SMEs เกษตร
ดอกสลิด หรือ ดอกขจร ที่เห็นกันอยู่นี่ เป็นผักพื้นบ้านที่กระแสความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันต้นขจรที่ปลูกกันอยู่ในบ้านเรามีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ “ขจรพันธุ์พื้นบ้าน” ซึ่งดอกจะมีขนาดเล็ก ออกดอกเฉพาะช่วงหน้าฝน และอีกพันธุ์ก็คือ “ขจรพันธุ์ดอก” ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกสายพันธุ์พื้นบ้านจนได้ขจรพันธุ์ที่มีดอกใหญ่ ออกดอกดก คุณปรมินทร์ ประทุมมา เกษตรกรผู้ปลูกขจร ตำบลปลายนา อำเภอศรีประจันต์ บอกว่า ดอกขจรเป็นพืชที่ชอบแดดและทนแล้งได้ดี มีอายุยาวอยู่ได้นาน ในสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์และน้ำถึงตอลดปี ที่สำคัญการลงทุนต่อไร่น้อย แต่กลับสามารถออกดอกให้ผลผลิตทั้งปี และถ้าในช่วงหน้าหนาวหากมีดอกออกมาก็จะได้ราคาแพงเป็นที่น่าพอใจ ขจรเป็นไม้เลื้อยที่ชอบความโปร่ง ดังน้ัน พื้นที่ปลูกจะต้องให้แสงส่องถึงตลอดเวลาโดยแปลงปลูกจะใช้ไม้ไผ่สูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร ปักต่อกันเป็นเส้นตรง แต่ละเสาห่างกัน 1 เมตร และขึงตาข่ายเป็นแนวยาวอย่างที่เห็น โดยแต่ละแถวจะห่างกัน 50 เซนติเมตร และมีหลุมปลูกที่ขนาดพอดีกับตุ้มดินของต้นกล้า ระยะห่างระหว่างหลุม 30 เซนติเมตร จากนั้นก็จะนำต้นกล้าอายุประมาณ 1 เดือน ลงปลูกหลุมละ 2 ต้น
ปลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเมืองน่านอีกครั้ง ตามคำเชิญของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมชมกิจการใบยาสูบ พืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวจังหวัดน่าน “ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน ไร่ยาสูบ สายพันธุ์เวอร์จิเนีย จังหวัดน่าน ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จ
เห็นกันอยู่บ่อยๆ มักจะมีคนไอเดียดี นำวัสดุเหลือใช้ภายในครัวเรือนมาดัดแปลงปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ถังน้ำพลาสติก ขวดน้ำ ตะกร้า กะละมัง ฯลฯ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เหมาะกับสภาพพื้นที่อันจำกัด ลดปริมาณขยะ บางรายก็สร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกด้วย เฉกเช่น “พิเชษฐ์ ด้วงชู” นักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง นำถุงกระสอบปุ๋ยไร้ค่ามาใช้ปลูกพริกเดือยไก่บนเนื้อที่ 2 งานเศษ หารายได้เสริมระหว่างเรียนได้อย่างสบาย พิเชษฐ์ ด้วงชู ชื่อเล่นแน่น เด็กใต้วัย 19 ปี เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดที่บ้านหนองหว้า ตำบลชุมพล อำเภอ ศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ครอบครัวเป็นเกษตรกร พ่อแม่ปลูกยางพารา บนเนื้อที่ 10 ไร่ กระทั่งเมื่อปี 2558 ไปอบรมโครงการเกษตรเพื่อชีวิต ชื่อโครงการว่า “เกษตรกรรุ่นใหม่ ใส่ใจมาตรฐาน” ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นนำองค์ความรู้ที่ได้กลับมาทดลองทำที่บ้าน ด้วยการทดลองปลูกพริกในกระสอบปุ๋ย ผลปรากฏว่าพริกเจริญเติบโตดี สามารถเก็บขายได้ มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแ
ปัจจุบัน กระแสการเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการเนื้อแพะสูง จึงมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเลี้ยงแพะอย่างต่อเนื่อง อาจเรียกได้ว่าการตลาดของสัตว์ชนิดนี้ยังมีอนาคตที่สดใส ขอเพียงมีการจัดการให้เป็นไปตามระบบและได้มาตรฐาน คุณปัญญา บางแสง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จังหวัดชัยนาท ได้ให้ข้อมูลว่า ทางจังหวัดชัยนาทเองก็เริ่มมีการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงแพะมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เพราะจังหวัดชัยนาทมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงแพะ จึงทำให้เกษตรกรที่นี่หลายครัวเรือนจัดสรรพื้นที่เกษตรบางส่วนมาทำการเลี้ยงแพะ (ซ้ายสุด) คุณปัญญา บางแสง “สาเหตุที่การเลี้ยงแพะประสบผลสำเร็จได้ดีในภาคกลาง เพราะสภาพอากาศดี อากาศไม่แปรปรวน ภาคกลางเราฝนตกอย่างต่ำก็แค่ 4 เดือน ความชื้นจึงไม่มากที่จะเป็นอุปสรรคในการเลี้ยง แพะจึงเจริญเติบโตได้ดี ไม่ป่วยง่าย ไม่ปอดบวมตาย เมื่อมองแล้วเราสามารถทำได้ และที่สำคัญตอนนี้ตลาดต้องการเยอะมากขึ้น สามารถส่งออกขายต่างประเทศโดยเฉพาะจีน ซึ่งตอนนี้ก็อยากจะบอกว่า ใครที่มีเนื้อที่อยู่ก็สามารถแบ่งมาเลี้ย
ปัจจุบัน กระแสการเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการเนื้อแพะสูง จึงมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเลี้ยงแพะอย่างต่อเนื่อง อาจเรียกได้ว่าการตลาดของสัตว์ชนิดนี้ยังมีอนาคตที่สดใส ขอเพียงมีการจัดการให้เป็นไปตามระบบและได้มาตรฐาน คุณปัญญา บางแสง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จังหวัดชัยนาท ได้ให้ข้อมูลว่า ทางจังหวัดชัยนาทเองก็เริ่มมีการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงแพะมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เพราะจังหวัดชัยนาทมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงแพะ จึงทำให้เกษตรกรที่นี่หลายครัวเรือนจัดสรรพื้นที่เกษตรบางส่วนมาทำการเลี้ยงแพะ (ซ้ายสุด) คุณปัญญา บางแสง “สาเหตุที่การเลี้ยงแพะประสบผลสำเร็จได้ดีในภาคกลาง เพราะสภาพอากาศดี อากาศไม่แปรปรวน ภาคกลางเราฝนตกอย่างต่ำก็แค่ 4 เดือน ความชื้นจึงไม่มากที่จะเป็นอุปสรรคในการเลี้ยง แพะจึงเจริญเติบโตได้ดี ไม่ป่วยง่าย ไม่ปอดบวมตาย เมื่อมองแล้วเราสามารถทำได้ และที่สำคัญตอนนี้ตลาดต้องการเยอะมากขึ้น สามารถส่งออกขายต่างประเทศโดยเฉพาะจีน ซึ่งตอนนี้ก็อยากจะบอกว่า ใครที่มีเนื้อที่อยู่ก็สามารถแบ่งมาเลี้ย
ชื่อสามัญ หมาน้อย (อีสาน) กรุงเขมา (นครศรีธรรมราช) วุ้นหม้อน้อย ; ขงเขมา ; พระพาย (กลาง) ; หมาน้อย ; เครือหมาน้อย (อีสาน) ; ก้นปิด (ใต้) ; เปล้าเลือด (แม่ฮ่องสอน) ; สีฟัน (เพชรบุรี) ; อะกามินเยาะ (นราธิวาส) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร เป็นไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว (simple) รูปร่างใบเป็นรูปหัวใจ (cordate) โคนใบแบบก้นปิด (peltate) ใบกว้าง 5.6-6.6 เซนติเมตร ยาว 6.9-7.6 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ปกคลุมหนาแน่น หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นมากกว่าหน้าใบ ก้านใบมีขน ยาว 1.7-2.5 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ (entire) ใบเป็นมัน หน้าใบหลังใบไม่มีขน ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.4-0.6 เซนติเมตร ออกดอกที่ยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกมี 4-5 ดอก ยาว 6.0-6.5 เซนติเมตร ดอกย่อยแยกจากกัน มีขนาดเล็กสีเขียว เมล็ดโค้ง (เหมือนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว) ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือหน่อ แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์ พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้างว่างเปล่า ในสวนป่า เช่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (PC 537) อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (SN 364) ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 80-130 เมตร การใช้ประ
ฮาโวเทีย เป็นไม้อวบน้ำที่ตระกูลใกล้เคียงกับแคคตัส ซึ่งในบ้านเราตอนนี้กลุ่มนักสะสมต้นไม้มีการนำเข้ามาเพราะขยายพันธุ์จำหน่าย และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ฮาโวเทีย มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับว่านหางจระเข้ โดยปัจจุบันมีการแบ่งชนิดของฮาโวเทียออกเป็น 2 กลุ่มชนิดด้วยกัน คือ กลุ่มชนิดดั้งเดิมตามธรรมชาติ และกลุ่มลูกผสมที่เกิดจากการผสมพันธุ์ข้ามชนิด ที่สวนเอ็กซ์โซฟลอร่า ซึ่งเป็นแหล่งเพาะฮาโวเทียที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. มี คุณปฐมะ ตั้งประดิษฐ์ เป็นเจ้าของต้นฮาโวเทีย “ผมทำกระบองเพชรมาก่อน และเริ่มเข้ามาศึกษาฮาโวเทีย แล้วก็ไปทำไม้กินแมลง แล้วก็กลับมาทำฮาโวเทียอย่างจริงจัง คือจากที่สัมผัสมา คือลูกค้าต้องการไม้ที่เลี้ยงในคอนโด ในพื้นที่จำกัดได้” ลักษณะโดยทั่วไปของฮาโวเทีย ต้นจะมีขนาดเล็กกระทัดรัด ใบมีลวยลายที่สวยงามดูแปลกตา ส่วนประกอบภายในใบจะใช้เก็บสะสมน้ำและอาหาร รากอวบหนา และเมื่อต้นสมบูรณ์จะออกดอกเป็นช่อสูง การเพาะขยายพันธุ์ฮาโวเทีย สามารถทำได้ 5 วิธี คือ การเพาะเมล็ด การปาดยอด การปักชำใบ และสุดท้ายคือการแยกหน่อซึ่งเป็นวิธีที่ไ
หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรเป็นอย่างยิ่ง คือ “เมล่อน” ผลไม้รสชาติดี มีอนาคต ด้วยความนิยมจากท้องตลาด ทั้งยังใช้น้ำและพื้นที่น้อย ทว่าสร้างผลผลิตที่โกยรายได้มากกว่าการทำนาหลายเท่าตัว สมพร เจียรประวัติ เกษตรจังหวัดพิจิตร อธิบายว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปีนี้เกษตรกรต้องยอมรับว่าผลผลิตราคาข้าวนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงมีนโยบายในเรื่องการลดพื้นที่การทำนา และลดรอบของการทำนาปรังลง ฉะนั้นเมื่อมีการขับเคลื่อนนโยบายในลักษณะนี้จึงต้องมีการทดแทนให้กับเกษตรกร โดยการหาพืชที่เหมาะสมที่จะทดแทนการปลูกข้าวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เท่ากับหรือมากกว่าการทำนา จึงได้เลือกการปลูกพืชประเภทแตง คือ เมล่อน ซึ่งเป็นพืชที่มีการใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าว ประมาณ 3-4 เท่าตัว โดยมีระบบการจัดการที่ละเอียดอ่อน ตัวอย่าง เช่น การปลูกโดยมีพลาสติกคลุมดิน มีระยะการปลูกที่ชัดเจน และปลูกในโรงเรือน “ตอนนี้เกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เริ่มหันมาปลูกเมล่อนกันมากขึ้น ราคาจากมือเกษตรกร กิโลกรัมละ 60-70 บาท เมล่อน 1 ผล หนักราว 1 กิโล
เห็ด เป็นอาหารโปรตีนพื้นบ้านที่นิยมรับประทานกันมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ พอเริ่มเข้าหน้าฝนเห็ดนานาชนิดมีให้กินกันอย่างสำราญ บางชนิดก็เหลือเฟือขนาดเก็บมาขายจนเป็นอาชีพเสริมได้ในหน้าฝน ได้เงินกันเป็นล่ำเป็นสัน เพราะสนนราคาก็เป็นสิ่งจูงใจ เห็ดที่เก็บจากป่าเกือบทุกชนิดมีราคาแพงกว่าหมูกว่าไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในการบริโภค เห็ดเยื่อไผ่ เป็นเห็ดที่เกิดในธรรมชาติของประเทศจีน ชาวจีนนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยก่อนสร้างกำแพงเมืองจีน มีการบันทึกว่า เห็ดเยื่อไผ่เป็นหนึ่งในยาบำรุงร่างกายของจิ๋นซีฮ่องเต้และบรรดาขุนนางชั้นสูงของจีน เมื่อปี พ.ศ. 2514 อเมริกาได้ส่ง นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปเจรจาการค้าที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสรับประทานเห็ดเยื่อไผ่กับประธานเหมาและนายโจเอินไหล นายเฮนรี่ ถึงกับพูดถึงความอร่อยของเห็ดเยื่อไผ่ ต่อมาอีกไม่นานนายเฮนรี่ได้ไปเยือนจีนอีกครั้ง ก็ได้รับการต้อนรับด้วยเมนูเห็ดเยื่อไผ่ที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษตามความชอบของท่าน เห็ดเยื่อไผ่จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คนไทยก็เพิ่งจะรู้จักกินเมื่อไม่กี่สิบปีนี้ ในตอนแรกๆ มีราคาแพงจึงมาเป็นอาหารเฉพาะในภัต
วันที่ 18 มกราคม 2560 หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแท
