยาเลยผุดขึ้นมาในหัว แต่ว่าเราจะทำขนมปังสังขยาอย่างไรให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น” คุณกอล์ฟ เล่า จากนั้นเขาจึงเริ่มมีการลองผิดลองถูก นำขนมปังมาสอดไส้ต่างๆ และนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ จนเกิด
ย้อนไปกว่า 70 ปีจากร้านยาเล็กๆ ของครอบครัวจีนจากโพ้นทะเล “อั้งง่วนเฮง” มีการส่งต่อจากรุ่นอากง จนมาถึงวันนี้ ในแบรนด์ “สุภาพโอสถ” ธุรกิจของพวกเขา สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยาของไทยได้อย่างสง่างาม “หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2497 อากงและพี่น้องตระกูลแดงประเสริฐ ที่อพยพมาจากจีน เริ่มต้นจากธุรกิจเรือค้าข้าว ก่อนตัดสินใจหันมาปักหลักสร้างร้านขายยา ประกอบกิจการนำเข้ายาจากอังกฤษและญี่ปุ่นมาตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยยุคนั้น และถือเป็นหนึ่งในร้านยาที่มีชื่อเสียงพอสมควร” คุณพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ เมื่อธุรกิจขยายตัว ร้านขายยากลายเป็นกิจการค้าส่ง และต่อยอดสู่การตั้งโรงงานผลิตยาเอง ในช่วงปี พ.ศ. 2500 อุตสาหกรรมยาไทยเริ่มก่อตัว “สุภาพโอสถ” จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญ ก่อนที่พี่น้องตระกูลแดงประเสริฐจะแยกย้ายไปสร้างโรงงานของตัวเอง คุณพิษณุ เผยต่อว่า การทำธุรกิจในแบบครอบครัวของเขา ทำการตลาด Below the line ไม่เน้นการตล
