SMEs
เมื่อเร็วๆ นี้ มีการแข่งขัน Thailand’s International Culinary Cup 2025 (TICC) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นเวทีประชันฝีมือเชฟที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสมาคมเชฟประเทศไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ โดยครั้งนี้ นักศึกษาจากสาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เข้าร่วมแสดงฝีมือ และสามารถคว้า 2 รางวัลเหรียญทองแดง จากการแข่งขัน สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของเชฟรุ่นใหม่ในการผลักดันอาหารไทยและนานาชาติสู่เวทีโลก นายเป็นต่อ สมยาภักดี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัล เหรียญทองแดง ในประเภท Duck Main Course : Individual ผลงานของเขา คือ “Duck n’ Rice” เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากข้าวหน้าเป็ดอาหารไทยคุ้นเคย แต่ถูกยกระดับด้วยเทคนิคการปรุงที่ประณีตและการจัดวางร่วมสมัย ทำให้ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมแต่เพิ่มมิติแห่งความน่าสนใจ สะท้อนการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารตะวันตกและไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับรางวัลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจ แต
หลายท่านอาจทราบข่าวกันไปแล้ว สำหรับ “ไอศกรีมละมุด 100 ปี” ผลงานจากตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก สาขาไอศกรีม จากเวทีประกวดอาหาร ที่ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเวทีดังกล่าวนี้ว่ากันว่า เปรียบได้กับ “เวทีออสการ์อาหาร” กันเลยทีเดียว อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทย! ไอศกรีมละมุด 100 ปี ผลไม้ไม่มีราคาสู่แชมป์โลก “ออสการ์อาหาร” สำหรับความเป็นมาของ ไอศกรีมละมุด 100 ปี นี้ เริ่มต้นมาจาก “ละมุดบ้านใหม่” ผลไม้สีน้ำตาลนวล เนื้อเนียนหวานกรอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือแหล่งผลิตที่โดดเด่นและเป็นเพียงพื้นที่เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI (Geographical Indication) จากกระทรวงพาณิชย์ ผลละมุดจากดินอุดมสมบูรณ์ริมคลองบางแก้วแห่งนี้ไม่เพียงมีรสชาติหวานละมุน แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนบ้านใหม่ที่สืบทอดมายาวนาน ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ละมุด ในตำบลบ้านใหม่ มีราคาตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 5-10 บาท หลายสวนถูกทิ้งร้างเพราะไม่คุ้มค่าแก่การดูแล แต่ด้วยความรักในถิ่นฐานและความหวงแหนผลไม้ประจำตำบล ชาว
“อยากขายซอส แต่สุกี้ดันปัง” สุกี้พรศิริ ไวรัลโซเชียล เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ขายได้ 300 กว่าจาน สุกี้พรศิริ ร้านสุกี้สุดไวรัลบนติ๊กต็อก เปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แต่ก็ยังขายดีมากๆ ในเวลา 3 ชั่วโมง มีลูกค้าต่อคิวยาว ถึง 80 คิว และสามารถขายได้สูงสุด 300 กว่าจาน จุดเริ่มต้นของร้านนี้เป็นมาอย่างไร ทำไมสุกี้พรศิริถึงอร่อยเด็ด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้าน ร้าน Flat Marble เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เป็นหนึ่งในเจ้าของร้าน Flat Marble ธุรกิจที่เธอรวมตัวกับเพื่อนและแฟนช่วยกันสร้าง ซึ่งเปิดมานานถึง 9 ปี ร้าน Flat Marble ก่อตั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ “โรงเรียนของเรา” เพราะทุกคนอยากเรียนรู้การทำธุรกิจไปพร้อมๆ กับลูกค้า จึงเกิดเป็นร้านเคาน์เตอร์บาร์ 9 ที่นั่ง เสิร์ฟอาหารอะลาคาร์ต ชูโรงด้วยเมนูสเต๊ก พร้อมใช้วัตถุดิบพรีเมียมปรุงเมนูฟิวชัน โดยมีนิยามว่า “Fine Casual Dining เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี ใช้วัตถุดิบดี แต่ไม่จำเป็นต้องใส่สูทมาทาน ใส่ร้องเท้าแตะ ใส่เสื้อยืดมาทานได้สบายๆ” กระทั่งในช่วงโควิด Flat Marble ต้องเผชิญวิกฤตนี้เหมือนกับร้านอื่นๆ ทุกคนต่างป
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
เรียกได้ว่าแฟชั่นในปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากมายหลายแบบ ไม่ได้มีแค่หุ่นตามบิวตี้สแตนดาร์ดหรือค่านิยมอีกต่อไป แต่ยังมีแฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ ที่โดดเด่นทั้งสไตล์ และขนาดที่มีหลากหลายกว่าเมื่อก่อน จากรายงานของ Future Market Insight คาดการณ์ว่า ตลาดเสื้อผ้าพลัสไซซ์จะมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึง 2035 โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 319,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2035 มีโอกาสแตะ 583,451 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ ได้แก่ เทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว บวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการที่โลกยุคนี้มีการยอมรับตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกายในประเทศจีน ที่จะมีความกดดันในเรื่องของขนาดร่างกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน ‘ขนาดของเสื้อผ้า’ โดยคุณหลี่ เล่าให้ Jing Daily ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกลางๆ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 3XL-5XL นั่นก็เพราะว่าไซซ์เสื้อผ้าที่จีนมีขนาดเล็กมาก “ลองนึกดูสิว่าไซซ์ S จะมีขนาดเล็กแค่ไหน” เพราะคนจีนถูกปลูกฝังให้ไม่อยากใส่เสื
“ทุกคนนน” ประโยคคุ้นหู ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงอันมีเอกลักษณ์ของ คุณพิท-พิศิษฐ์ วิจิตรเบญจรงค์ ผู้กำกับหนังโฆษณา วัย 50 ปี เจ้าของ TikTok ช่อง “ลุงพิท ครัวจิ๋ว” ที่ใช้ความรู้สายโปรดักชันกับโทรศัพท์ 1 เครื่องทำคอนเทนต์ครัวจิ๋วกินได้จนมียอดวิวหลักล้าน และจากที่เป็นงานอดิเรกก็กลายมาเป็นอาชีพหลักในฐานะครีเอเตอร์ ที่สร้างรายได้ส่วนหนึ่งจากการ Tie-in สินค้า รวมถึงต่อยอดขายน้ำพริก และเป็นวิทยากร ผู้กำกับโฆษณากับครัวจิ๋ว คุณพิท เป็นผู้กำกับหนังโฆษณา เรียกว่าคร่ำหวอดในวงการนี้มานานกว่า 20 ปี แต่งานก็น้อยลงมาเรื่อยๆ จึงเริ่มทำยูทูบให้ความรู้เรื่องเกษตร จากนั้นขยับสู่ติ๊กต็อก เพราะมีข้อมูลว่าคนเริ่มเสิร์ชติ๊กต็อกมากกว่ากูเกิลแล้วที่อเมริกา โดยนำคอนเทนต์ปลูกผักจากยูทูบไปลงพร้อมพากย์เสียง และลงครัวจิ๋วควบคู่ แต่วันหนึ่งกลุ่มผู้ชมวัยเด็กเข้ามาดูครัวจิ๋วมากขึ้น เขาจึงหันมาทำครัวจิ๋วจริงจัง ลุงพิท ครัวจิ๋ว เป็นครัวไทยโบราณ สามารถทำอาหารทานได้จริง ซึ่งส่วนใหญ่เมนูจะขึ้นอยู่กับการจ่ายตลาด ว่าสามารถหาวัตถุดิบอะไรมาได้บ้าง ซึ่งวัตถุดิบนั้นต้องจิ๋วจริงๆ เช่น ยอดผัก ใจผัก มะม่วงเบาหรือมะเขือลูกเล็ก ก
ร้านโขมงโฉงเฉง เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เป็นร้านขาหมูติ่มซำ หมูสะเต๊ะ กาแฟโบราณ สไตล์ไทยจีน บรรยากาศย้อนยุค ที่มีการเล่าเรื่องราวของบ้านเกิด การเติบโต และความตั้งใจเสิร์ฟให้ลูกค้าด้วยคอนเซ็ปต์ “อร่อย คุ้มค่า บริการอบอุ่น” ในยุคนี้ที่เศรษฐกิจตกต่ำ เเต่ราคาอาหารกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ร้านแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านออฟฟิศ เข้าอกเข้าใจลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี จึงทำอาหารที่คุ้มค่า คุณภาพดี อร่อย สะอาด ราคาถูก อย่าง กาแฟ เริ่มต้นที่แก้วละ 8 บาท ซึ่งหายากเต็มทีแล้ว “ร้านเรามีข้าวขาหมูปริมาณอิ่มจุก ราคา 65 บาท พร้อมบริการที่อบอุ่น เอาใจใส่เหมือนคนในครอบครัว ทำให้ร้านที่เปิดมาได้เเค่ 5 เดือน สามารถครองใจลูกค้าในละแวก คนเเน่นร้านทุกวัน” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อว่า “จุดเริ่มต้นของร้านโขมงโฉงเฉง เกิดมาจากการที่ต้องการสานฝันวัยเด็ก ที่เกิดมาพร้อมกับร้านเรือนไม้ซึ่งเป็นสวนอาหารเล็กๆ ของคุณแม่ที่ ต.เทพราช จ.ฉะเชิงเทรา จำความได้ว่าคุณแม่ไปจ่ายตลาดทุกเช้า ส่วนหนูกับคุณพ่อนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟโบราณหน้าตลาด บรรยากาศตึกเก่าสีเ
หากเอ่ยถึงชื่อของ “เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด” ชื่อนี้สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้อย่างน่าทึ่ง จากไอศกรีมทานคู่กับขนมปังเนื้อนุ่มผสานความอร่อยด้วยเนยสูตรลับของร้าน ทำให้เจปังกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าในย่านวังหลัง ก่อนเติบโตสู่ร้านไอศกรีมขึ้นห้าง และขยับขยายกว่า 25 สาขาในปัจจุบัน เริ่มแรก จากผลิตไอศกรีม คุณโดม-โฎม รัตนวชิรินทร์ ผู้บริหารรุ่นใหม่วัย 33 ปี เล่าให้ฟังว่า เจปัง ไอติมย่างเนยโฮมเมด ต่อยอดมาจากการเป็นผู้ผลิตไอศกรีมเปล่าขายที่ย่านวังหลังตั้งแต่ปี 2562 โดยผลิตจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิกของเกษตรกรไทย ซึ่งเริ่มต้นไอเดียมาจากคุณพ่อหลังได้เข้าร่วมโครงการ “ตั้งตัวด้วยอ้อยคั้นน้ำ” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยปลูกอ้อยออร์แกนิก 100% “ความจริงแล้วเกษตรกรไทยมีความรู้ มีประสบการณ์ เก่งๆ กันเยอะมาก แต่ฝั่งที่รับซื้อผลผลิตยังมีไม่แน่นอน จึงอยากอยากเป็นส่วนเล็กๆ ในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ข้อดีของการสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกไม่ใช่เฉพาะปลายน้ำอย่างผู้บริโภคที่ได้ประโยชน์ แต่ต้นน้ำที่เป็นคนปลูกก็ได้รับเต็มๆ เช่นกัน ทั้งเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และเรื่องรายได้”&nbs
สำหรับ SMEs ไทย การวางสินค้า ในเซลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นั่นคือโอกาสทองในการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน จุดสำคัญคือ SMEs ต้องมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และหมัดเด็ดการสร้างไวรัลให้สินค้าติดตลาด ศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแรงและพร้อมแข่งขันในตลาดยุคใหม่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” หากอยากก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นฯ และยืนระยะได้ในระยะยาว เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย ดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 8,000 รายการ ปี 2025 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตเพียง 2% แต่ “สินค้าแบรนด์ไทย” กลับคึกคักสวนกระแส ผู้ประกอบการ SMEs ต่างงัดกลยุทธ์เด็ดดันสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 รายการ ทั้งอาหาร-ผักผลไม้-ขนมไทย-เครื่องดื่ม-ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ หมึกกรุบ น้ำพริกป้าแว่น กล้วยหอมทอง ขนมไทยบ้านทองหยอด น้ำพร
The Next Forest คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางทีมงาน The Next Forest จึงผสมผสาน “วิทยาศาสตร์ป่าไม้” เข้ากับ “ศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่” นับตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนจริงๆ ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน “การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วม
