SMEs
“เราไม่ได้อยากให้ลูกค้าจดจำอะไรทั้งนั้น ทั้ง ชื่อ เบอร์โทร หรือส่วนประกอบต่างๆ เพราะอยากให้จดจำเฉพาะความอร่อยตรงหน้าเท่านั้น” ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังชามราเมนร้อนๆ ที่ร้าน No Name Noodle BKK นั้น ได้ซ่อนเรื่องราวความผูกพันและความตั้งใจไว้อย่างมากมาย ก่อตั้งโดย เชฟชินจิ อิโนะอุเอะ ซึ่งเชฟชินจิ เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจในการทำราเมนมาจากคุณแม่ ย้อนกลับไปประมาณ 40 ปีที่แล้วได้เรียนรู้และซึมซับการทำราเมนมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต เชฟชินจิ เล่าให้ฟังว่า เส้นราเมนทุกเส้นที่เสิร์ฟในร้าน ผ่านกรรมวิธีการทำที่พิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการต้มซุป รสชาติของราเมนที่ No Name Noodle BKK นั้นเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร และการันตีความอร่อยด้วยรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2024 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง จุดเริ่มต้น เชฟชินจิ เล่าว่า “คุณแม่เปิดร้านยาไต (屋台) เป็นร้านรถเข็นขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่น สำหรับสไตล์ยาไต จะเป็นการเสิร์ฟชามต่อชามให้กับลูกค้า” เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว เชฟชินจิมาประเทศไทย และเขาพบว่าไม่มีร้านอาหารไหนที่มีเชฟเป็นคนญี่ปุ่นเลย “รู้สึกเหงาครับ รู้สึกว่าไม่มีคนบ้านเด
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตามแบบฉบับที่ตนเองต้องการ ไม่มีคำว่า สายเกินไป เชื่อว่าบางครอบครัวอาจมีความคาดหวังว่า ลูก จะต้องประคองตัวให้อยู่รอด แล้วสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมั่นคงได้นั้น คือ การมีงานประจำทำ แต่ความถนัด ความชอบ หรือความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้เขียนได้พูดคุยกับ คุณบอย-ศิวดล ระถี เจ้าของร้านนนบุราเมน พูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิต กว่าจะก้าวมาเปิดร้านราเมนได้ ต้องผ่านปัญหาที่เรียกได้ว่า สารพัดอย่าง และปัญหาที่ว่านี้ ก็คล้ายๆ จุดเปลี่ยนและกลายเป็นจุดที่ทำให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แรงกดดัน-ความเครียด-การเปลี่ยนแปลงทางบทบาทและหน้าที่ สาเหตุของการเป็น Midlife Crisis คุณบอย เล่าให้ฟังว่า ก่อนออกจากงานมาทำร้านราเมนได้ทำงานที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง แต่ในช่วงที่ทำงานมันเป็นช่วงรอยต่อที่เกิดเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ คือการสูญเสียคุณพ่อ โดยจังหวะที่คุณพ่อเสียเป็นจังหวะที่จะเริ่มทำงาน พอดี ทำได้ประมาณ 4-5 ปี เรื่องราวของคุณพ่อจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา ต้องเล่าย้อนไปก่อนหน้านั้นว่า คุณพ่อมีความคาดหวังให้ลูกมีอาชีพการงานที่มั่นคง หลังจากเรียนจบในปี 2540
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งอาการปวดหัว ปวดหลังรุมเร้า ทำให้อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ คุณหลี-ประภาวี ศิวเวทกุล ตัดสินใจหันกลับมาดูแลตัวเอง พร้อมนำสมุนไพรข้างรั้วของแม่ที่เคยใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยในวัยเด็ก มาสร้างแบรนด์ Herbpiness ด้วยความตั้งใจอยากให้คนที่ใช้เครื่องหอมสมุนไพรได้บรรเทาความเหนื่อยล้า คลายความเครียดและเพิ่มความสุข จุดเริ่มต้น Herbpiness เครื่องหอมสมุนไพร “ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอกเวลาที่แม่ใช้สมุนไพรมาบรรเทาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เอาใบพญายอมาบดแล้วโปะเวลาโดนยุงกัดหรือเป็นลมพิษ หรือใช้ว่านหางจระเข้เวลาโดนน้ำร้อนลวก รู้ตัวอีกทีอาการก็บรรเทาลงแล้ว และกลายเป็นความผูกพัน ความรักในการใช้สมุนไพรของแม่ที่เป็นนักชีววิทยาและชาวสวน พอมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานก็ทำให้เราตกตะกอนความคิดชวนแม่มาสร้างแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพร” คุณหลี เล่าให้ฟัง Herbpiness คือแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพรไทยที่ตั้งใจนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบกลิ่นมาเพื่อคลายความเครียด บรรเทาความเหนื่อยล้า และเพิ่มความสุข พร้อมบรรจุในแพ็กเกจจิ
ใครจะคิดว่าการห่อข้าวไปกินที่ออฟฟิศ เพราะเบื่อกับเมนูเดิมๆ ร้านเดิมๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของสาววัย 28 ปี เรื่องราวของ คุณขนม-ไปรดา จันทรภิรมย์ เจ้าของร้านกล่องข้าวแม่ (Mama.box) แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการแก้ Pain Point ของตัวเอง สู่การมีหน้าร้าน 4 สาขา และรับทำข้าวกล่องจัดเลี้ยงด้วยเมนูหลากหลาย ดูน่าทาน ราคาจับต้องได้ จึงทำให้มีออร์เดอร์สูงสุด 1,000 กล่องต่อวัน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ก่อนมาเป็นเจ้าของแบรนด์ คุณขนม เรียนจบนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิต ก่อนย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 6 เดือน และกลับมาเป็นทนายความที่ Law firm อีก 2 ปี โดยการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิศเป็นหลัก และกินข้าวในโรงอาหารเดิมๆ ทุกวัน จนเริ่มรู้สึกเบื่อ ประกอบกับรสชาติไม่ค่อยถูกปาก และการสั่งดีลิเวอรีก็ไม่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ราคาและปริมาณ เธอจึงห่อข้าวฝีมือแม่มากิน อีกทั้งยังแบ่งให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสชาติ จนติดใจ จึงทำให้เกิดแนวคิด “ทำไมเราไม่ลองขายดู” ในตอนนั้นได้เปิดเป็นร้านขายข้าวแกงแบบพรีเมียม จากวัตถุดิบ อย่าง กุ้งแม่น้ำ หมึกจากชุมพร และขายเมนูที่หาทานได้ยาก ตามจุดออฟฟิศ
ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยเห็นในภาพยนตร์ Sci-fi สุดล้ำที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกอนาคต ซึ่งกำลังเกิดขึ้นจริงในโลกยุคปัจจุบัน และนี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหญ่ในการปฏิวัติ “การทำงานบ้าน” เพราะล่าสุด บริษัท 1X (วันเอ็กซ์) บริษัทหุ่นยนต์ที่มีผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่าง Open AI ได้เปิดให้จอง “NEO (นีโอ)” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์รุ่นแรกของโลก ออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พับผ้า ทำความสะอาดห้อง จัดระเบียบของ แนะนำสูตรอาหาร ฯลฯ เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า นอกจากนี้ หุ่นยนต์ NEO Home Robot ยังใช้งานง่าย ด้วยการสั่งการด้วยเสียง สามารถเข้าใจบริบทได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน้าจอ ราคาเริ่มต้น 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 649,000 บาท จุดเด่นสำคัญของ NEO หุ่นยนต์ NEO เป็นเหมือนผู้ช่วยที่คอยช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน โดยสามารถจัดการงานบ้านได้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ และผสานกับสภาพแวดล้อมได้อย่างดี เช่น สามารถเคลื่อนไหวเพื่อหยิบจับสิ่งของได้อย่างเหมาะสม ฟีเจอร์เด่นของหุ่น
ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง คนไม่กล้าลงทุน “โก๋นักบิน” แฟรนไชส์ปาท่องโก๋ชื่อดัง ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 4 ปี กลับไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ “แป้งปาท่องโก๋สำเร็จรูปโก๋นักบิน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อวสานปาท่องโก๋ทำยาก” หวังช่วยต่อยอดให้ทั้งแม่ค้า ร้านอาหาร และโรงแรม สามารถเพิ่มเมนูใหม่ได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก “ที่ผ่านมา หลายคนอยากขายปาท่องโก๋ แต่พอเห็นขั้นตอนหมักแป้งข้ามคืนมักถอดใจ เราเลยคิดค้นสูตรแป้งสำเร็จรูปที่ทำง่ายสุดๆ แค่ นวดแป้ง 3 นาที พักแป้งเพียง 1 ชั่วโมง ทอดได้เลย ไม่ต้องใช้แอมโมเนีย แถมกรอบนอกนุ่มใน เหมือนมืออาชีพทำเอง” คุณหนุ่ม-ณัฐธร และขวัญ เจ้าของแบรนด์ “โก๋นักบิน” เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาของสินค้าตัวล่าสุด ที่มาพร้อมแนวคิด “ทำง่าย กำไรดี” แป้งปาท่องโก๋สำเร็จรูป “โก๋นักบิน” จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่แม่ค้าขายอาหารเช้า ร้านอาหารที่อยากเพิ่มเมนู ไปจนถึงโรงแรมและรีสอร์ตที่ต้องการเสิร์ฟเมนูพื้นบ้านร้อนๆ ในไลน์บุฟเฟต์เช้า เพราะเพียงฉีกถุง เติมน้ำเล็กน้อย แล้วนวด พร้อมทอดขายได้ทันที โดยแป้ง 1 ถุง น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคา 120 บาท หากตัดขนาดม
“อาหารจีนมี 4 ภาคเหมือนประเทศไทย เราเลยจ้างเชฟมาโดยเฉพาะ อย่าง เป็ดปักกิ่ง ก็จ้างเชฟทำเป็ดปักกิ่งมา ติ่มซำ ก็จ้างเชฟทำติ่มซำมา ลูกค้าที่ร้านเราจะได้ทานอาหารครบทุกภาค ในรสชาติต้นตำรับ ผมอยากทำให้คนไทยรู้จักอาหารจีนมากขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปกิน และสมัยนี้ร้านอาหารจีนเปิดเยอะมาก แต่เรายังคงสไตล์เดิม รสชาติดั้งเดิม อาจจะฟิวชันนิดหน่อย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า” คำบอกเล่าของ เชฟแมน หรือ เชฟไว ยิน มาน เชฟผู้มากประสบการณ์กว่า 40 ปี ล่าสุดได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ บนถนนราชดำริ ก่อนพาทุกคนไปสัมผัสความอร่อยของเมนูในสาขานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ เชฟไว ยิน มาน หรือที่หลายคนเรียกว่า เชฟแมน หรือ เชฟมาน ให้มากขึ้น เชฟแมน เกิดและเติบโตในฮ่องกง ก้าวเข้าสู่วงการอาหารตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือในร้านอาหาร จนได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารให้มีรสชาติอร่อย จากการทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกหน้าที่ในห้องครัว เมื่อเก็บเล็กผสมน้อยจนมีประสบการณ์มากพอ เขาได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในประเทศไทย ในปี 2538 โด
เมื่อพูดถึงคำว่า “ข้าวแกง” คราวใด เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่จะผุดขึ้นในหัวก็คือ เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เพราะเขาเคยมีฉายาว่า “ข้าวแกงร้อยล้าน” จนกลายเป็นโลโก้ติดตัว ล่าสุดร้าน “อุทยานข้าวแกง” ของเชฟจากัวร์ที่ตั้งอยู่ในอุทยานเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมภัตตาคารไทย ยิ่งตอกย้ำความเป็นราชาข้าวแกงของเขามากขึ้นอีก อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : “จากัวร์” เชฟสู้ชีวิต ไม่เคยหยุดขวนขวาย ขึ้นแท่น “แชมป์ข้าวแกงประเทศไทย” “มาเปิดร้านอุทยานข้าวแกงที่ มข. 3 ปีแล้ว เนื่องจากมีพื้นที่ว่างและเพื่อนอาจารย์ชักชวนมา” เขาเกริ่น “เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นอุทยานเกษตรของคณะเกษตรศาสตร์ ที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการเกษตรไทย จึงนึกถึงการส่งเสริมข้าวไทยและการอนุรักษ์อาหารไทย ประกอบกับช่วงนั้นคุณแม่เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาว่า ควรหากิจกรรมที่ใช้สมองให้ท่านทำ จึงเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อที่จะได้ทั้งขายของและให้แม่มีอะไรทำบ้าง ปรากฏว่าแนวคิดของผมตอบโจทย์ของทางคณะ ที่ต้องการ
“ราดหน้าในอุดมคติของผม ต้องเกิดจากน้ำซุปที่ตั้งใจทำ มีกลิ่นและรสของวัตถุดิบชัด ไม่จัดจ้านเกินไป” เชฟเป้–ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ เริ่มต้นบทสนทนาด้วยนิยามราดหน้าในฝันของเขา จากความชื่นชอบราดหน้าตามภัตตาคารจีน ที่ให้รสกลมกล่อมจากน้ำซุปมากกว่าการปรุงรสจัดจ้าน แต่เมื่อออกตามหาราดหน้าสไตล์นี้ในสตรีตฟู้ด กลับไม่พบ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจเปิดร้าน “เฮียเหรี่ยงราดหน้าน้ำทอง” ราดหน้าสไตล์ฮ่องกงที่ใช้วัตถุดิบชั้นดี ในราคาเข้าถึงได้ ปัจจุบันร้านเปิดมา 4 เดือน สร้างยอดขายได้สูงสุด 300–400 จานต่อวัน ภายใต้การบริหารของสองเชฟฝีมือระดับมืออาชีพ ได้แก่ เชฟเป้ และ เชฟมิก–ภาคิน ดุลยธรรมภักดี เชฟจากเลอ กอร์ดอง เบลอ ที่จับมือกันสร้างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นราดหน้าคุณภาพระดับภัตตาคารแต่เสิร์ฟในรูปแบบสตรีตฟู้ด จุดเริ่มต้น “ราดหน้าน้ำทอง” เชฟเป้ ว่า “จุดเริ่มต้นของร้านนี้เกิดจากการที่ผมเป็นคนชอบทานราดหน้ามาก ซึ่งราดหน้าในบ้านเรามีหลายแบบที่หาได้ตามสตรีตฟู้ด แต่ส่วนผมชอบกินราดหน้าตามภัตตาคารจีน เป็นพวกเจี๋ยนน้ำแดง ที่จะมีรสชาติล้ำลึกกว่า” แต่เวลาจะกินเจี๋ยนน้ำแดงสักครั้งหนึ่ง ราคาต่ำสุดที่ต้องจ่ายจะอยู่ที่ 700-800 บาท
หากถามถึงหนังสือเล่มโปรด ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปวัยเด็กอีกครั้ง สำหรับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาทกว่า 5 หมื่นเล่ม ขอยกให้การ์ตูนผีเล่มละบาท ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปช่วงวัยเด็กอีกครั้ง หลังจากได้กลับไปอ่านเมื่อปี 2545 ขณะอยู่บ้าน จ.นครสวรรค์ รู้สึกเหมือนย้อนไปตอนเด็ก ป๋าเอ็กซ์ วัย 57 ปี ชื่นชอบการ์ตูนผีจากเรื่องราวชวนหลอน สั้น กระชับ ผีออกเร็ว โดนปราบเร็ว ร่วมกับองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงาม อย่างภาพวาดหน้าปกราวกับโปสเตอร์หนังที่สวยบาดตา สีสันเด่นชัด ดูแล้วคุ้มค่าเกินราคาปก 1 บาท “ผมเจอหนังสือเล่มละบาท 2 เล่มที่บ้าน เลยหยิบขึ้นมาอ่านเล่น ก็รู้สึกเหมือนย้อนไปตอนเด็กที่ชอบซื้อการ์ตูนผีเล่มละบาทอ่านระหว่างเดินทางด้วยรถโดยสารไปบ้านญาติ ก็เลยเอากลับมากรุงเทพฯ ด้วย เพื่อเอามาอ่านอีกรอบ ผมจะเลือกแต่แนวผีๆ มันดูตื่นเต้น เร้าใจดี อ่านแล้วก็คล้ายๆ เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ อ่านกลางวันไม่ค่อยน่ากลัว ต้องอ่านกลางคืน ยิ่งไปอ่านบ้านญาติต่างจังหวัด ยิ่งน่ากลัวเลย มันมืดเร็ว เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ผมก็หามาเรื่อยๆ ทีละ 5-10 เล่ม ตามตลาดนัด ตามห้องซ
