Exclusive
จากใจคนรักสุนัข “ข้าวแกงสี่ขา” ร้านเล็กๆ ของอดีตสาวแบงก์ ขวัญใจเจ้าตูบ ขายได้พีกสุด 2,000 บาท/วัน จากความรักในตัวเพื่อนสี่ขา ทำให้อดีตสาวแบงก์ คุณปิ๊ก-อัญมณี ลักขษร วัย 37 ปี เลือกเปิดร้าน “ข้าวแกงสี่ขาพิษณุโลก” เป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการขายขนมออนไลน์ หลังลาออกจากงานประจำที่ทำมานานราว 6 ปี แม้จะเปิดร้านมาได้เพียง 1 เดือน และเปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม แต่เธอได้ต่อยอดขายแบบดีลิเวอรี่ และบริการให้ข้าวน้องหมาถึงบ้าน จนสร้างรายได้พีกสุด 2,000 บาท/วัน จากเพื่อนสี่ขาที่เข้ามาอุดหนุน ทั้งน้องหมาพันธ์ุปั๊ก ปอมเมอเรเนียน และเฟรนช์บูลด็อก ลูกค้าขาประจำ ข้าวแกงสี่ขา ไอเดียสร้างอาชีพ หลังลาออกจากงาน คุณปิ๊กเลี้ยงสุนัขพันธ์ุบางแก้ว วัย 11 ปี ชื่อว่าน้องกาก้า เป็นอย่างดี และคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่ไม่ขาด ถ้ามีเวลาว่างก็จะทำข้าวสำหรับสุนัขให้น้องกาก้ากิน แต่ส่วนใหญ่แล้วงานประจำค่อนข้างหนักและเลิกดึก น้องกาก้าเลยได้กินอาหารเม็ดอยู่บ่อยครั้ง จนเริ่มเบื่อ ข้าวแกงสี่ขาที่เธอทำให้น้องกาก้ากิน จึงเป็นไอเดียสร้างอาชีพแรกๆ ที่เธออยากทำหากลาออกจากงานประจำ จนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ใช้ทักษะจากงานประจำ ปรับใช้กับอาชีพเสริม สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน เรื่องราวของชายวัย 26 ปี ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจอีกแบบ แต่สุดท้ายประสบความสำเร็จในอีกทาง จนสร้างรายได้ถึง 17 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว Francisco Rivera อายุ 26 ปี เคยมีแผนว่า หลังเรียนจบจะทำงานเกี่ยวกับดนตรีและท่องเที่ยว ซึ่งแผนนี้เป็นเป้าหมายหลักของเขาในช่วงแรกหลังเรียนจบ แต่หลังจากเขาเรียนจบปริญญาด้านการผลิตดนตรีที่มหาวิทยาลัยฟูลเซลในปี 2017 เขาก็ไม่สามารถหางานในสายงานนั้นได้ ดังนั้น เขาจึงต้องหางานหาเงินที่ไหนก็ได้ที่พอมี ซึ่งเขาได้ไปทำงานที่ร้าน Apple Store และต่อมาได้งานสอนพิเศษแบบพาร์ตไทม์กับบริษัทสอนออนไลน์ด้วย เขาบอกว่า งานเหล่านั้นไม่ได้สร้างรายได้ที่ดี และเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำอยู่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 Francisco Rivera เริ่มต้นขายเทียนแบบพิมพ์ตามสั่งบนแพลตฟอร์ม Etsy ในช่วงแรก เขาทำงานวันละ 4-5 ชั่วโมง และมีรายได้เพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ต่อเดือน 2 เดือนต่อมา ธุรกิจเสริมของเขาเริ่มนิยมอย่างกะทันหัน เขาได้รับออร์เดอร์กว่า 70 รายการในวันนั้น ซึ่งต่างจากปกติที่เคยได้รับเพียงประมาณ 10 ออร์เดอร์ต่อวัน ตอนนี้ร้าน
สูตรเด็ดเชฟดัง “ขาหมูไขมันต่ำ” ขายดีวันละ 500 จาน ตอบโจทย์คนรักขาหมู แต่ก็รักสุขภาพ! “ขาหมูไขมันต่ำ” เจ้าดัง “เล่อขาหมูทรงเครื่อง” ผ่านการ Slow Cook 12 ชั่วโมง ทั้งอบ ทั้งทอด ทั้งต้ม จนได้ออกมาเป็นขาหมูที่ไขมันหลุดออกจากชั้นหนังและเลาะออกได้อย่างง่ายดาย น้ำพะโล้มีกลิ่นหอมจากการทอดกรอบ เนื้อชั้นในนุ่มชุ่มฉ่ำ ส่วนเนื้อชั้นนอกก็ไม่แข็งกระด้างฝืดคอ เจ้าของเมนูเด็ดนี้คือ “เชฟเทียน-เทียนชัย พีรพงศธร” อดีตทีมชาติไทยในการทำอาหาร และเป็นทายาทรุ่นที่ 3 จากร้านตำนาน 90 ปี ขาหมูโค้วจั้วฮวด ด้วยความรักในการทำอาหาร ประกอบกับจิตวิญญาณของความเป็นนายตัวเอง เชฟเทียนจึงจับนำเอาสูตรขาหมูของที่บ้านมาปรับใช้กับกรรมวิธียุคใหม่ เริ่มจากการนำขาหลังหมูไปทอดไฟเบาก่อน 1 ครั้ง จากนั้นจึงนำไปอบต่ออีก 1 ชั่วโมง แล้วถึงจะนำไปต้มในน้ำพะโล้โดยใช้ไฟประมาณ 80 องศา เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ทำให้เนื้อสัตว์มีความนุ่มละเอียดไม่เสียรสชาติ แถมยังช่วยให้เครื่องพะโล้แทรกซึมเข้าไปได้ดีกว่าการต้มแบบปกติ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนรักขาหมูและรักสุขภาพในเวลาเดียวกัน อยากได้มัน หรืออยากให้เลาะมันออก สามารถสั่งได้ รสชาติของตัวขาห
นิวเจน ไอเดียเจ๋ง รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ต่อยอดเป็น เครื่องดักจับคาร์บอน ตามที่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดโครงการ e-Waste HACK BKK 2024 ขึ้น ภายใต้ความร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัท เอสเค เทส ไทยแลนด์ จำกัด โดยเป็นโครงการระดมสมอง “นวัตกร” รุ่นใหม่ แฮ็กไอเดีย สร้างมูลค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ รีไซเคิลชิ้นส่วน e-Waste ต่อยอดเป็นนวัตกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯให้ดีขึ้น ตอบโจทย์ความท้าทาย ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสาธารณสุข ซึ่งแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ 2. ระดับอุดมศึกษา มีการเชิญชวนเยาวชนไทยเข้าร่วมปฏิบัติการ พลิกฟื้นขยะ e-Waste ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ชิงทุนการศึกษา รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ทีม One Day Miracle plus+ จากโรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี คือผู้พิชิตรา
จาก “รอคิว” สู่ “ปุ่มจองโต๊ะ” ร้านอาหารบน Google “AAppoint” เคยเป็นกันไหม? เวลาจะไปร้านดัง ร้านลับ หรือจะทำการนัดหมายวัน-เวลาเพื่อเข้าใช้บริการแต่ละที หลายคนต้องเจอกับปัญหาต่างๆ เช่น หากไปร้านดังหรือร้านลับ มักจะเจอปัญหาที่รอคิวนาน หรือการจองนัดหมายทางการแพทย์ ทางคลินิกจะโทรมาเพื่อคอนเฟิร์มนัด แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ ทำให้ไม่สะดวกต่อการนัดหมายเท่าไหร่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวของ คุณต๊ะ-รัฐพล นาควิเชียร Founder / CEO AAppoint ที่จุดประกายไอเดียทำ AAppoint “ปุ่มจองบน Google Maps” เพื่อให้สะดวก ง่าย และรวดเร็ว ต่อทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ เพียงแค่ค้นหาชื่อร้านที่เข้าร่วมกับทางแอพพ้อยท์ และทำการกดจอง ทางระบบจะทำการแจ้งเตือนกลับมา ในขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ทำให้การจองโต๊ะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป จุดเริ่มต้นของ AAppoint คุณต๊ะ เล่าว่า ภรรยาของเขาเป็นทันตแพทย์และเขามักจะได้รับฟังปัญหาในการทำงานแต่ละวันของภรรยาอยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการจัดการในคลินิกที่ไม่ดีพอ เช่น วันนี้มาที่คลินิก แต่กลับกลายว่าต้องเสียเวลาเปล่าไป
สะเทือนทั้งวงการ ซูเปอร์ฯ ใหญ่ ต้องปักป้าย ผลไม้ตรวจสารแล้ว จากกรณีข่าวการตรวจพบสารพิษตกค้างใน “องุ่นไชน์มัสแคท” สร้างความตระหนกให้กับผู้บริโภคเป็นวงกว้าง กระทั่งส่งผลให้ผลไม้ดังกล่าว ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถึงกับ “ขายไม่ออก” บรรดาพ่อค้า-แม่ขาย ถึงกับโอดครวญ และออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุให้ชัด ว่าล็อตที่มีปัญหานั้น นำเข้ามาจากประเทศใดกันแน่ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ลดราคาเกินครึ่งก็แทบขายไม่ได้! ลูกค้าสั่งเอาออกจากกระเช้าด่วน วอนแจ้งให้ชัด แหล่งผลิตมีปัญหาจากที่ไหน สำหรับสถานการณ์ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานว่า น่าจะกำลังบานปลาย กระทบไปถึงผลไม้ชนิดอื่น เห็นได้จากล่าสุดที่ทาง “ท็อปส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ สาขาย่านรามอินทรา ต้องถึงกับปรับวิธีการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ด้วยการนำป้ายมาติดที่มุมผลไม้ โดยระบุข้อความทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ “ผักผลไม้ ปลอดภัย ผ่านการตรวจสารแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีการนำ “องุ่นไชน์มัสแคท” มาจัดโปรโมชัน ชนิด ซื้อ 1 แถม 1 กันเลยทีเดียว แต่จากการสังเกต แทบไม่พบมีลูกค้าหยิบจับแม้แต่รายเดียว
จากโต๊ะทำงานสู่โต๊ะเสิร์ฟ! อดีตสาวออฟฟิศปั้นแบรนด์คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก ทำ “ก๊วยหมูเด้ง” ยอดขายทะลุ 900 ชุดต่อวัน คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก หยิบเอากระแสสังคมมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการตลาด ทำให้เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่ ทันสมัย ไม่เหมือนใคร และสูตรเฉพาะที่ลองผิดลองถูก ปรับปรุงและพัฒนามานานกว่า 4 ปี มีเมนูที่หลากหลาย ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน ทุกวันนี้ งานประจำที่ทำอยู่ อาจจะดูน่าเบื่อ จำเจ การได้ลาออกมาเปิดร้านตามใจตัวเอง อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่จะต้องมีความชอบและมีความสุขอยู่กับงานนั้นจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของสาวที่ลาออกจากงานประจำ ผันตัวเองมาเปิดคาเฟ่เฉาก๊วยที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์จะหยิบยกมานำเสนอในวันนี้ เหตุเกิดจากความเบื่องานออฟฟิศ จึงลาออกมาทำสิ่งที่ชอบ สู่ธุรกิจที่ทำเงินได้ดี คุณเจี๊ยบ-ชัญญาภัค กุลเกษมหิรัญ เจ้าของ ก๊วย E กั้ง คาเฟ่ ที่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ มาช่วยธุรกิจของคุณพ่อที่บ้าน แต่ในความรู้สึกลึกๆ เธอเองก็มีความเบื่อหน่ายกับการเป็นพนักงานออฟฟิศ และอยากจะค้นหาตัวตนในด้านอื่นๆ เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาแล้ว ก็ได้ลองขายสิ่งที่ตนรัก นั่นก็คือ เฉาก๊ว
อดีต ซาวด์เอนจิเนียร์ รับไม้ต่อกิจการที่บ้าน “แหลมเจริญซีฟู้ด” ร้านชื่อดังระดับประเทศ ขยายกว่า 43 สาขาทั้งไทยและต่างประเทศ ใครหลายคนคงรู้จักกับ “แหลมเจริญซีฟู้ด” ร้านอาหารทะเลไทยที่ไม่เพียงแต่อาหารอร่อย สดใหม่ รสชาติไทยแท้เท่านั้น แต่ยังมีการรักษาคุณภาพให้คงมาตรฐานในทุกๆ สาขา ทำให้กลายเป็นร้านซีฟู้ดชื่อดังระดับประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ เชฟปอง-ปยุต กองสุวรรณ Executive Chef ของกลุ่มบริษัทในเครือ แหลมเจริญซีฟู้ด กรุ๊ป ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจเส้นทางความสำเร็จของเชฟปอง จากอาชีพนักดนตรีสู่การเป็นเชฟใหญ่ และเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายกว่า 43 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในดนตรี ชีวิตที่ผ่านมาของเชฟปองเปรียบเสมือนการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง เริ่มต้นด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่อเขาได้เรียนกีตาร์แล้วรู้สึกถึงความสุข ที่สามารถส่งต่อให้คนฟังได้ เชฟปองจึงเลือกที่จะเข้าเรียนดนตรีที่ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาดุริยางคศิลป์ แต่กลับพบว่าความชอบของตน ไม่ได้ตรงกับการเล่นดนตรีคลาสสิค จึงตัดสินใจดรอปเรียน และได้ไปเรียนที่สถาบัน S
“คาเฟ่แม่” คาเฟ่ขนมไทยโฮมเมดของคุณแม่ วัย 75 ปี ความตั้งใจของลูกสาว ที่อยากสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ครอบครัว คาเฟ่แม่ คาเฟ่ที่เกิดจากความตั้งใจของลูกสาวที่อยากจะสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้กับคุณแม่และน้าๆ วัยเกษียณได้ส่งต่อรอยยิ้ม ส่งต่อความอร่อย และส่งต่อความสุขไปยังลูกค้า เรื่องราวแสนอบอุ่นในวันนี้ เป็นเรื่องราวของคุณหนิง-มธุดานันท์ คชคง อายุ 47 ปี คุณแม่อารีย์ คชคง อายุ 75 ปี และคุณน้าอีก 2 ท่าน คือ คุณน้าต้อย-ทัศนีย์ กระต่ายทอง อายุ 70 ปี และคุณน้าแดง-พิมพาพัส เกตุสุวรรณ อายุ 68 ปีเจ้าของร้าน Cafe Mae “คาเฟ่แม่” คาเฟ่ขนมไทยโบราณสูตรคุณยายที่ทำกินกันจากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดและเริ่มทำเป็นคาเฟ่ขนมไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี จากข้าราชการวัยเกษียณ สู่แม่ค้าขนมหวาน คุณหนิง เล่าว่า ก่อนที่คุณแม่และน้าๆ จะเกษียณ แต่ละท่านก็ทำงานเป็นข้าราชการกันมาก่อน โดยคุณแม่จะเป็นผู้คุม คุณน้าคนแรกเป็นครู อีกท่านเป็นผู้คุม ทุกวันนี้ทั้ง 3 ท่านกินบำนาญทุกคน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเปิดคาเฟ่เลย ต้องย้อนกลับไปว่า พี่ชายของคุณหนิงมีร้านอาหารมาก่อน เขาจะทำเชฟเทเบิลอยู่ที่เชียงใหม่ คือที่ หุบเขาคนโฉด อ.แม่ริม จ.เชี
อยากมีอาชีพ ไปทำงานต่างประเทศ เป็น “พ่อครัวแห่งชาติ” เริ่มต้นอย่างไร ขณะที่ผมกำลังนั่งพิมพ์ต้นฉบับนี้อยู่ ก็นั่งคุมสอบ “พ่อครัว 1” หรือ “การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับ 1 สาขาผู้ประกอบอาหารไทย” ที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยไปด้วย ทำไมต้องสอบ “พ่อครัว” “ใบพ่อครัวแห่งชาติ” นี้ เอาไว้เป็นหลักฐานรับรองตัวเองสมัครงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกครับ มี 2 ระดับ ระดับ 1 และ ระดับ 2 ระดับ 1 คือ ผู้ช่วยพ่อครัว ทำตามคำสั่ง ระดับ 2 เป็นกุ๊กใหญ่แล้ว สั่งงานคนอื่นเป็น พวกที่เป็นกุ๊กมาแต่ไม่เคยมีใบ หรือเรียนทำอาหารต้องสอบระดับ 1 ก่อน ผ่านแล้วไปทำงานมาอีก 3 ปี ถึงขอสอบระดับ 2 ได้ ส่วนใหญ่มักสอบกันแค่ระดับ 1 เพราะพอได้ทำงานแล้วค่อยไต่เต้าเอา แต่หลายประเทศในยุโรปตอนนี้ระบุมาเลยครับว่าต้องการระดับ 2 การสอบเรามีการสอบทฤษฎีเป็นชอยส์ ก ข ค ง 50 ข้อ ต้องผ่านอย่างน้อย 35 ข้อ สอบกับคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น ทั้งคำถามและคำตอบ จะหมุนวนของมัน นั่งติดกันข้อสอบก็ไม่เหมือนกัน ทฤษฎีเอามาแค่ 20% แต่เป็นตัวตัดเป็นตัดตาย ไม่ผ่านทฤษฎี ไปไม่ถึงด่านปฏิบัติ ข้อสอบชุดใหม่ ที่จัดทำโดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นี้ ใช้มาปี
