Featured การเงิน และการตลาด

ค้าขายออนไลน์ เมื่อก่อนต้อง “ตามใจลูกค้า” แต่ตอนนี้ “ต้องตามใจ AI”

เรื่องโดย พลชัย  เพชรปลอด

เมื่อก่อนจะค้าจะขาย เราบอกว่า “ต้องตามใจลูกค้า” เพราะ “ลูกค้า คือ พระเจ้า”

แต่ตอนนี้ คนที่ค้าขายออนไลน์ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ว่า “AI คือ พระเจ้า” เพราะโอกาสการเข้าถึงลูกค้า มาจากการสนับสนุนของ AI เป็นสำคัญ

ตั้งแต่ต้นปีมาจนเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ปีนี้ถือว่าโลกได้เผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระดับ คือ การที่ AI กลายมาเป็นผู้มีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ซึ่งกระทบทั้งด้านดี และด้านร้าย ให้มนุษยชาติต้องปรับตัวกันอีกมโหฬารแทบทุกด้าน

นับตั้งแต่ระบบสื่อสารไร้สายกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา การตลาด การค้าขาย ก็มีหลายธุรกิจ เลือกเอาช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการขายหลัก แน่นอนว่า “โอกาส” มักมาพร้อม “ความเสี่ยง” ด้วยเสมอ

ก่อนหน้าคนค้าขายออนไลน์ ต้องพยายามทำความเข้าใจ “อัลกอรึทึม” หรือวิธีประมวลผลของระบบ เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทำได้ดีขึ้น ซึ่งลักษณะของอัลกอรึทึม เป็นชุดความคิดพื้นฐานในการประมวลผล ที่ชุดคำสั่งเหมือนกัน คำตอบก็เหมือนกัน

คนค้าขายสินค้าก็พยายามเอาชนะ ส่วนคนคิดระบบ ก็ต้องการเอาชนะเช่นกัน เพราะค้าขายระบบ ย่อมต้องการเงินจากการใช้งานระบบ การพัฒนาไปสู่ AI ที่ใช้อัลกอรึทึมอันซับซ้อน และที่สำคัญ AI จะเรียนรู้และพัฒนา “ความฉลาด” มากขึ้นเรื่อยๆ เอง ดังนั้น คำถามเดิม คำตอบไม่เดิมอีกต่อไป แต่กลับพิสดารยิ่งขึ้น

ดังนั้น ถ้าบอกว่า คนค้าขายออนไลน์ตอนนี้ ไม่ได้มุ่งว่า “จะเอาใจลูกค้าอย่างไร” แต่มุ่ง “เอาใจ AI อย่างไร” ก็คงไม่เกินจริง

เมื่อเดือนก่อน กระแสเจนนี่ฟีเวอร์ในการไลฟ์สดขายสินค้า ถึงกับสะเทือนวงการค้าขายออนไลน์ ซึ่งสาระสำคัญอันหนึ่งที่เจนนี่ออกมาพูดถึงคือ “ความเข้าใจ AI” เพื่อให้ AI เสริมส่งการมองเห็น โอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายยิ่งมีมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่เป็นความเปลี่ยนแปลงจาก AI ตามมาด้วย นั่นคือ “ระบบการค้นหาข้อมูล” พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี จากที่เคยพึ่งพา “อากู๋” ชื่อเรียกเล่นๆ ของ “Google” แต่ในปีนี้ ได้สูญเสียตำแหน่งนี้ให้ AI ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคนยุคปัจจุบัน เริ่มหันมาถาม AI มากกว่าถาม Google และแม้ว่าจะถามผ่าน Google คำตอบที่ได้รับก็เป็นคำตอบ ที่ประมวลผล สรุปคำตอบมาให้โดย AI

คนค้าขายออนไลน์ แต่เดิมมักพึ่งพาเครื่องมือหนึ่งของ Google นั่นคือ SEO (Search Engine Optimization) เครื่องมือค้นหาที่จะช่วยให้ระบบค้นหาของ Google เจอเว็บไซต์ของเราง่ายขึ้น แรกๆ ก็เจอง่าย ถ้ามีการใช้ชื่อของเราบ่อยๆ ระบบก็จะเจอได้ง่าย ภายหลัง จ่ายเงินให้ Google ระบบก็จะเจอได้…ง้าย…ง่าย ไม่ต้องคิดมาก

แต่ในปีนี้ คนค้าขายออนไลน์ เริ่มต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ให้ไม่ขัดใจ AI เพราะสิ่งที่เรียกว่า GEO (Generative Engine Optimization) ได้เข้ามาทดแทน SEO เรียบร้อยแล้ว

ระบบนี้คือ การที่ AI ได้หยิบเอาเนื้อหาข้อมูลของธุรกิจเรา เข้าไปประมวลอยู่ในคำตอบด้วย เช่น ถ้ามีใครตั้งคำถามว่า ไปเที่ยวน่าน ฉันควรไปนั่งกินกาแฟถ่ายรูปให้เพื่อนอิจฉาที่ไหนดี AI ก็จะประมวลผล ไปดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เอามาสรุปให้เรา

แน่นอนว่า AI จะต้องทำตัวรู้ดี แนะนำว่าไปร้านโน้นร้านนี้ จากเดิมที่เราใช้ SEO ค้นหา “ร้านกาแฟ น่าน” แล้วเพจของเรา เว็บของเรา เด้งขึ้นมาอันดับแรกๆ (จ่ายเงินให้ Google ก็จะได้ขึ้น) ตอนนี้ต้องเอาใจ AI ให้ช่วยหยิบข้อมูลร้านเราไปแนะนำด้วย ซึ่งไม่ง่ายเหมือนเดิมซะแล้ว

กูรูผู้รู้ใจ AI เขาแนะนำว่า ต้องเป็นข้อมูลที่ให้ประโยชน์ ดูดีมีความจริงใจ AI ถึงจะชื่นชอบ แล้วจะหยิบเอาไปประมวลผลให้เราฟรีๆ

สาระสำคัญอย่างหนึ่ง ที่พึงระลึกเอาไว้ หากต้องการคบหากับ AI นั่นคือ “ความน่าเชื่อถือ”

ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่ดูดี มีข้อมูลอันน่าเชื่อถือ เป็นข้อมูลที่บอกเล่าด้วยภาษามนุษย์คือ ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ อ่านง่าย เข้าใจง่าย มีอ้างอิง มีข้อมูลยืนยัน รวมๆ คือ “น่าเชื่อ” แบบนี้แหละ AI ชอบ แล้วจะดึงเอาไปประมวลผล

และหากเรามีการใช้งานเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจผ่านหลายแพลตฟอร์ม ควรทำให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความเชื่อมโยงกัน สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน แบบนี้ AI จะยิ่งค้นพบเราง่ายขึ้น

ตั้งแต่ต้นปี มาจนถึงปลายปีตอนนี้ เรามาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับแล้ว คนเจเนอเรชันใหม่ ใช้ AI ทำงานแทน เรียนหนังสือแทน ทำการบ้านแทน ถามทุกเรื่องแทน ความขี้เกียจถาม Google แล้วต้องมานั่งเปิดอ่านทีละเว็บ ทีละเพจ เปลี่ยนไปแล้ว ถาม AI คำถามเดียว ได้ทั้งคำตอบ ได้ทั้งข้อเสนอ (ที่เราอาจคิดไม่ถึง) มาทีเดียวครบ

ไม่ต้องลุ้นแล้วว่า เพจของเราจะโผล่อันดับต้นๆ ให้เขากดดูไหม แต่ต้องมาลุ้นว่า “AI จะพูดถึงเราบ้างไหม”

นั่นแปลว่า ถ้าธุรกิจของเราโดน AI เมิน ย่อมหมายถึง การหายไปจากสายตาของลูกค้าเป้าหมาย โอกาสที่จะถูกมองเห็น หายไปในบัดดล

AI ประเมินพฤติกรรมของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ ว่าชอบอะไร แล้วพยายามทำตัวรู้ดี นำเสนอแต่สิ่งนั้นให้ผู้ใช้งาน สิ่งนี้อาจดีสำหรับผู้ใช้งาน ไม่ต้องเสียเวลาดูอะไรก็ไม่รู้ ที่ไม่ได้ชอบ ไม่ได้ต้องการ แต่ในมุมของธุรกิจ หมายถึง การโดนเขี่ยออกจาก “โอกาส” ด้วยเช่นกัน เพราะคนที่อาจหลงมาเป็นลูกค้า ถูก AI กันออกไปเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น โดยสรุปสำหรับปีนี้เป็นต้นไป การค้าขายออนไลน์ ความเข้าใจผู้บริโภค อาจสำคัญน้อยกว่า “ความเข้าใจ และทำให้ถูกใจ AI”

แต่หากเราศึกษารูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบฝรั่งทั้งหลาย เราจะพบว่า เริ่มต้นด้วยการให้ใช้ของฟรี เพื่อสะสมจำนวนสาวก จำนวนสมาชิก เพื่อเอาไปต่อรองเชิงโฆษณา จากนั้นเมื่อมั่นใจว่า สาวกทั้งหลายติดหนึบ การออกแพ็กเกจเก็บเงิน ก็เริ่มมา ถ้าเก็บเงินแล้ว สาวกยังเหนียวแน่น ก็จะยิ่งเก็บเงินแพงขึ้นเรื่อยๆ

แล้วอะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการประมวลผลแบบอิงข้อมูล อิงความมีประโยชน์ ถึงจุดหนึ่ง ก็สามารถอิง “ค่าใช้จ่าย” ได้เช่นกัน ซึ่งผมเชื่อว่า ในอนาคต GEO ระบบตอบโดย AI ที่ดูเหมือนเป็นการตอบแบบไม่มีอคติในตอนนี้

ถึงตอนนั้น คำตอบคงอิงว่า…“ใครจ่ายมากกว่า” AI จะเชียร์สุดแรง เชื่อสิ…คอยดูกัน…

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน