SMEs เกษตร
โดยทั่วไปเราจะเห็นการเพาะเห็ด เพาะกันในโรงเรือน แต่คราวนี้พาไปชมการเพาะเห็ดในกระถาง เหมือนการปลูกไม้ประดับเลย นั่นคือเห็ดตีนแรด ด้วยการเพาะที่ไม่ยากและรสชาติอร่อย เห็ดตีนแรดต้นนี้ เป็นภาษาที่เรียกกันทางภาคอีสาน แต่ถ้าเป็นกลางจะเรียก เห็ดตับเต่าขาว และทางภาคเหนือเรียกว่าเห็ดจั่นมีลักษณะดอกใหญ่ สีขาว มีลักษณะสวยงาม เห็ดตัวนี้สามารถนำก้อนเชื้อปลูกในกระถางเหมือนกับการปลูกต้นไม้ทั่วไป ได้เลย และตัดดอกได้เหมือนตัดไม้ประดับ ซึ่งน่าจะเป็นเห็ดสำหรับคนเมืองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ต้องมีโรงเรือน สำหรับ วัสดุเพาะในการผลิตถุงเชื้อ ประกอบด้วย ขี้เลื่อยไม้ยางพารา , รำละเอียด , ยิปซั่ม 2 กิโลกรัม, ปูนขาว และ ดีเกลือ ทั้งนี้ เห็ดตีนแรดยังสามารถเจริญได้ใน ฟางแห้งสับผสมกับซังข้าวโพดป่น, ซังข้าวโพดป่นล้วน, ไส้นุ่นล้วน, ฟางสับล้วน, ฟางหมักกับขี้ม้าหรือปุ๋ยเคมี หรือจะใช้วัสดุหลายอย่างผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ ส่วนการบรรจุถุง ใช้ถุงสำหรับการเพาะเห็ดโดยเฉพาะ ขนาด 6.5 x 12.5 นิ้ว โดยกรอกวัสดุเพาะลงถุง แล้วทุบให้แน่นที่สุด ใส่คอขวดพลาสติกแล้วปิดด้วยจุดสำลี จากนั้นนำไปนึ่งฆ่าเชื้อในหม้อนึ่ง มีความร้อนประมาณ 100
คุณประเสริฐ บางแดง เจ้าของสวนเมล่อน “น้ำเพชรฟาร์มเมล่อน” อยู่บ้านเลขที่ 3/3 หมู่ที่ 7 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 641-5176, (061) 469-8262 เมล็ดพันธุ์เมล่อน คุณประเสริฐ บางแดง เล่าว่า ตอนนี้ปลูกเมล่อนอยู่ 2-3 สายพันธุ์หลักๆ แต่จะเน้นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ในบ้านเราแล้ว เพราะจะมีการปรับตัวและความแข็งแรงดีกว่าสายพันธุ์เมล่อนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ส่วนราคาเฉลี่ยแล้วจะตกเมล็ดละ 4-5 บาท (แล้วแต่สายพันธุ์) ยกตัวอย่าง พันธุ์ “กรีนเน็ต 99” เนื้อเขียว เนื้อนุ่มหอมหวาน ผิวมีตาข่ายเส้นเล็ก มีลักษณะทนโรคและปลูกง่าย อายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 65-70 วัน เท่านั้น เหมาะสำหรับมือใหม่ ตลาดยอมรับทั่วไป อีกพันธุ์ คือ “กาเลีย” ผิวผลสีเหลือง เนื้อเขียว หอมหวาน โดยจะเน้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์การค้าทั่วไปและเป็นพันธุ์ที่ได้ปรับปรุงพันธุ์ในบ้านเราแล้ว คุณประเสริฐ บางแดง กับสวนเมล่อนที่ทำรายได้ให้กับครอบครัว การเพาะกล้าเมล่อน เหมือนการเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง การเพาะเตรียมกล้าเมล่อนก็เช่นกัน โดย คุณประเสริฐ อธิบายว่า ตนเองมักจะแช่เมล็ดเมล่อนด้วยน้ำอุ่น ราว 4 ชั่วโ
คุณฤชัย วงศ์สุวัฒน์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุงจำนวนหนึ่งได้รวมกลุ่มกันดำเนินการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง โดยมี คุณศักดิ์นรินทร์ ทองสีดำ เป็นประธานกรรมการ และทางวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง โดยจะใช้พื้นที่ทางการศึกษา ของสาขาวิชาประมง ซึ่งมีอาคารโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ แปรรูป บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้กับนักศึกษาและประชาชนโดยทั่วไป จะก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากทางด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชน และนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรกรรม ที่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็จะเข้าทำงานในวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง และประกอบอาชีพได้ คุณฤชัย กล่าวอีกว่า จะเกิดผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ ซึ่งเดิมจะต้องสั่งลูกปลามาจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต เพราะค่าขนส่งเป็นเงินจำนวนมา
เมื่อราวปี 2555 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่ไต้หวัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเข้าชมงานเทศกาลมะม่วงประจำปีของไต้หวันและดูงานการเกษตรอื่นๆ ด้วย การดูงานในครั้งนี้ได้มีโอกาสเข้าชมสวนชมพู่ของเกษตรกรรายหนึ่งที่ ตำบลหยวนซาน (Yuanshan) เมืองยี่หลาน (Yilan) ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน และจัดเป็นสวนชมพู่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะไต้หวัน และปลูกชมพู่มานานประมาณ 30 ปี อาจารย์ประทีป กุณาศล ผู้เชี่ยวชาญไม้ผลท่านหนึ่งของเมืองไทยเคยคุยกับผู้เขียนว่า ไต้หวันเป็นแหล่งผลิตชมพู่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาสายพันธุ์, การจัดการสวน และการปรับปรุงคุณภาพของผลผลิต เมื่อผู้เขียนได้เข้าไปดูในแปลงปลูกชมพู่ของเกษตรกรไต้หวันรายหนึ่งเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ต้องยอมรับว่าเป็นแปลงปลูกชมพู่ที่มีการจัดการสวนที่ดีมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าต้นชมพู่ของสวนแห่งนี้มีอายุต้นได้ 28 ปี เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย 10-12 นิ้ว มีการควบคุมทรงพุ่มให้ความสูงของต้นเฉลี่ย 3-4 เมตรเท่านั้น ทางด้านสายพันธุ์ที่ปลูก เจ้าของสวนบอกว่า นำพันธุ์มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ระบุประเทศ คา
เป็นกระแสฮือฮาไม่น้อย สำหรับวงการกุ้งสวยงาม หรือที่เรียกกันว่า “กุ้งเครย์ฟิช” ที่ได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามสวนกระแสธุรกิจและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะได้รับความนิยมจากทั้งคนซื้อ คนขาย หรือกระทั่งคนที่ต้องการซื้อมาเลี้ยงเพื่อเอาไว้ดูเล่น สำหรับวงการกุ้งเครย์ฟิช มองว่า กุ้งเครย์ฟิช เป็นกุ้งสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่น่าสนใจในการลงทุน และมีอัตราความสนใจการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งเป็นที่นิยมของกลุ่มคนโดยเฉพาะที่มีตลาดค่อนข้างกว้างมากในสังคมอีกด้วย คุณอฐิพัลส์ อภิณัฐภูมิ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกุ้ง นายน์ เครย์ฟิช เผยว่า “ปัจจุบันตลาดกุ้งเครย์ฟิชเติบโต และได้รับความสนใจจากคนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ตัวผมเองประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลอดไฟ และจอแอลอีดี มาตั้งแต่ต้นก่อนที่จะมารู้จักกับการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช ก่อนที่จะได้มาเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช ก่อนหน้านี้สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงมาก่อน แต่พอเอามาเลี้ยงจริง กลับไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเลี้ยงเป็นระบบฟาร์มใหญ่ เลยต้องเลิกเลี้ยง แต่อุปกรณ์ที่เลี้ยงกุ้งยังอยู่ ประจวบกับได้รู้จักกุ้งเครย์ฟิช เลยศึกษาและเริ่มเลี้ยงเป็นงานอดิเรก จากความตั้งใจเดิมที่เลี้
“ ส้มกา ” เป็นส้มสายพันธุ์หายากที่คนไทยรุ่นใหม่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก ความจริง ส้มกาก็คือ ส้มเช้ง เป็นส้มเปลือกหนาอีกสายพันธุ์หนึ่ง เกษตรกรบางรายเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า “ส้มตรา” ส้มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเมืองจีน เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนตระกูลเดียวกันกับส้มทั่วๆ ไป คนจีนในสมัยก่อนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาหากินอยู่ในเมืองไทยก็ได้นำสายพันธุ์ส้มชนิดนี้เข้ามาปลูกด้วย โดยแหล่งใหญ่ที่ปลูกก็คือ ย่านบางมดนั่นเอง ส้มกา ให้ผลผลิตเพียงปีละหนึ่งครั้ง ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนนิยมใช้ในพิธีไหว้บรรพบุรุษ คำว่า ส้มในภาษาจีนออกเสียงว่า ไต่กิ๊ก แปลได้ 2 ความหมาย คือคำว่า ทอง และคำว่า ความสงบ ส้มกายังมีสรรพคุณเด่น คือ ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน รักษาเหงือก คุณค่าทางอาหารให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี ที่ผ่านมา เกษตรกรนิยมปลูกส้มกากันมากในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และสมุทรสาคร รศ.ดร.ระวี เสรฐภักดี ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านส้มและมะนาว เล่าว่า ส้มกาหรือส้มตรา มี 2 พ
วันนี้ทีมข่าว เดินทางแวะเยี่ยมยามถามข่าว เกษตรกรผู้มีความสำเร็จ คุณประคอง คงมูล อายุ 65 ปี คุณคำพันธ์ คงมูล อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 7 บ้านโพนทอง ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร. (085) 448-2360 พื้นที่ 1 ไร่ แปลงต้นแบบ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดกาฬสินธุ์ (โครงการกาฬสินธุ์คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ปี 2557) ประจำตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พื้นที่ 1 ไร่ แบ่งออกเป็นสัดส่วนโรงเรือนสุกร จำนวน 19 ตัว ได้โรงงานปุ๋ยชั้นดี น้ำล้างคอกหมู ปล่อยลงแปลงนา ข้าวสวยงามมาก ปล่อยลงบ่อเก็บน้ำทิ้ง ตักมาผสมน้ำ 1:1 รดพืชผัก ผลไม้ เขียวขึ้นภายใน 1-2 วัน เป็นรายได้รายปี ไก่พื้นเมือง 100 ตัว จับขายรายสัปดาห์ ไก่ไข่ 10 ตัว ได้ไข่รับประทานในครัวเรือน ทุกวัน เหลือขาย บ่อปลา 1 บ่อ มะนาว 7 ต้น กล้วย 10 กอ มะพร้าว 6 ต้น ตะไคร้ 5 กอ ข่า 10 กอ มะกรูด 2 ต้น พริก มะเขือ สระแหน่ ยี่หร่า พืชสวนครัวครบ เป็นพืชผักเกษตรอินทรีย์ล้วน เราอยู่อย่าง “ได้แสนสุข” คิดเป็นมูลค่าไม่ได้ แต่คุณค่าสูงยิ่ง ตลอดทั้งปี มีเงินแสน คุณประคอง กล่าวว่า ตนเองปฏิบัติจากการศึกษา ค้นคว้า มี คุณพงษ์ศักด
การปลูกต้นไม้ของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง อาจมีรสนิยมต่างกันไป บางหลังเน้นไม้ดอก บางหลังเน้นไม้ผล หรือบางหลังเน้นการผสมผสานทั้งไม้ผล ไม้ดอก พืชสมุนไพร พืชสวนครัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเหมาะสม โอกาส และข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่ที่สังเกตจะพบว่าหลายหลังมักปลูกไม้ไทย ไม้หอม ไว้ประดับบ้านกันอยู่บ้าง ตลาดจำหน่ายไม้ไทย ไม้หอม อาจดูมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับไม้ดอกไม้ประดับ เหตุผลประการหนึ่งอาจเป็นเพราะลูกค้าของตลาดกลุ่มนี้มีเฉพาะในวงการที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้เท่านั้น ดังนั้น การเลือกซื้อพันธุ์ไม้ไทย ไม้หอม จึงควรต้องพิจารณาเป็นพิเศษ “โต โต้ (ชวนชม)” เป็นสวนไม้ไทย ไม้หอม ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งในย่านกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพราะสวนแห่งนี้เลือกสรรไม้ไทย ไม้หอม นานาพันธุ์ทั้งที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย หรือที่หายาก นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นจำหน่ายด้วย คุณนรินทร์ วุฒิวงศ์ เจ้าของสวนที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่ำเรียนระดับปริญญาตรี จากรั้วพ่อขุน แล้วเริ่มต้นงานด้านเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร จนมาพบกับภรรยาที่ทำงานอยู่นครปฐม เมื่อยุคที่ชวนชมโด่งดัง คุณนรินทร์มองเห็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ
จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ไม่เอื้ออำนวยต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของปลา และสัตว์น้ำจืดตามธรรมชาติ ประกอบกับการหาปลาที่เกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ตลอดจนภัยธรรมชาติ ส่งผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรงต่อชนิดและปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ กล่าวคือ พันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยบางชนิดได้สูญพันธุ์ไป นอกจากนี้ พันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยอีกหลายชนิดมีปริมาณลดลง การเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ จึงเป็นที่สนใจของหลายๆ คน เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งบางคนหารายได้เสริม จากการเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จนสามารถสร้างรายได้มากกว่างานประจำที่ทำเหมือนเช่น คุณธีระกิจ เมณร์กูล อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ที่ละทิ้งงานบริษัทสู่อาชีพเกษตรกรรม คุณธีระกิจ เมณร์กูล (ซ้าย) คุณกริชเพชร อัฐวงศ์ (ขวา) จากพนักงานบริษัท ผันชีวิตเกษตรกรเพาะพันธุ์ปลา คุณธีระกิจ คลื่นลูกใหม่ไฟแรงวัย 28 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวทำสวนส้มอยู่ที่หมู่บ้านสุเม่น ตำบลแม่สิน ซึ่งคนในหมู่บ้านสุเม่นทำสวนส้มกันส่วนใหญ่ เมื่อทำไปนานๆ การทำสวนส้มไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่า
ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย พืชผลทางการเกษตรราคาตก พืชที่ได้รับผลกระทบหนักคงจะหนีไม่พ้น ข้าว พืชหลักทำเงินเข้าประเทศ สร้างปัญหาเป็นวงกว้างแก่ชาวนา โดยเฉพาะในเรื่องปากท้อง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างความท้อถอยให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก แต่มีชาวนาบางกลุ่มยังมุ่งที่จะทำเกษตรต่อไป จนเกิดการพลิกผืนนามาปลูกแตงโม สร้างรายได้มากกว่าปลูกข้าวหลายเท่านัก คุณอุดร หอมกลิ่น อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 15 หมู่บ้านค่ายพัฒนา ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรผู้พลิกฟื้นผืนนา หันมาปลูกแตงโมทั้งสายพันธุ์ที่มีเมล็ดและไร้เมล็ด คุณอุดรจบการศึกษาระดับอนุปริญญา ก่อนหน้าที่จะหันมาเป็นเกษตรกร มีอาชีพรับจ้างเดินสาย ใครจ้างทำอะไรที่ไหนไปหมด และได้เปลี่ยนวิถีจากงานรับจ้างมาทำงานที่ฟาร์มวัวเนื้อ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำนานกว่า 10 ปี แต่ด้วยที่ทำงานประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่เลี้ยง ตนจึงลาออกจากงานมาค้าขาย ได้มีเวลากลับมาคิดว่าตัวเองเริ่มอายุมากแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนอาชีพบ่อยๆ ได้มองเห็นคนแถวบ้านทำเกษตรกันเยอะ จึงมีความคิดทำเกษตรปลูกข้าว แต่ทำไปทำมาข้าวราคาตก อยู่ไม่ได้จึงมองหาพืชอย่างอื่นที่เหมาะก
