Exclusive
ดำเนินธุรกิจทางด้านค้าปลีกในประเทศไทย มานานกว่า 22 ปีแล้ว สำหรับ “เทสโก้ โลตัส” ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดประมาณ 1,800 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนั้น เทสโก้ โลตัส ยังมีช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิตอล ถึง 3 ช่องทาง คือ เทสโก้ โลตัส ช้อป ออนไลน์ ร้านค้าของเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ลาซาด้า และร้านค้าของเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ weloveshopping.com นอกจากบทบาทของผู้นำธุรกิจทางด้านค้าปลีก “เทสโก้ โลตัส” ยังมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชาวไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2559 ได้นำนโยบายประชารัฐของรัฐบาลมาเป็นแนวทางการดำเนินโครงการ “เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ” จำนวน 22 โครงการ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ชาวไทยกว่า 2,500 ครอบครัว ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ วางรากฐานให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 มร.จอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า 22 โครงการ เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังกันของหลายภ
เรื่องโดย : พลชัย เพชรปลอด คนที่ทำธุรกิจขนาดย่อมมาระยะหนึ่งแล้ว ถ้าถูกถามว่าใครคือลูกค้าของคุณ คำตอบพรั่งพรูครับ “เยอะแยะ…ใครก็ได้ที่ซื้อ” บางทีก็ตามมาด้วยชื่อคนโน้นคนนี้ ถ้าถามคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจว่า เล็งไว้หรือยังว่าใครคือลูกค้า “คนที่มีกำลังซื้อ…คนระดับกลางถึงบน…วัยรุ่น…” ถ้าคำตอบแบบนี้อาจจะกว้างเกินไป สำหรับคำถามว่าใครคือลูกค้า เวลาพูดถึงเรื่องของลูกค้า นักการตลาดมีการแบ่งยิบย่อย เกี่ยวกับนิยามของความเป็นลูกค้าไว้หลายอย่าง แต่ผมอยากกล่าวถึงสัก 4 อย่าง ให้เราเก็บเอาไว้พิจารณาเวลาทำธุรกิจ อย่างแรก “ลูกค้าเป้าหมาย” เวลาถูกถามตอนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังจะทำธุรกิจ คนถามมักถามถึงสิ่งนี้ครับ “ลูกค้าเป้าหมาย” ชื่อชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นเพียงแค่ “เป้าหมาย” ยังไม่ใช่ของจริง ลูกค้าเป้าหมาย คือ คนที่เราคิดว่าอยากจะคบค้าด้วย อยากขายของให้เขา อยากให้เขามาซื้อของเรา อยากให้เขาเป็นลูกค้าประจำกันไปแสนนาน แต่ในชีวิตจริง…บางที เขาไม่เคยชายตาแลซะด้วยซ้ำ…ช้ำจริงๆ ลูกค้าเป้าหมาย มาจากการประมวลความคิด ความเหมาะสมทั้งหมดทั้งมวลว่า ทั้งสินค้า ทั้งราคา ทั้งวิธีหาช่องทางเข้าถึง ทั้งวิธีกระตุ
ภาพแมวการ์ฟิลด์ ที่เคยออกฉายเป็นการ์ตูน ผุดภาพขึ้นในหัวทุกครั้ง เมื่อมีใครเอ่ยถึงแมวตัวใหญ่ สีส้ม อ้วนกลม สีหน้าและดวงตาฉายแววขี้สงสัยแฝงความน่ารักตลอดเวลา พานให้นึกไปถึงว่า นอกจากแมวที่ถูกวาดขึ้นเป็นภาพการ์ตูน เรียกว่า การ์ฟิลด์ แล้ว จะมีแมวจริงที่ไหนเหมือนแมวการ์ฟิลด์อีกไหมหนอ แท้ที่จริงมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นที่รู้จักทั่วไป อาจเป็นเพราะแมวที่มีลักษณะเช่นเดียวกับแมวการ์ฟิลด์ในการ์ตูน เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ และราคาค่อนข้างสูง หากเทียบกับแมวสายพันธุ์อื่น เจ้าแมวการ์ตูนที่ใครๆ หลงรักพันธุ์นี้คือ แมวสายพันธุ์ บริติช ชอร์ตแฮร์ ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ได้รับความนิยมเลี้ยงแพร่หลายทั้งในประเทศอังกฤษและอีกหลายประเทศในแถบยุโรป เป็นแมวที่ได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์แมวทั่วโลก โดยอิงมาตรฐานสำคัญจาก GCCT (Governing Council of the Cat Fancy) ในประเทศอังกฤษ แล้วถ้าคนไทยในประเทศไทยอยากเลี้ยงบ้าง จะทำอย่างไร คุณภาคภูมิ ครุฑหิรัณย์ เจ้าของลพบุรีฟาร์ม เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ จากต่างประเทศ ให้คำตอบเรื่องนี้ว่า แมวสายพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ ยังมีฟาร์
การทำธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงมาก เนื่องจากเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบกิจการต่างก็ต้องการแย่งชิงผู้บริโภคกันอย่างดุเดือด ด้วยวิธีการดึงดูดลูกค้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะด้วยทำการตลาด ทำโปรโมชั่น การตกแต่งร้าน เมนูอาหารที่แปลกแหวกแนว มีเรื่องราวของเมนูอาหาร หรือไม่ก็ขายความใหญ่ของอาหาร เป็นต้น แตกต่างกันที่วิธีการ แต่ก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือ ต้องการให้มีผู้บริโภคเข้าร้าน จากความชอบเข้าครัว และชอบกิน และได้คลุกคลีกับธุรกิจร้านอาหารมาตั้งแต่เริ่มทำงาน คุณนวลฉวี ศรีสุราช เจ้าของร้านทูเดย์สเต๊ก สามย่าน วัย 36 ปี ที่เปิดกิจการทำร้านสเต๊กมากว่า 10 ปี ในตลาดสามย่านใหม่ ย่านแฮงเอาต์ของคนวัยทำงานและนักศึกษา อายุ 19 ปี เปิดกิจการ เป็นเจ้าของร้านทูเดย์สเต๊ก คุณนวลฉวี เล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า “เป็นเด็กจังหวัดสกลนคร หลังจากเรียนจบ ม.3 ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เริ่มต้นทำงานเป็นลูกน้อง ร้านขายส้มตำ แถวตลาดสามย่านเดิม ตอนนั้นก็ทำงานอยู่ได้สักระยะหนึ่งกับร้านส้มตำ รู้เลยว่าชอบการทำอาหาร การได้เข้าครัว พอดีเป็นจังหวะที่เจ้าของร้านส้มตำเขาอยากทำร้านขายสเต๊ก โดยตอนนั
แนะนำเข้ามาว่ามีสินค้าใหม่นำเสนอ สอดรับกับเทศกาลตรุษจีนพอดิบพอดี สำหรับครูออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ เจ้าของกิจการมานี มี กาแฟ ร้านดังแห่งเมืองพิษณุโลก “ขนมปุยฝ้ายอกแตก By มานี ชื่อ อกแตก นี้ มาจากชื่อเก่าของเมืองพิษณุโลก เมืองอกแตก หรือเมืองสองแคว นั้น ลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง”ครูออส เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนบอกถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องเป็น “ปุยฝ้าย” “ช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี มักซื้อขนมปุยฝ้ายมาไหว้ แต่รสชาติไม่เคยถูกใจซักร้าน เลยคิดทำเอง เมื่อทำเอง จึงต้องแตกต่างและต่อยอดงอกเงยเป็นธุรกิจได้ด้วย ช่วงแรกลองขายเล่นๆวันแรก 50 แพ็ค หมดในพริบตา ต่อมาแม่ค้าคนกลาง เห็นว่านำไปขายต่อได้ เลยออร์เดอร์เข้ามาเยอะมาก” คุณออส บอกด้วยว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนก็ตาม ต่างต้องมีการจัดที่แตกต่าง หรือการนำเสนอที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาเลือกซื้อให้ได้ ขนมปุยฝ้ายอกแตก ในแบบของเขา จึงทำออกมาเป็นรูปทรงส้ม แตงโม แก้วมังกร ที่สีสันสวยงาม น่ารัก สดใส เอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และว่า ปุยฝ้ายอกแตก ของเขานี้ แม้เพิ่งเปิดตัวมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ปรากฎมีออร์เดอร์เข้ามาตลอด วันละประมาณ
คุณดุลญา ไชยกาล หรือคุณเอิล์น วัย 28 ปี เจ้าของธุรกิจร้านเบเกอรี่โฮมเมดเล็กๆ ที่ขายผ่านโชเซียล เล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนก็ทำงานประจำ เป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อนที่จะตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะมีลูก เลยจำเป็นต้องออกมาเลี้ยงลูก ช่วงที่ออกจากงานก็เคว้งอยู่พักหนึ่ง จึงหาอะไรทำ เลยมาสนใจการทำเบเกอรี่ ตอนแรกก็ทำเล่นๆ ก่อน ให้คนรู้จัก เพื่อนๆ ชิมกันก่อน ทุกคนก็ชอบ เลยทำขนมขาย เริ่มทำจริงจังช่วงเดือนตุลาคม ปี 59 ที่ผ่านมา ก็เริ่มขายมาตั้งแต่ตอนนั้นเริ่มจากทำเครปเย็นก่อน แล้วก็ทำบราวนี่ เพิ่งมารับทำออร์เดอร์ เค้กลูกส้ม ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนเมื่อประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เอง ซึ่งคุณดุลญา บอกว่า เค้กลูกส้ม ที่ทำขายช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ได้ไอเดียมาจาก Chef ถึงสองคน จากกลุ่มโชเซียลที่มีสอนทำขนม เบเกอรี่ โดยได้สูตรการทำเนื้อเค้กมาจาก Chef คนแรก ส่วนสูตรของน้ำซอสที่ราดเค้กลูกส้ม ก็ได้มาจาก Chef อีกคนหนึ่ง ซึ่งก็เรียนรู้ผ่านโชเซียลเช่นกัน โดยเธอบอกกับทีมงานเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า สำหรับสูตรการทำขนมเค้ก ก็เหมือนการทำเค้กทั่วไป เพียงแต่เนื้อเค้กที่เธอทำคือเป็นเนื้อเค้กแบบซิบฟ่อน ที่เลือกเนื้อเค
แม้ จะมีงานประจำทำอยู่แล้ว แต่ก็ยังมองหาอาชีพเสริมระหว่างทำงานประจำไปด้วย และจากคำพูดเพียงประโยคเดียวของรุ่นพี่คนหนึ่ง ทำให้สมองคิดไอเดียเกี่ยวกับ “น้ำแข็ง” ได้มากมาย ถึงขั้นอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำแข็งขึ้นมาทันที คำพูดประโยคนั้นคือ “รู้ไหม น้ำแข็งก้อนหนึ่ง ทำเงินได้มากขนาดไหน มันสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ ขายน้ำแข็ง อาจทำให้ได้เงินมากกว่าขายอาหารหรือเสื้อผ้าด้วยซ้ำ” เพียงประโยคเดียวนี้ สามารถจุดประกายไอเดียเมนูน้ำแข็งไสอีกสารพัดเมนูขึ้นมาได้ ร้าน “น้ำแข็งใสนมใหญ่” เปิด 3 เดือนกระแสตอบรับดี คุณจตุประภา เจริญสุข หรือ คุณนุ่น เจ้าของร้าน “น้ำแข็งใสนมใหญ่” วัย 25 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังก่อนจะมาเปิดกิจการร้านน้ำแข็งไส ร้านเล็กๆ แต่ขายดี ของเธอให้ฟังว่า “หลังจากเรียนจบครุศาสตรบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ อยู่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่เห็นเพื่อนมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงมีความคิดอยากลองหาธุรกิจเล็กๆ ที่ตัวเองก็สามารถทำและดูแลได้เอง” หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 2 ปีก่อน คุณนุ่น บอกว่า เคยเปิดร้านชานมไข่มุกขายมาก่อน แต่ต้องห
เรื่องโดย : สัพเพเหระกับคุณตุ๊ก วันนี้มีวิธีเก็บเงินอีกแบบมาเล่าให้ฟังค่ะ เล่าจากประสบการณ์ของคนคำนวณไม่เก่ง แต่คิดแบบง่ายๆว่าจะเก็บเงินยังไงดีนะคะ วันก่อนเล่าเรื่องฝากประจำ 24 เดือนไปแล้ว วันนี้จะแบ่งการฝากเงินเป็นกองๆค่ะ เช่น เรามีบัญชีเงินเดือนอยู่ 1 บัญชี แล้วอยากเก็บเงินเป็นส่วนต่างๆ พอเงินเดือนออกก็แบ่งเงินออกเป็นกองๆ หรือส่วนๆ ขาดจากกันให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจน โดยแนะนำว่าวันเงินเดือนออก ให้โอนเงินเก็บในบัญชีอื่นๆเลยให้เป็นประจำทุกเดือน จะได้ไม่ต้องจำว่าจะต้องโอนวันไหนค่ะ ถ้าไม่อยากมีหลายบัญชี เราต้องมีวินัยในการจดนะคะ แนะนำว่าควรมีบัญชีเงินเก็บแยกจากบัญชีเงินเดือน เช่น เงินเดือนออก เราแบ่งเงินออกเป็นเงินสำหรับท่องเที่ยว ค่าเทอมลูก เงินสำหรับเก็บ เงินค่าใช้จ่ายประจำแต่ละเดือนสำหรับค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้าน เป็นต้น จะได้เห็นชัดๆว่าเราจะมีเงินสำหรับใช้จ่ายจริงๆเท่าไรในแต่ละเดือน ไม่งั้นจะใช้จนเงินหมดหรือไม่พอค่ะ บางคนอาจมีบัญชีสำหรับเก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล ลองเปลี่ยนการทำประกันชีวิตพร้อมส่วนควบสุขภาพก็น่าสนใจนะคะ สามารถเลือกความคุ้มครองได้หลายอย่าง เช่น กำหนดค่าห้อง หรื
Voiderful (วอยเดอร์ฟูล) สมุดบันทึกเย็บมือปกผ้ามัดย้อม ทำด้วยสองมือบวกใจรัก ออกมาเป็นสมุดบันทึกเก๋ไก๋ไม่ซ้ำลายใครแน่นอน เกิดจากไอเดียของสถาปนิกสาววัย 24 อย่าง คุณน้ำ-นิศาชล ไตรอังกูร เพิ่งเปิดตัวผลงานแบบจริงจังได้ 1-2 เดือน ก่อนที่จะรู้จัก Voiderful เท้าความก่อนว่า คุณน้ำ จบการศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยที่เรียนมาเกี่ยวกับการออกแบบ ชีวิตประจำวันจึงต้องใช้สมุดจดหรือสมุดสเก็ตช์เป็นส่วนใหญ่ และส่วนตัวมีความเชื่อว่าการเขียนบันทึก จะทำให้จดจำได้มากกว่าในพิมพ์ในคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เลยอยากให้คนหันมาใช้สมุดจดบันทึก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการอยากทำสมุดขาย สำหรับ การทำปกด้วย “การเย็บมือ”นั้น มาจากการที่ตัวเองอยากใช้สมุดที่แข็งแรง ทนทาน ซึ่งวิธีเดียวคือการทำมือหรือเย็บมือเท่านั้น สมุดเย็บมือ มีความน่าสนใจตรงสันหนังสือ ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากเย็บให้มันออกมาเป็นแบบไหน โดยเรียนรู้จาก YouTube และศึกษาจากหลายเว็บไซต์ ลองผิดลองถูกกว่าหนึ่งสัปดาห์ ส่วนการมัดย้อมเป็นสิ่งที่ชอบทำเล่น ทำใช้เองมาก่อนอยู่แล้ว การมัดย้อมทำให้ใจเย็น และมีความน่าสนใจตรงที่เราไม่มีวันรู้
ย่างเข้าฤดูร้อน อาหารที่ดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ก็คือ “เฉาก๊วย” ซึ่งนอกจากจะทำให้คนทานดับร้อนได้แล้ว “เฉาก๊วย” ยังเป็นเมนูที่ดับความจน สร้างเศรษฐีเงินล้านในเมืองไทยให้เกิดขึ้น อย่างเช่น เฉาก๊วย “ชากังราว” แรงบันดาลใจ จากสูตร “เฉาก๊วยดอนเมือง” สู่สูตรสำเร็จ “เฉาก๊วยชากังราว” ดร.เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉาก๊วยชากังราว จำกัด ซึ่งเป็นผู้ปั้นแบรนด์เฉาก๊วย “ชากังราว” และผลิตเฉาก๊วยแปรรูปจนประสบความสำเร็จ เล่าถึงความเป็นมาของเฉาก๊วยชากังราว ด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจว่า เฉาก๊วย “ชากังราว” ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ต้องขอบคุณเฉาก๊วย “ดอนเมือง” ที่ทำให้มีเฉาก๊วย “ชากังราว” เกิดขึ้น เพราะมีการพัฒนาสูตรเฉาก๊วยมาจากเฉาก๊วยดอนเมือง ในสมัยที่ลูกชายไปทำงานกับโรงงานเฉาก๊วยดอนเมือง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว “เฉาก๊วยดอนเมือง เป็นสะพานให้เราได้เดิน ตอนนั้นผมทำงานอยู่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ลูกผมจบ ปวส. ใหม่ๆ ลูกผมได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของ เขาก็มาชวนลูกผมไปทำงานที่โรงงาน ในสมัยนั้นเงินเดือนค่อนข้างเยอะ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ได้เดือนละ 5,000 บาท ก็บอกลูกว่า ขอให้ตั้งใจทำงาน
