ตำนานสภากาแฟกว่า 100 ปี “ออน ล๊อก หยุ่น” รสชาติแห่งความทรงจำผ่านกาแฟ
ในยุคที่คาเฟ่สไตล์ฮิปๆ สไตล์มินิมอล ผุดขึ้นมากมายเต็มเมือง ใครหลายคนต่างหาสถานที่เที่ยวพักผ่อนชิลๆ ที่ไม่เพียงแต่มีเฉพาะของกินที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องมีบรรยากาศที่ดี ถ่ายรูปสวย เป็นจุดเช็กอินที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อีกหนึ่งในร้านที่ยังคงความคลาสสิคและเสน่ห์ของความดั้งเดิมไว้อย่างเต็มเปี่ยม นั่นคือ “On Lok Yun – ออน ล๊อก หยุ่น” สภากาแฟที่ขายเฉพาะเมนูอาหารเช้า ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามายาวนานเกือบร้อยปี
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เฮียช้าง-สมบัติ ทยานุกูล ผู้สืบทอดกิจการรุ่นที่สามของครอบครัว โดยได้มาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของร้าน ตั้งแต่ยุคก่อตั้งสมัยรุ่นพ่อ เหมือนพาทุกคนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศวันวาน

ตำนานสภากาแฟ
ย้อนกลับไปประมาณ 90 ปีที่แล้ว คุณพ่อของเฮียช้างได้เดินทางมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ‘ตั้งรกราก’ ในประเทศไทย และเปิดร้านกาแฟขึ้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน “ออน ล๊อก หยุ่น” สภากาแฟอายุเกือบร้อยปี
เฮียช้าง เล่าต่อว่า ช่วงเปิดร้านแรกๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นชินกับอาหารตะวันตก เช่น ไข่ดาวหรือขนมปัง เพราะคนส่วนใหญ่นิยมทานข้าวกัน กลุ่มลูกค้าที่มาหลักๆ จะเป็นเซียนพระ ที่มานั่งส่องพระเครื่องกันประจำ โดยไม่ได้สั่งอาหารหนักๆ สักเท่าไหร่ จะเน้นสั่งเป็นกาแฟกับขนมปัง ทำให้รายได้ไม่มาก ซึ่งเฮียช้าง บอกว่า เป็นช่วงที่ค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน
“สมัยก่อนที่ร้านพวกเล่นพระจะเยอะ ไข่ดาวไม่กินหรอก กินกาแฟ ขนมปัง มันได้ไม่กี่ตังค์ ไม่คุ้ม ก็ไม่ไหวเหมือนกันตอนหลัง” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะและอารมณ์นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
ต่อมาในช่วงปี 2520 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยว และถ่ายภาพร้าน ออน ล๊อก หยุ่น กลับไปเผยแพร่ผ่านนิตยสารท่องเที่ยว ทำให้ร้านกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และทำให้กิจการของร้านสามารถยืนหยัดต่อไปได้ อีกทั้งช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนรุ่นใหม่ในยุคนั้น รู้จักและหันมาบริโภคอาหารจากฝั่งตะวันตก หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “อาหารฝรั่ง” มากขึ้น ทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ เริ่มทาน “แฮมเบอร์เกอร์” ทำให้ทางร้านมีลูกค้าเพิ่มขึ้น
เฮียช้างว่า “สมัยก่อนส่วนใหญ่ก็มานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ กินกาแฟแก้วหนึ่ง สูบบุหรี่ควันโขมงกันอยู่ข้างล่าง แล้วก็คุยการเมืองกัน ส่วนใหญ่ก็มีท่านชาติชายมาดูหนัง แล้วก็มาทาน ท่านเฉลิมก็เคยมา”
ย่านตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งของโรงหนังเลยก็ว่าได้ อาทิ เฉลิมกรุง โรงหนังแกรนด์ โรงหนังคิง โรงหนังควีน และเฉลิมไทย หรือแม้แต่ไนติงเกล ที่เป็นห้างสมัยแรกๆ ก็อยู่ในย่านเจริญกรุงเช่นกัน
“สมัยก่อนตรงนี้เจริญมากเลย เสร็จแล้วก็ไปแถวสยาม สกาล่า ลิโด้ วัยรุ่นก็ไปทางนู้นหมด ก็ค่อยๆ เริ่มซาลง แต่ละยุคแต่ละสมัยมันก็เปลี่ยนไป”

“ออน ล๊อก หยุ่น” : สวนดอกไม้หรือสวนแห่งความสุข
หากพูดถึงร้านกาแฟที่เป็นเสมือน “สภากาแฟ” คงจะอดนึกถึงร้าน “ออน ล๊อก หยุ่น” ไปไม่ได้ เพราะเป็นร้านที่มีบรรยากาศคลาสสิค อบอุ่น ลูกค้ามักมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ และพูดคุยกัน เปรียบเสมือนจุดรวมตัวของผู้คนในยุคนั้น
“บรรยากาศมันก็ต่างกันเยอะแหละ รุ่นพ่อผมแทบจะมีแต่คนแก่ กินกาแฟกับไข่ลวก”
อีกหนึ่งความพิเศษที่ต่างจากคาเฟ่สมัยใหม่ นั่นคือเป็น สถานที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านรสชาติกาแฟอันหอมกรุ่น และ เมนูอาหารเช้าแบบดั้งเดิม ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน อีกทั้งยังคงบรรยากาศของร้านไว้ทุกซอกทุกมุม ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
เฮียช้าง เล่าว่า สมัยก่อนตอนเฮียอายุ 6 ขวบ โอเลี้ยงราคาแก้วละ 50 สตางค์เท่านั้น ผ่านมาหลายปีจนถึงตอนนี้ราคา 30 บาท และวัตถุดิบที่ทางร้านใช้เป็นเกรดคุณภาพ บวกกับกาแฟคั่วเอง 100% ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้เลยว่าคุ้มราคาแน่นอน
“มันก็พออยู่ได้แหละ ถ้าปรับราคาสูงไปลูกค้าก็หายหมดน่ะสิ ผมว่าเอาพอดีๆ ดีกว่า เพราะเราอยู่ได้ ลูกค้าก็อยู่ได้ ขนาดอย่างนี้คนยังบอกว่าแพงเลย”
เฮียเล่าต่อว่า เดี๋ยวนี้วัยรุ่นชอบกินของตามกระแส และการค้าขายก็มีการแข่งขันกันสูงกว่าเมื่อก่อน กลยุทธ์ของเฮียนั่นคือการคุยเล่นกับลูกค้า อีกทั้งยังมีบริการน้ำชาฟรี คอยเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่มาทาน
“ของกินมันก็รู้ๆ อยู่ ว่าแล้วแต่จังหวะ ลูกค้าเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ของผมยังดีที่ว่าอาศัยลูกค้าประจำ รุ่นสู่รุ่น แล้วได้ต่างชาติเพิ่มมา ถ้าไม่ได้ต่างชาติเพิ่ม ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน โชคดีที่ว่ายังพออยู่ได้”

ชาวต่างชาติแห่ต่อคิว
“ก่อนโควิดจะเป็นคนจีน แต่หลังโควิดมานี่รู้สึกว่าเวียดนามจะเยอะ แล้วก็มีชาวต่างชาติ ผมว่าก็คงมาจากอินสตาแกรม เฟซบุ๊กนี่แหละ กระแสมันก็เลยมา”
ด้วยกระแสจากโลกออนไลน์ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมักจะบอกต่อกันว่า “ออน ล๊อก หยุ่น” เป็นหนึ่งในร้านที่ต้องมาเยือนเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกลิ่นอายความเก่าแก่ของร้าน จนทำให้หลายคนยอมต่อคิวเพื่อเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศคลาสสิค โดยปัจจุบันมีคนมาที่ร้านเฉลี่ยวันละ 100 กว่าคนเลยทีเดียว
ความยั่งยืนของ “ออน ล๊อก หยุ่น”
ไม่เพียงแค่การเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของร้านเอาไว้ นั่นคือ การรักษามาตรฐานรสชาติอาหาร โดยที่ร้านของเฮียช้างจะเน้นขายเมนูอาหารเช้าง่ายๆ เช่น ไข่ดาว ไข่กวน และมีท็อปปิ้งเพิ่มให้ 4 อย่าง ได้แก่ แฮม ไส้กรอก เบคอน และกุนเชียง
ส่วนเฟอร์นิเจอร์จะเป็นของโบราณทั้งหมด อาทิ โต๊ะกลมโบราณอายุกว่า 100 ปี ป้ายร้านที่เป็นเอกลักษณ์ ตู้เก็บของที่เน้นความคลาสสิค ที่ทำให้ลูกค้านึกถึงความเก่าแก่
“ถ้ามันดีอยู่แล้ว ก็พยายามรักษามันไว้ ทุกอย่างก็มีส่วน พนักงานก็มีส่วนว่าจะดึงดูดลูกค้าได้หรือเปล่า ของผมโชคดีอย่างคือลูกน้องเต็มที่กับเราหมด ก็เลยโชคดีไป”
