Exclusive
สะเทือนทั้งวงการ ซูเปอร์ฯ ใหญ่ ต้องปักป้าย ผลไม้ตรวจสารแล้ว จากกรณีข่าวการตรวจพบสารพิษตกค้างใน “องุ่นไชน์มัสแคท” สร้างความตระหนกให้กับผู้บริโภคเป็นวงกว้าง กระทั่งส่งผลให้ผลไม้ดังกล่าว ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถึงกับ “ขายไม่ออก” บรรดาพ่อค้า-แม่ขาย ถึงกับโอดครวญ และออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุให้ชัด ว่าล็อตที่มีปัญหานั้น นำเข้ามาจากประเทศใดกันแน่ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ลดราคาเกินครึ่งก็แทบขายไม่ได้! ลูกค้าสั่งเอาออกจากกระเช้าด่วน วอนแจ้งให้ชัด แหล่งผลิตมีปัญหาจากที่ไหน สำหรับสถานการณ์ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานว่า น่าจะกำลังบานปลาย กระทบไปถึงผลไม้ชนิดอื่น เห็นได้จากล่าสุดที่ทาง “ท็อปส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ สาขาย่านรามอินทรา ต้องถึงกับปรับวิธีการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ด้วยการนำป้ายมาติดที่มุมผลไม้ โดยระบุข้อความทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ “ผักผลไม้ ปลอดภัย ผ่านการตรวจสารแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีการนำ “องุ่นไชน์มัสแคท” มาจัดโปรโมชัน ชนิด ซื้อ 1 แถม 1 กันเลยทีเดียว แต่จากการสังเกต แทบไม่พบมีลูกค้าหยิบจับแม้แต่รายเดียว
จากโต๊ะทำงานสู่โต๊ะเสิร์ฟ! อดีตสาวออฟฟิศปั้นแบรนด์คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก ทำ “ก๊วยหมูเด้ง” ยอดขายทะลุ 900 ชุดต่อวัน คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก หยิบเอากระแสสังคมมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการตลาด ทำให้เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่ ทันสมัย ไม่เหมือนใคร และสูตรเฉพาะที่ลองผิดลองถูก ปรับปรุงและพัฒนามานานกว่า 4 ปี มีเมนูที่หลากหลาย ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน ทุกวันนี้ งานประจำที่ทำอยู่ อาจจะดูน่าเบื่อ จำเจ การได้ลาออกมาเปิดร้านตามใจตัวเอง อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่จะต้องมีความชอบและมีความสุขอยู่กับงานนั้นจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของสาวที่ลาออกจากงานประจำ ผันตัวเองมาเปิดคาเฟ่เฉาก๊วยที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์จะหยิบยกมานำเสนอในวันนี้ เหตุเกิดจากความเบื่องานออฟฟิศ จึงลาออกมาทำสิ่งที่ชอบ สู่ธุรกิจที่ทำเงินได้ดี คุณเจี๊ยบ-ชัญญาภัค กุลเกษมหิรัญ เจ้าของ ก๊วย E กั้ง คาเฟ่ ที่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ มาช่วยธุรกิจของคุณพ่อที่บ้าน แต่ในความรู้สึกลึกๆ เธอเองก็มีความเบื่อหน่ายกับการเป็นพนักงานออฟฟิศ และอยากจะค้นหาตัวตนในด้านอื่นๆ เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาแล้ว ก็ได้ลองขายสิ่งที่ตนรัก นั่นก็คือ เฉาก๊ว
อดีต ซาวด์เอนจิเนียร์ รับไม้ต่อกิจการที่บ้าน “แหลมเจริญซีฟู้ด” ร้านชื่อดังระดับประเทศ ขยายกว่า 43 สาขาทั้งไทยและต่างประเทศ ใครหลายคนคงรู้จักกับ “แหลมเจริญซีฟู้ด” ร้านอาหารทะเลไทยที่ไม่เพียงแต่อาหารอร่อย สดใหม่ รสชาติไทยแท้เท่านั้น แต่ยังมีการรักษาคุณภาพให้คงมาตรฐานในทุกๆ สาขา ทำให้กลายเป็นร้านซีฟู้ดชื่อดังระดับประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ เชฟปอง-ปยุต กองสุวรรณ Executive Chef ของกลุ่มบริษัทในเครือ แหลมเจริญซีฟู้ด กรุ๊ป ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจเส้นทางความสำเร็จของเชฟปอง จากอาชีพนักดนตรีสู่การเป็นเชฟใหญ่ และเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายกว่า 43 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในดนตรี ชีวิตที่ผ่านมาของเชฟปองเปรียบเสมือนการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง เริ่มต้นด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่อเขาได้เรียนกีตาร์แล้วรู้สึกถึงความสุข ที่สามารถส่งต่อให้คนฟังได้ เชฟปองจึงเลือกที่จะเข้าเรียนดนตรีที่ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดุริยางคศิลป์ แต่กลับพบว่าความชอบของตน ไม่ได้ตรงกับการเล่นดนตรีคลาสสิค จึงตัดสินใจดรอปเรียน และได้ไปเรียนที่สถาบัน S
“คาเฟ่แม่” คาเฟ่ขนมไทยโฮมเมดของคุณแม่ วัย 75 ปี ความตั้งใจของลูกสาว ที่อยากสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ครอบครัว คาเฟ่แม่ คาเฟ่ที่เกิดจากความตั้งใจของลูกสาวที่อยากจะสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้กับคุณแม่และน้าๆ วัยเกษียณได้ส่งต่อรอยยิ้ม ส่งต่อความอร่อย และส่งต่อความสุขไปยังลูกค้า เรื่องราวแสนอบอุ่นในวันนี้ เป็นเรื่องราวของคุณหนิง-มธุดานันท์ คชคง อายุ 47 ปี คุณแม่อารีย์ คชคง อายุ 75 ปี และคุณน้าอีก 2 ท่าน คือ คุณน้าต้อย-ทัศนีย์ กระต่ายทอง อายุ 70 ปี และคุณน้าแดง-พิมพาพัส เกตุสุวรรณ อายุ 68 ปีเจ้าของร้าน Cafe Mae “คาเฟ่แม่” คาเฟ่ขนมไทยโบราณสูตรคุณยายที่ทำกินกันจากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดและเริ่มทำเป็นคาเฟ่ขนมไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี จากข้าราชการวัยเกษียณ สู่แม่ค้าขนมหวาน คุณหนิง เล่าว่า ก่อนที่คุณแม่และน้าๆ จะเกษียณ แต่ละท่านก็ทำงานเป็นข้าราชการกันมาก่อน โดยคุณแม่จะเป็นผู้คุม คุณน้าคนแรกเป็นครู อีกท่านเป็นผู้คุม ทุกวันนี้ทั้ง 3 ท่านกินบำนาญทุกคน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเปิดคาเฟ่เลย ต้องย้อนกลับไปว่า พี่ชายของคุณหนิงมีร้านอาหารมาก่อน เขาจะทำเชฟเทเบิลอยู่ที่เชียงใหม่ คือที่ หุบเขาคนโฉด อ.แม่ริม จ.เชี
อยากมีอาชีพ ไปทำงานต่างประเทศ เป็น “พ่อครัวแห่งชาติ” เริ่มต้นอย่างไร ขณะที่ผมกำลังนั่งพิมพ์ต้นฉบับนี้อยู่ ก็นั่งคุมสอบ “พ่อครัว 1” หรือ “การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับ 1 สาขาผู้ประกอบอาหารไทย” ที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยไปด้วย ทำไมต้องสอบ “พ่อครัว” “ใบพ่อครัวแห่งชาติ” นี้ เอาไว้เป็นหลักฐานรับรองตัวเองสมัครงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกครับ มี 2 ระดับ ระดับ 1 และ ระดับ 2 ระดับ 1 คือ ผู้ช่วยพ่อครัว ทำตามคำสั่ง ระดับ 2 เป็นกุ๊กใหญ่แล้ว สั่งงานคนอื่นเป็น พวกที่เป็นกุ๊กมาแต่ไม่เคยมีใบ หรือเรียนทำอาหารต้องสอบระดับ 1 ก่อน ผ่านแล้วไปทำงานมาอีก 3 ปี ถึงขอสอบระดับ 2 ได้ ส่วนใหญ่มักสอบกันแค่ระดับ 1 เพราะพอได้ทำงานแล้วค่อยไต่เต้าเอา แต่หลายประเทศในยุโรปตอนนี้ระบุมาเลยครับว่าต้องการระดับ 2 การสอบเรามีการสอบทฤษฎีเป็นชอยส์ ก ข ค ง 50 ข้อ ต้องผ่านอย่างน้อย 35 ข้อ สอบกับคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น ทั้งคำถามและคำตอบ จะหมุนวนของมัน นั่งติดกันข้อสอบก็ไม่เหมือนกัน ทฤษฎีเอามาแค่ 20% แต่เป็นตัวตัดเป็นตัดตาย ไม่ผ่านทฤษฎี ไปไม่ถึงด่านปฏิบัติ ข้อสอบชุดใหม่ ที่จัดทำโดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นี้ ใช้มาปี
ล้วงเทคนิค “แม่ละมาย” ปั้นแบรนด์ SME ของหวานคู่เซเว่นฯ กว่า 26 ปี ทำอย่างไร จากยอดขาย 0 สู่ 100 ล้านบาท เมื่อใดที่เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ อย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น ต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับวุ้นมะพร้าวจากแบรนด์แม่ละมายกันบ้าง เพราะเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าวางขายในเซเว่น อีเลฟเว่น มานานหลายปี และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสไปเยือนถึงโรงงาน ผลิตขนมหวานแบรนด์ “แม่ละมาย” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และมีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรรณคิวฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตขนมหวานแบรนด์ “แม่ละมาย” ถึงเบื้องหลังความสำเร็จ “กำไรเป็นแค่องค์ประกอบของธุรกิจ แต่ไม่ใช่ Key Success ของการทำธุรกิจ การทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับเราต่างหากถึงจะเรียกได้ว่า ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นี่คือคำกล่าวของ คุณวีระ อีกหนึ่งเอสเอ็มอีตัวอย่างที่จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เจ้าของรางวัล SME ยั่งยืน จากเวที เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2023 ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหาร ด้วยความรู้จาก 0 จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายกว่า 100
ตำนานสภากาแฟกว่า 100 ปี “ออน ล๊อก หยุ่น” รสชาติแห่งความทรงจำผ่านกาแฟ ในยุคที่คาเฟ่สไตล์ฮิปๆ สไตล์มินิมอล ผุดขึ้นมากมายเต็มเมือง ใครหลายคนต่างหาสถานที่เที่ยวพักผ่อนชิลๆ ที่ไม่เพียงแต่มีเฉพาะของกินที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องมีบรรยากาศที่ดี ถ่ายรูปสวย เป็นจุดเช็กอินที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกหนึ่งในร้านที่ยังคงความคลาสสิคและเสน่ห์ของความดั้งเดิมไว้อย่างเต็มเปี่ยม นั่นคือ “On Lok Yun – ออน ล๊อก หยุ่น” สภากาแฟที่ขายเฉพาะเมนูอาหารเช้า ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามายาวนานเกือบร้อยปี วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เฮียช้าง-สมบัติ ทยานุกูล ผู้สืบทอดกิจการรุ่นที่สามของครอบครัว โดยได้มาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของร้าน ตั้งแต่ยุคก่อตั้งสมัยรุ่นพ่อ เหมือนพาทุกคนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศวันวาน ตำนานสภากาแฟ ย้อนกลับไปประมาณ 90 ปีที่แล้ว คุณพ่อของเฮียช้างได้เดินทางมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ‘ตั้งรกราก’ ในประเทศไทย และเปิดร้านกาแฟขึ้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน “ออน ล๊อก หยุ่น” สภากาแฟอายุเกือบร้อยปี เฮียช้าง เล่าต่อว่า ช่วงเปิดร้านแรกๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นชิ
ลงทุนไม่ถึงหมื่น! “ขายน้ำชงบนจักรยาน” วันละ 400 แก้ว เจาะกลุ่มคนงบน้อย แบงก์ 20 ใบเดียวทุกเมนู “ขายน้ำชงบนจักรยาน” คือไอเดียธุรกิจที่ คุณแก้ว-เกศรินทร์ ทาคำฟู วัย 29 ปี ใช้สร้างรายได้ให้ครอบครัว หลังจากลองทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับร้านหม่าล่าที่นับวันยอดขายยิ่งเริ่มตก และร้านน้ำชงก็ไปได้ดีตั้งแต่วันแรก เธอจึงตัดสินใจทำอาชีพนี้เต็มตัว ซึ่งนอกจากขายได้วันละ 400 แก้ว ยังได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย ร้านหม่าล่าสู่ร้านน้ำชง ก่อนหน้านี้ คุณแก้วสร้างรายได้จากการเปิดร้านหม่าล่าที่จังหวัดชียงใหม่มานานถึง 12 ปี จากขายอยู่หลัง ม.เชียงใหม่ ขยับมาขายในตลาดนัดช่วงเย็น กระทั่งลูกๆ เริ่มโตขึ้นและพวกเขาอยากมีเวลาอยู่กับเธอผู้เป็นแม่ในช่วงเย็น ประกอบกับยอดขายของร้านหม่าล่าตกลงทุกวัน ไหนจะทุนสำรองที่หมดไปในช่วงโควิด การหาอาชีพที่สามารถทำได้ระหว่างวันที่ลูกไปโรงเรียน จึงเป็นแนวคิดใหม่ที่ผุดขึ้นมา ขณะเดียวกัน บริเวณหมู่บ้านที่อยู่อาศัย มีโครงการก่อสร้างผุดขึ้นมาพร้อมๆ กับแคมป์คนงาน และลุงแถวบ้านก็ขับรถพ่วงไปขายลูกชิ้นทอดในช่วงพักเที่ยงแถวนั้น เธอจึงปิ๊งไอเดียขายน้ำชงตั้งแต่นั้นมา แต่
ส่ง “บอส” ไปหาเงินเข้าบ้าน เมื่อ พนักงาน 4 ขา รับค่าจ้างเฉพาะขนม ผู้คนสมัยนี้นิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น และดูแลราวกับเป็นลูกแท้ๆ ข้าวของเครื่องใช้ก็ราคาไม่ใช่น้อยๆ บางทีแพงกว่าของใช้ทาสเสียอีก คงจะดีไม่น้อย ถ้าบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรักเหล่านี้ ออกไปทำงานหารายได้มาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายได้บ้าง เจ้าของจะได้ไม่เหนื่อยอยู่คนเดียว ตอนนี้การจ้างพนักงานสี่ขาเข้าทำงานเกิดขึ้นจริงแล้วที่คาเฟ่ในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนของจีน และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น CNN หยิบยกเรื่องราวของ “เจน สเว” นักศึกษาปริญญาเอก วัย 27 ปี ที่ส่ง “เจ้าโอเค” สุนัขพันธุ์ซามอยด์ วัย 2 ขวบ ไปเป็นพนักงานที่คาเฟ่สุนัขชื่อ “เย่จงฮุ่ย” ในเมืองฝูโจวตั้งแต่กลางเดือนกันยายน เธอเล่าความรู้สึกว่า เหมือนกับเวลาพ่อแม่ส่งลูกไปโรงเรียน เธออยากให้เจ้าโอเค ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แตกต่าง ได้เล่นกับเพื่อนๆ ตัวอื่น จะได้ไม่รู้สึกเหงา เพราะเธอจะมีเวลาพาออกไปเล่นข้างนอกเฉพาะวันหยุดเท่านั้น น่าสนใจว่า การส่ง “เจ้าโอเค” ไปคาเฟ่ นอกจากจะได้เล่นกับเพื่อนๆ แล้ว ยังช่วยประหยัดรายจ่ายด้วย เพราะถ้าอยู่บ้านก็จะต้องเปิดแอร์ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนต้องจ่า
“อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของความสำเร็จ” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ก้าวสู่ตำแหน่ง CEO สร้างแบรนด์ตุ๊กตา ทำรายได้หลักล้าน อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะอายุมากหรืออายุน้อย แต่ถ้าไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สักวันความฝันในการทำธุรกิจของคุณอาจจะประสบความสำเร็จได้ เช่นเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 12 ปี Zoe Oli (โซอี โอลิ) ที่เริ่มต้นธุรกิจมาจากข้อจำกัดในรูปร่างของตนเอง และก้าวเข้าสู่ CEO ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ซึ่งตอนที่เธออายุ 6 ขวบ เธอถามแม่ของเธอว่า “ทำไมผมของฉันถึงไม่ตรงและสวยเหมือนเพื่อนๆ ฉันไม่ชอบผมของตัวเอง” ในโรงเรียนไม่ค่อยมีเด็กผู้หญิงผิวสี เธอได้รับคำถามและคำวิจารณ์จากเพื่อนๆ มากมาย ถึงเรื่องของรูปร่างหน้าตา Evana Oli (เอวานา โอลิ) คุณแม่ของเธอวัย 42 ปี ซื้อตุ๊กตาผิวสีให้ลูกสาวไว้เล่น แต่ตุ๊กตาตัวนั้นมีผมตรง โซอีจึงเสนอให้คุณแม่ทำตุ๊กตาที่มีผมหยิก หยักศก และถักเปีย ในตอนแรกคุณแม่ไม่ได้สนใจและเมินเฉย โซอีจึงถามแม่ว่า “เราจะเริ่มธุรกิจเมื่อไหร่” หลังจากขอร้องแม่มาสองสามเดือน แม่ก็รู้ว่าเธอจริงจังกับเรื่องนี้มาก เอวานา ทำงานเป็นที่ปรึกษาการตลาดจากเมืองแอตแลนต้าที่มีประสบการณ์มาก
