SMEs เกษตร
กล้วยไข่ เกษตรศาสตร์ 2 เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์กล้วยไข่ อาศัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ร่วมกับการใช้รังสีแกรมมาในการปรับปรุงพันธุ์ จากนั้นทำการคัดเลือกกล้วยไข่ที่มีลักษณะดี มีความคงตัวของสายพันธุ์ และสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมได้ กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2 มีลักษณะเด่น เหมาะแก่การปลูกเพื่อการส่งออก เนื่องจากมีเหลืองอ่อนแม้ยังดิบ เนื้อละเอียดเนียน ไม่มีไส้กลาง คล้ายกล้วยหอมทอง ลักษณะภายนอก ผลป้อมปลายมน สีผิวเหลืองสดใส ปลายทู่ แต่ความยาวก้านผลยาวมากกว่าเดิม จึงทำให้การเรียงของผลภายในหวีเป็นระเบียบ ผลไม่เกยกัน การวางตัวในแต่ละเครือสวยงาม ทำให้ได้ผลผลิตที่สามารถส่งออกได้ต่อเครือสูงขึ้น ดังนั้น แม้จะปลูกในพื้นที่เท่าเดิม ปริมาณเท่าเดิม แต่สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ด้วยเหตุนี้ กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทน กล้วยไข่ ในการสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ จากโครงการ “Branding Project-Thai Produce and Grains กล้วยไข่” มีการขยายพันธุ์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 สามารถปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน
อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศ ตั้งอยู่ในเทือกเขาสันการาคีรี มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง มีอากาศดี และมีหมอกตลอดทั้งปี ด้วยภูมิอากาศเช่นนี้ เอง อ.เบตง ในอดีต จึงเป็นแหล่ง ปลูกส้มโชกุนอย่างดี มีชื่อเสียง แต่ด้วยโรคระบาด และราคาไม่แน่นอน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ พากันโค่นต้นส้มทิ้ง และหันไปปลูกยางพารา กระทั่งในปัจจุบัน เหลือพื้นที่ปลูกส้มโชกุน ในอำเภอเบตง ไม่ถึง 20 เปอร์เซนต์ และด้วยความที่ไม่ต้องการให้ ส้มโชกุน เบตง เหลือแต่เพียงชื่อในตำนาน หลายภาคส่วนในจังหวัดยะลา จึงร่วมมือกันสนับสนุนเกษตรกรให้กลับมาปลูกส้มโชกุน คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ หรือคุณชาย วัย 45 ปี บัณฑิตสาขาวิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของสวนส้มโชกุน 20 ไร่ ที่อ.เบตง เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ ในการช่วยฟื้นฟู ส้มโชกุนเบตง ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ประวัติคร่าวๆ ของคุณชาย ก็คือ หลังจากจบปริญญาตรี คุณชายก็ทำงานไม่ต่างจากเพื่อนๆ ร่วมคณะอีกหลายคน นั่นคือเป็นพนักงานส่งเสริมการขายเคมีเกษตร ในบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต่างชาติหรือ บริษัทคนไทย แต่สำหรับคุณชาย หลังจากเรียนจบ ทำงา
9 เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้าให้ได้ผลดี เคล็ดลับจาก อาจารย์กัลยาณี สุวิทวัส นักวิจัยชำนาญการพิเศษ สถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สำหรับต้นกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ซึ่งมาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งเกษตรกรที่นำต้นพันธุ์ของสถานีไปปลูกนั้น อาจารย์กัลยาณีบอกว่า มีเทคนิคที่ต้องใส่ใจ ดังนี้ 1. คัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีขนาดความสูง 15 เซนติเมตรขึ้นไป หรือมีเส้นรอบวงต้นมากกว่า 3.5 เซนติเมตร หากต้นเล็กกว่านี้จะพบปัญหาเรื่องการดูแล และอัตราการตายสูง 2. เตรียมแปลงปลูก ระยะ 3×3 หรือ 4×4 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50x50x50 เซนติเมตร เพื่อให้ระบบรากเดินดี ขึ้นโคนช้า ระยะปลูกขึ้นอยู่กับการดูแล ถ้าดูแลดี กอกล้วยใหญ่ ควรปลูกระยะ 4×4 เมตร 1 กอ ควรใว้เพียง 4 ต้นเท่านั้น 3. คลุกเคล้าปุ๋ยคอกผสมดินประมาณหลุมละ 2 กิโลกรัม รองก้นหลุมขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วจึงปลูกต้นกล้วยและกลบบริเวณโคนต้นให้แน่น ทำแอ่งดินรอบต้นเพื่อเก็บน้ำรักษาความชื้นของดิน และควรรองก้นหลุมด้วยสารป้องกันหนอนกอกล้วยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อหลุม 4.
คุณประเสริฐ บางแดง เจ้าของสวนเมล่อน “น้ำเพชรฟาร์มเมล่อน” อยู่บ้านเลขที่ 3/3 หมู่ที่ 7 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 641-5176, (061) 469-8262 เมล็ดพันธุ์เมล่อน คุณประเสริฐ บางแดง เล่าว่า ตอนนี้ปลูกเมล่อนอยู่ 2-3 สายพันธุ์หลักๆ แต่จะเน้นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ในบ้านเราแล้ว เพราะจะมีการปรับตัวและความแข็งแรงดีกว่าสายพันธุ์เมล่อนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ส่วนราคาเฉลี่ยแล้วจะตกเมล็ดละ 4-5 บาท (แล้วแต่สายพันธุ์) ยกตัวอย่าง พันธุ์ “กรีนเน็ต 99” เนื้อเขียว เนื้อนุ่มหอมหวาน ผิวมีตาข่ายเส้นเล็ก มีลักษณะทนโรคและปลูกง่าย อายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 65-70 วัน เท่านั้น เหมาะสำหรับมือใหม่ ตลาดยอมรับทั่วไป อีกพันธุ์ คือ “กาเลีย” ผิวผลสีเหลือง เนื้อเขียว หอมหวาน โดยจะเน้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์การค้าทั่วไปและเป็นพันธุ์ที่ได้ปรับปรุงพันธุ์ในบ้านเราแล้ว คุณประเสริฐ บางแดง กับสวนเมล่อนที่ทำรายได้ให้กับครอบครัว การเพาะกล้าเมล่อน เหมือนการเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง การเพาะเตรียมกล้าเมล่อนก็เช่นกัน โดย คุณประเสริฐ อธิบายว่า ตนเองมักจะแช่เมล็ดเมล่อนด้วยน้ำอุ่น ราว 4 ชั่วโ
ปัจจุบัน “เครื่องจักรกลการเกษตร” กลายเป็นตัวช่วยประจำครัวเรือนเกษตรกรทั่วไป เพราะเครื่องจักรกลเหล่านี้ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของอาชีพเกษตรกรรม ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ทั้งประหยัดแรงงานและประหยัดเวลาในการทำงาน “คุณทอม นิวบอร์น” ชื่อจริงตามบัตรประชาชนว่า “คุณปรีชา บุญส่งศรี” บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 6 ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โทรศัพท์ (086) 618-2302 เขาเจอปัญหาเครื่องจักรกลการเกษตรรวนบ่อย ต้องหยุดซ่อม เสียเวลาในการทำงาน เขาจึงใช้ความรู้ด้านช่างยนต์ ดัดแปลงอุปกรณ์เครื่องจักรที่มีปัญหาให้กลายเป็นเครื่องจักรที่ใช้งานได้ง่าย เช่น “เครื่องเจาะหลุมนิวบอร์น” และเปิดขายผลงานทางหน้าเฟซบุ๊กของเขา ปรากฏว่า ขายดิบขายดีอย่างน่าทึ่ง ล่าสุด “คุณทอม นิวบอร์น” หนุ่มลพบุรีรายนี้ ได้เปิดตัวผลงานชิ้นใหม่ “พลั่วขุดหน่อกล้วย” ที่ช่วยให้การขุดหน่อกล้วยเป็นเรื่องง่าย เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก คุณทอม นิวบอร์น โชว์พลั่วขุดหน่อกล้วย “การขุดหน่อกล้วย” “คุณทอม นิวบอร์น” เล่าให้ฟังว่า สวนของผมปลูกต้นกล้วยจำนวนมาก เมื่อต้องการขุดหน่อกล้วยจากแหล่งเดิมไปปลูกในพื้นที่ใหม่ โดยใช้อุปกรณ์ คือ เสียม หรือชะแลง มาขุดห
“การเลี้ยงปลาช่อน เดี๋ยวนี้แตกต่างกว่าสมัยก่อนมาก คือมีการใช้อาหารเม็ดมากขึ้น ทำให้การเลี้ยงเป็นแบบมาตรฐานจีเอพี (GAP) ซึ่งทำให้ปลาที่เลี้ยงมีความสะอาด เพราะน้ำที่เลี้ยงไม่เน่าเสีย เพราะฉะนั้นตัวปลาก็สามารถทำราคาเพิ่มได้ เพราะมีที่มาที่ไป โดยสามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตได้หมด ว่าเป็นลูกปลารุ่นไหน มีการเพาะพันธุ์ และการเลี้ยงอย่างไร ซึ่งเป็นการช่วยทำตลาดให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ทำให้วางห้างสรรพสินค้า และส่งออกยังต่างประเทศได้ เชื่อว่ายังมีโอกาสที่ดีในอนาคต” คุณวินัย จั่นทับทิม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กล่าว ปลาช่อน นับได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าไปตามร้านอาหารแล้วเมนูที่เกี่ยวกับปลาช่อน จะต้องมีอยู่ในเมนูของร้านกันเลยทีเดียว เช่น ปลาช่อนเผา แกงส้มแปะซะปลาช่อน ตลอดไปจนถึงผัดฉ่า หรือต้มยำก็อร่อย เมื่อมองถึงเรื่องของการตลาดแล้ว นับได้ว่าอนาคตของปลาชนิดนี้ยังไปได้อีกไกล เพราะวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากอย่างสมัยก่อน และที่สำคัญตลาดยังเป็นที่นิยม ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกินเนื้อปลาช่อน สามารถกินได้บ่อยๆ ในราคาที่ไม่แพง คุณขจร เชื้อขำ บ้
พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะระบบน้ำในการเกษตร ที่เหมาะสำหรับทำประมง เพราะใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม และบางพื้นที่ยังเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบน้ำกร่อยอีกด้วย เช่น เกษตรกรตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เกือบทั้งตำบลประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลัก นอกเหนือจากนั้นเป็นการปลูกพืชไร่ พืชสวน และเลี้ยงสัตว์ การรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชน เป็นสิ่งที่เกษตรกรอาชีพประมงในพื้นที่ตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หันมาให้ความสำคัญ และสิ่งนี้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาเมื่อเพื่อนสมาชิกประสบ เกษตรกรประมงกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองการซื้อขายสัตว์น้ำ และลดการเกิดปัญหาในอาชีพ เม็ดเงินที่ได้จากการเกษตรจึงเป็นรายได้ที่สร้างความพึงพอใจเป็นอย่างดี ความโดดเด่นของเกษตรกรประมงกลุ่มนี้คือ การเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน อีกทั้งปลานิลที่เลี้ยงเป็นปลาไซซ์ใหญ่ ราคาต่อกิโลกรัมสูง และไม่มีกลิ่นโคลนเหมือ
คุณสำราญ หน่อนาคำ เป็นเกษตรกรอยู่ที่ตำบลพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับด้านเกษตรเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเปิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตรอย่างครบวงจร “พอมาเปิดร้านเริ่มมีเงินทุนมากขึ้น เราก็เริ่มขยายพื้นที่บริเวณที่อยู่ใกล้ร้านเรา เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ หรือแม้แต่เมล่อนที่คนมองว่าปลูกยาก เราก็มาแนะนำบอกสอนด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำเองที่บ้านได้ ซึ่งเราจะเน้นให้ตรงคอนเซ็ปต์ที่ว่า การเกษตรไม่ได้กินเฉพาะทางปากเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสุขทั้งทางสายตาและสมองด้วย จึงทำให้จิตใจมีความสุข ซึ่งที่นี่ก็จะสอนความรู้แบบครบวงจร สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้” คุณสำราญ กล่าวถึงที่มา คุณสำราญ หน่อนาคำ(คนที่ 2 จากขวา) ซึ่งคุณสำราญ ได้แนะนำวิธีการปลูกเมล่อนแบบง่ายๆ ไว้กินเองที่บ้านว่า ขั้นตอนแรกหากระถางขนาด 12 นิ้วหรือภาชนะที่ไม่ใช้งานแล้ว มาใส่วัสดุปลูกจำพวกกาบมะพร้าวสับ ดินใบก้ามปู และแกลบหยาบ ผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 จากนั้นนำปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ใส่ลงไปด้านบนก
คุณสุบิน ปิ่นสกุล อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 3 ตำบลอบทม อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพทำนามาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ต่อมาได้หาพันธุ์ไก่พื้นเมืองมาเลี้ยงเพื่อเป็นงานอดิเรกหลังว่างจากทำนา เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะไก่พื้นเมืองทั้งหมดสามารถขายทำเงินได้ดี จึงเริ่มทำอย่างจริงจังแบบครบวงจร “พอเราได้พ่อแม่พันธุ์มา ก็เอามาเลี้ยงบริเวณบ้าน จะใส่สุ่มก็ได้ หรือถ้าใครมีพื้นที่จะปล่อยเลี้ยงลานกว้างก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องหมาให้ดี ซึ่งถ้าจะว่าไป ไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองเลี้ยงไม่ยาก มีอะไรให้กินก็กินได้ง่ายๆ ซึ่งเวลาที่เราจะผสมพันธุ์เราก็เลือกได้เลยว่าจะเอาพ่อพันธุ์ตัวไหน ก็จับให้ผสมกับแม่พันธุ์ที่เราเลือกไว้ ก็เตรียมรอเลี้ยงลูกไก่หลังจากที่ฟักออกมาให้ดี” คุณสุบินกล่าว แม่ไก่จะใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 21 วัน พอได้ลูกไก่ออกมาเป็นตัวแล้วจะขังเลี้ยงไว้ในสุ่มให้อยู่กับแม่ไก่ไปสักระยะ ในช่วงนี้จะให้ลูกไก่กินอาหารหมูเม็ดเล็ก เมื่อลูกไก่โตจนไม่ติดแม่แล้ว ก็จะนำออกมาเลี้ยงข้างนอก แล้วให้กินอาหารจำพวกข้าวเปลือก จนไก่เจริญเติบโตสมบูรณ์อายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไปจึงนำไปขาย ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ที่ขายจะเป็น 2 กลุ่ม คือ
การปลูกต้นไม้ของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง อาจมีรสนิยมต่างกันไป บางหลังเน้นไม้ดอก บางหลังเน้นไม้ผล หรือบางหลังเน้นการผสมผสานทั้งไม้ผล ไม้ดอก พืชสมุนไพร พืชสวนครัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเหมาะสม โอกาส และข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่ที่สังเกตจะพบว่าหลายหลังมักปลูกไม้ไทย ไม้หอม ไว้ประดับบ้านกันอยู่บ้าง ตลาดจำหน่ายไม้ไทย ไม้หอม อาจดูมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับไม้ดอกไม้ประดับ เหตุผลประการหนึ่งอาจเป็นเพราะลูกค้าของตลาดกลุ่มนี้มีเฉพาะในวงการที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้เท่านั้น ดังนั้น การเลือกซื้อพันธุ์ไม้ไทย ไม้หอม จึงควรต้องพิจารณาเป็นพิเศษ “โต โต้ (ชวนชม)” เป็นสวนไม้ไทย ไม้หอม ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งในย่านกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพราะสวนแห่งนี้เลือกสรรไม้ไทย ไม้หอม นานาพันธุ์ทั้งที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย หรือที่หายาก นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นจำหน่ายด้วย คุณนรินทร์ วุฒิวงศ์ เจ้าของสวนที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่ำเรียนระดับปริญญาตรี จากรั้วพ่อขุน แล้วเริ่มต้นงานด้านเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร จนมาพบกับภรรยาที่ทำงานอยู่นครปฐม เมื่อยุคที่ชวนชมโด่งดัง คุณนรินทร์มองเห็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ
