SMEs
คุณสิทธิกิตติ์ รวิวีรวรรณ จากบริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึง การพัฒนา QueQ Smart Hospital Solution หรือ ระบบจองคิวออนไลน์ สำหรับโรงพยาบาล ผ่านแอพพลิเคชั่น ว่า บริษัท QueQ เป็น Startup ผู้ให้บริการ ระบบคิวออนไลน์ ผ่าน Smartphone มากว่า 3 ปีแล้วในประเทศไทย ซึ่งเริ่มจากการแก้ปัญหา การรอคิวที่ร้านอาหารดังๆ ในห้างสรรพสินค้าก่อน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เปิดให้บริการ QueQ มียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 1 ล้านดาวน์โหลด และผู้ใช้งานต่อเดือนอีกกว่า 200,000 คน โดยล่าสุดในปีนี้ QueQ ได้ก้าวไปอีกขั้น กับการพัฒนาระบบคิว สำหรับศูนย์บริการทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล คลินิก หรือ Medical Center ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย โดยปัจจุบัน เริ่มให้บริการกับศูนย์บริการทางสาธารณสุข โรงพยาบาล และคลินิกต่างๆ ในภาคกลาง และเขตกรุงเทพฯ แล้วกว่า 15 แผนก ใน 10 ศูนย์บริการ อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลศรีระยอง จังหวัดระยอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น และมีแผนที่จะขยายไปในสถานพยาบาลอื่นอีกต่อไป ให้มากที่สุดเท่าที
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ขบวนแรลลี่ “เรียนรู้ แบ่งปัน” ครั้งที่ 2 จัดโดยสื่อเครือ “มติชน” ในนาม “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือนและเว็บไซต์ข่าวสารและสาระดีๆสำหรับผู้ประกอบการ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านเขาวง หมู่ 3 ตำบลหนองแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมกันมอบชุดกีฬา อุปกรณ์ในการเล่นกีฬา อาทิ ลูกฟุตบอล ลูกวอลเล่ย์บอล ลูกตะกร้อ ฮูลาฮูป ฯลฯ รวมทั้งขนมนมเนย ให้กับน้องๆ ในโรงเรียนบ้านเขาวง โดยมี คุณมานิต เคนผาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ เป็นผู้แทนรับมอบ คุณมานิต กล่าวตอนหนึ่งว่า โรงเรียนบ้านเขาวงแห่งนี้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมฯ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 230 คน คุณครู 11 คน สำหรับชุดและอุปกรณ์กีฬา ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ นับว่ามีประโยชน์มาก เด็กๆ จะได้นำไปเล่นเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะกีฬา สามารถช่วยให้เด็กๆ ห่างไกลทางที่ผิดได้ รวมทั้งจะไม่ทำให้หมกมุ่นกับเกมหรือโทรศัพท์มากเกินไปได้อีกด้วย ผอ.มานิต รับมอบ ชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬาจาก คุณวิมล ตัน บ.ก.เส้นทางเศรษฐี ห
อดีตเซลส์ขายเครื่องสำอาง มองเห็นช่องว่างธุรกิจความงามจากสมุนไพร มุ่งผลิต “สบู่” ขายคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จุดเริ่มต้นที่มีเพียงสบู่ผสมสมุนไพรไทยไม่กี่ชนิด ปัจจุบันทายาทธุรกิจ คุณนิพนธ์ วชิรสิทธิเสถียร ต่อ ยอดนำเข้าส่วนผสมอินเทรนด์สุดฮิต อย่าง คอลลาเจน กลูต้า รังนก ซากุระ วิตามินซีและอี มาผสมในสบู่ เกือบ 100 สูตร เป้าหมายคือ ขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับกลาง และกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น ล่าสุดขึ้นแท่นติดอันดับสบู่ขายดีในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ส่งออกต่างประเทศ หวังสร้างยอดขายปีนี้ 100 ล้านบาท ทายาทเจนวาย เติมฟังก์ชั่งสบู่ คัดส่วนผสม เพิ่มความขาวใส คุณนิพนธ์ วชิรสิทธิเสถียร หรือ คุณพีท กรรมการผู้จัดการ บริษัท การอง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือสบู่สมุนไพรการอง เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจ สืบเนื่องมาจากคุณพ่อและคุณแม่ เดิมทีเป็นพนักงานขายเครื่องสำอาง ด้วยไหวพริบทางธุรกิจท่านมองเห็นโอกาสทำเงินจากสินค้าชนิดนี้ จึงศึกษาตลาดและเก็บข้อมูล จนกระทั่งวันหนึ่งพบว่า “สบู่” คือ ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตที่แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี คนไม่ควักเงินจากกระเป๋า แต่อย่างไรก็ตามยังต้องอาบน้ำ อีกทั้งสบู่ใช้แล้วหมดไป ฉ
คุณเกสรา นารถถนอม หรือ “เจมส์” อายุ 28 ปี เจ้าของ สวน Ketsara’s Garden พื้นเพเป็นคนตำบลห้วยแร้ง จังหวัดตราด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อ ปี 2554 ปัจจุบัน ทำงานบริษัทเอกชน นำเข้า-ส่งออก ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการบริษัท วันนี้ตัดสินใจเลือกอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพื่อปูทางสู่อนาคต เริ่มต้นเป็นเกษตรกร เมื่อ ปี 2560 เลือกปลูกเมล่อน คุณภาพพรีเมี่ยม พืชผลที่ชื่นชอบในรสชาติเป็นส่วนตัว เมื่อประสบความสำเร็จในก้าวแรก จึงเลือกที่จะเดินต่อเส้นทางสายเกษตรกรรม ด้วยการขยายพื้นที่ปลูกเมล่อนและเตรียมปลูกพืช ผลไม้อื่นๆ เช่น สตรอเบอรี่สายพันธุ์ต่างประเทศ มะเขือเทศเชอร์รี่ ข้าวโพดชนิดกินดิบ เป็นต้น ลูกเกษตรกรสานต่ออาชีพพ่อแม่ เลือกทำเมล่อนด้วยความชอบ จุดเริ่มต้นของคุณเจมส์ที่หันมาทำเกษตรกรรม ในปี 2559 เพราะครอบครัว พ่อ แม่ ทำเกษตรกรรม มีที่ดินเป็นของตนเอง คิดว่าแม้ทำงานอยู่ต่างจังหวัดเมื่อพ่อแม่อายุมากอนาคตต้องกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ช่วงทำงานบริษัทเอกชนจึงพยายามเก็บสะสมเงิน และเริ่มต้นเลือกปลูกเมล่อนเกือบ 500 ต้น ด้วยความชอบรับประทาน จากไม่มีความรู้ด้
ตำรวจเชียงใหม่ ปลูกมะละกอ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ 496/2 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ผู้หลงรักในการทำเกษตร มองดูแล้วอาจห่างไกลกับอาชีพรับราชการตำรวจอยู่มาก แต่ด้วยความที่ใจรักและมีพื้นเพพ่อแม่ทำสวนทำไร่ตั้งแต่เด็ก จึงมีแนวคิดที่จะทำสวนเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ และอีกเหตุผลที่ทำคือ ลำพังเงินเดือนตำรวจน้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้สบายได้ ต้องเป็นหนี้สหกรณ์ นำเงินมาใช้จ่ายหลายส่วน จึงอยากหาอาชีพเสริม ด้วยความที่พอมีความรู้ด้านการเกษตรติดตัว ประกอบกับมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกมะละกอให้คำแนะนำ จึงตัดสินใจใช้พื้นที่ที่เคยซื้อไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ปลูกมะละกอพันธุ์เรดมาลาดอร์ จำนวน 5 ไร่ ปัจจุบันปลูกได้ผลดี ผลผลิตไม่พอขาย ลูกค้าต้องต่อคิวซื้อ ด้วยความที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ทำเงินดี คิดง่ายๆ มะละกอ 3 วัน เก็บขายทีละ 2-3 เข่ง ก็ได้เงินหลายพันบาทแล้ว ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ดาบวอน ตำรวจหนุ่มผู้ขยันขันแข็ง เดิมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครสวรรค์
“บ้านผลไม้” ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ธุรกิจครอบครัวของ คุณจิรทีปต์ ปัทมโยธิน และ คุณนริชา กุลนานันท์ ที่มีความรักในการแปรรูปผัก-ผลไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตามที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับโครงการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ที่เชียงรายและเชียงใหม่ และโครงการตามพระราชดำริ ที่สกลนครและบุรีรัมย์ ปัจจุบัน บ้านผลไม้ดำเนินธุรกิจมาร่วม 15 ปี โดยมีทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณสุทัตตา ปัทมโยธิน วัย 26 ปี มารับช่วงบริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป คุณสุทัตตาเรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบด้วยปริญญาโท ด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วูแมน (Texas Woman’s University) หลังเรียนจบทายาทสาวรีบกลับมาช่วยกิจการครอบครัว “บ้านผลไม้เป็นธุรกิจที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้าง เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคนที่อยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ในฐานะที่เป็นทายาท และโตมากับธุรกิจนี้จึงอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ เป็นความภูมิใจที่ได้ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ทาน” ทายาทสาวถ่อมตัวว่า เธอยังต้องเรียนรู้การบริหารงานอีกพอสมควร ทั้งนี้
นางสุรัตน์ นิลพัน อายุ 48 ปี หนึ่งในเกษตรกร หมู่ 9 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พลิกผืนดินที่มีอยู่ 2 ไร่ หันมาปลูกต้นใบเตย ภายในสวนยางพารา และได้ผลผลิอย่างงาม โดยต้นเตยผลิใบเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่ สามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายทั้งปี มีชาวบ้านมาซื้อถึงที่ ส่งขายในตลาด และส่งตามออเดอร์ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างพออยู่พอกิน ส่งลูก 2 คน เรียนจบปริญญาตรีได้อย่างภาคภูมิใจ นางสุรัตน์ กล่าวว่า ตนปลูกเตยหอมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งจะปลูกทั้งเตยหอมและยางพารา เตยหอมดูแลง่าย ผลผลิตดีมาก การตัดเตยแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับลูกค้าสั่งพร้อมกัน ขายกิโลกรัมละ 25 บาท บางวันได้ถึง 100 กิโลกรัม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าในตลาดอำเภอย่านตาขาว เช่น แม่ค้าทำดอกไม้ แม่ค้าทำเตยหอม แม่ค้าทำขนมหวาน แม่ค้าทำขนมตะโก้ ก็จะมาสั่งเตยหอมพร้อมกัน บางวันเคยได้ถึง 100 กิโลกรัม หรือบางวัน 70 กิโลกรัม จะเป็นไปตามออเดอร์ของแม่ค้าจากตลาด การดูแลต้นเตยหอมดูแลง่าย ปลูกครั้งเดียวก็ขึ้นเต็มพื้นที่ และที่ตนมาปลูกต้นเตยหอม เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินที่ชุ่มน้ำ จึงได้ทดลองปลูก จนส่งลูก 2 คน เรียนจบปริญญาตร
“ผักคาวตอง” เป็นพืชผักที่ไม่ค่อยมีคนนิยมกินกันมากนัก รูปสวยน่ากิน แต่กลิ่นรสชาติคาวขื่น/เอียน ติดตามประจำตัวแรง ทำให้เป็นผักที่หลายคนเมินหน้า แต่ด้วยรูปลักษณ์ ใบรูปหัวใจสีเขียวสด สีเขียวตองอ่อน ขนาดใบและยอดกำลังเหมาะแก่การเคี้ยวกลืนกินแกล้มลาบ ยำ ก้อย พล่า เป็นผักแกล้มอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม กลิ่นคาวของผักคาวตองช่วยลดหรือดับกลิ่นคาวของเนื้อ ของหมู ที่นำมาเป็นอาหารได้ดี และที่สำคัญเป็นสมุนไพรแก้โรคต่างๆ ได้ดีทีเดียว “ผักคาวตอง” เป็นชื่อทางภาคเหนือเรียกกันในแต่ละภาคก็แตกต่างกันไป เช่น ภาคอีสาน เรียก ผักคาวทอง ภาคกลาง เรียก ผักเข้าตอง พลูแกง พลูคาว เป็นพืชล้มลุกแต่มีอายุอยู่ต่อเนื่องกันหลายปี เป็นผักที่มีลำต้นใต้ดิน แผ่เลื้อยไปทั่ว และจะแตกรากและยอดชูขึ้นเป็นช่อยอดใบ ลำต้นใต้ดินหรือที่เรียกว่า รากหรือไหลที่เลื้อยมีสีขาว มีข้อปล้องพร้อมที่จะแตกยอดหรือต้นขึ้นบนดินใหม่ได้ทั่วไป ถ้าปลูกไว้ในกระถางจะเลื้อยขดเต็มกระถาง และชูยอดขึ้นมาเพื่อแตกยอดหรือต้นใบใหม่ ถ้าปลูกในพื้นดินเป็นแปลงก็จะแผ่ขยายไปได้เยอะมาก ใบแก่สีเขียวเข้ม ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน ใบกว้าง 1-1.5 นิ้ว ยาว 1-2 นิ้ว ปลายใบแหลม ฐานใบ
จังหวัดกาฬสินธุ์นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมแพรวาที่เลื่องชื่อ ยังเป็นแหล่งปลูกพุทราส่งขายมากในช่วงเดือนตุลาคม จนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งพุทราบ้านโพน อำเภอคำม่วง เกษตรกรปลูกพุทราแบบกางมุ้ง รสชาติดีปลอดภัย เป็นมิตรต่อร่างกาย ที่สำคัญหอมกลิ่นนม สามารถเด็ดกินได้จากต้น ล่าสุดไปรษณีย์ไทยจับมือเกษตรกรกลุ่มนี้สร้างแบรนด์พุทรา “ทันสุข” ส่งขายผู้บริโภคทั่วประเทศแล้ว คุณวิสัย ภูจันหา เกษตรกรผู้ปลูกพุทรา เล่าให้ฟังว่า ในบ้านโพน อำเภอคำม่วง จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ปลูกพุทรา พื้นที่ปลูกของสมาชิกราว 1,600 ไร่ ปลูกพุทรา 3 พันธุ์ คือ จัมโบ้ นมสด และพวงทองหรือสามรส ได้มาตรฐาน GAP หรือมาตรฐานอาหารปลอดภัย ในสมัยก่อนจะจำหน่ายพุทราให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งมารับซื้อที่สวน กระทั่งมีโครงการของไปรษณีย์เพิ่มสุข เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนช่องทางการตลาด และได้มอบเครื่องวัดความหวานให้กับกลุ่มเกษตรตร คัดเกรดความหวานของพุทราต้องไม่ต่ำกว่า 12 brix สำหรับพุทราบ้านโพนนั้น ใช้วิธีปลูกแบบกางมุ้ง เพื่อป้องกันแมลงวันทอง และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง 1 ไร่ จะใช้มุ้ง 7 ม้วน ราคาม้วนละ 4,300 บาท มุ้งสามารถใช้ได้ 5 – 6 ปี ปัจจุบันมี 1,600 ไร่ กางมุ
“เกาะช้าง” จังหวัดตราด แหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เริ่มปั้น “ทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง” ที่ปลูกบนเกาะช้างมานานกว่า 50 ปี ให้ชาวสวนช่วยกันอนุรักษ์เป็นเอกลักษณ์ของเกาะช้างประสบความสำเร็จมาแล้ว เมื่อปี 2559/60 ขายได้ กิโลกรัมละ 250 บาท ในขณะที่ทุเรียนชะนีที่อื่นๆ ขายได้เฉลี่ย กิโลกรัมละ 80-100 บาท มาเมื่อ ปี 2560/2561 คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กับ คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง ได้ร่วมมือกันผลิต “ส้มโออินทรีย์เกาะช้าง” ให้มีคุณภาพ รสชาติหวาน ลูกสวย และที่สำคัญเป็นส้มโออินทรีย์ 100% เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรชาวสวนส้มโอบนเกาะช้างมีรายได้เพิ่มขึ้นและยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพร่วมกับอาชีพอื่นๆ ในพื้นที่เกาะช้างตลอดไป คุณชลธี (ขวา)และคุณมานพ เปิดแปลงนำร่อง…ไร่ภูเลรีสอร์ท และร่มฉัตรโฮมสเตย์ คุณชลธี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กล่าวว่า ได้รับผิดชอบดูแลด้านวิชาการ จังหวัดจันทบุรีและตราด ตามที่ ดร. สุวิทย์ ชัยเกี
