SMEs
ประกาศงานสุดแปลกที่กำลังเป็นไวรัลใน X อยู่ตอนนี้ เมื่อมีแอ๊กเคานต์หนึ่งแชร์ภาพจากแพลตฟอร์มหางาน Fastwork พร้อมแคปชั่นว่า “งานใหม่ใกล้ฉัน แกล้งๆ เดินในซอยผ่านหน้าบ้าน เพื่อไม่ให้รู้สึกเงียบ” โดยมีการเข้าถึงกว่า 1.3 ล้านยอดวิว และมีจำนวนรีโพสต์กว่า 39,000 ครั้ง เลยทีเดียว รายละเอียดงานที่ลงในประกาศ บรีฟงาน : บ้านอยู่ในซอยลึกมาก ไม่มีใครเดินผ่านเลย รู้สึกว่าบ้านดูไม่มีชีวิตชีวา เหมือนในหนังผี อยากให้มีคนเดินผ่านตอนเช้าทุกวัน สัก 07.30-08.00 น. จะเดินเล่น พาสุนัข หรือแค่เดินเฉยๆ ก็ได้ บางวันอาจให้แกล้งคุยโทรศัพท์ หรือยืนดูอะไรสักอย่างนานๆ หน่อย ค่าจ้าง : วันละ 500 บาท สถานที่ : แถวพัฒนาการ ลักษณะการจ้าง : ฟรีแลนซ์ (จ้างเป็นโปรเจ็กต์) โดยงานนี้ทำให้ชาวเน็ตหลายคนต่างพากันคอมเมนต์ไปในหลายๆ แง่มุม บ้างก็ว่าเป็นงานที่น่าสนใจ เพราะแค่ 30 นาทีแต่ได้ค่าจ้างถึง 500 บาท เป็นงานง่ายๆ สบายๆ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งหลายคนก็คิดว่านี่เป็นการลวงไปฆ่าหรือพาไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมหรือเปล่า อาทิ “อยากรับบทแม่ค้าไอติมเดินผ่านรัวๆ” “สรุปจ้างให้ไปเป็นพยานในคดีฆาตกรรมที่วางแผนมาแล้วอย่างแยบยล” อ่านบทความที
รวม 5 แบรนด์เครื่องดื่มจากจีน บุกตลาดไทย เติบโตแซงหน้าแบรนด์ดัง ลงทุนน้อย สินค้าหลากหลาย ปัจจุบันกระแสความสนใจประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กระแสวัฒนธรรมของจีน กำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่รวมกับคนไทยในหลายๆ ด้าน อย่างที่เห็นได้ชัดและมีมาตั้งแต่อดีต คือพิธีกรรมต่างๆ เทศกาลต่างๆ และในปัจจุบัน นอกจากเรื่องราวของพิธีกรรมแล้ว วงการภาพยนตร์ ซีรีส์ ก็ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ และที่ปฏิเสธไม่ได้เลย อาหารและเครื่องดื่ม ก็มีอิทธิพลอย่างมาก ทำให้คนสนใจหันมาเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ต้องบอกว่ากำลังเป็นที่เติบโตและแพร่หลาย เหตุผลหลักๆ ที่คนหันมาทำธุรกิจ อาจจะเป็นเพราะความชอบส่วนตัว ที่เป็นคนชอบทำอาหารและเครื่องดื่มอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะเป็นเพราะมีตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความเติบโตสูง นอกจากมีตลาดที่ใหญ่แล้ว การลงทุนก็มีผลเช่นกัน ธุรกิจร้านอาหารอาจลงทุนน้อยกว่าธุรกิจอื่นๆ เพราะอาหารบางประเภทลงทุนไม่สูง เริ่มต้นได้ง่ายๆ และเหมาะสำหรับผู้ประกอบการใหม่ๆ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เรา
“เดี๋ยวนี้คนใช้ดินสอปากกาลดลง นิยมจดบนไอแพดหรือเทคโนโลยีอื่นๆ กันหมด” ใครยังจำภาพร้านเครื่องเขียนที่เต็มไปด้วยดินสอ ปากกา สมุด และอุปกรณ์นานาชนิดได้บ้าง วันนี้หรือในอนาคตไม่นาน ภาพเหล่านั้นอาจกำลังเลือนหายไป เสียงจากผู้ประกอบการแห่งหนึ่ง ได้จุดประเด็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อ “ร้านเครื่องเขียน” กำลังเผชิญกับภาวะ “เจ๊ง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ธุรกิจที่เคยเฟื่องฟูกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอาจกลายเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ เมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เดินทางเข้าไปในตัวเมืองราชบุรี เพื่อไปซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านประจำในทุกๆ ครั้งที่ต้องการซื้อเกี่ยวกับอะไรพวกนี้ แต่วันนี้รู้สึกแปลกตาไปหน่อย เพราะสินค้าต่างๆ เริ่มลดลง จากเมื่อก่อนมีอยู่หนาตา จะเดินไปหยิบอะไรสักอย่างทีแทบจะเอียงตัวเดิน แต่มาวันนี้กลับไม่ใช่ ทุกอย่างดูบางตาไปเกือบหมด ทันทีที่ยืนมองดูบรรยากาศร้านรอบๆ คุณตาเจ้าของร้านวัย 86 ปี เดินออกมาพร้อมพูดว่า “เดี๋ยวไม่นานก็จะปิดแล้ว” ผู้เขียนก็นึกว่าวันนี้มาช่วงเย็นๆ ร้
รายได้ 300 ล้านบาทต่อปี! เริ่มต้นอบคุกกี้จากเตาอบเล็กๆ สู่แบรนด์ “Fancypants” กวาดรายได้ปังๆ ใครหลายๆ คนก็มักจะเริ่มต้นอาชีพหรือทำธุรกิจจากความชอบเป็นส่วนใหญ่ แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน เรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ เริ่มต้นธุรกิจขนมคุกกี้มาจากความชอบ และต่อยอดกลายเป็นธุรกิจ จนสามารถสร้างรายได้ถึง 300 กว่าล้านบาทใน 1 ปี โดยเป็นเรื่องราวของ Maura Duggan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fancypants Baking Co. หลังจาก Maura Duggan สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาประสาทวิทยาและปริญญาโทสาขาการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เธอทำงานเป็นนักวิจัยให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการศึกษา แม้ว่างานนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่เธอยังคงคิดถึงความท้าทายตัวเองและเรียนรู้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปได้ การอบขนมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้เธอคิดถึงความทรงจำเกี่ยวกับแม่และยาย ดังนั้น เมื่อต้องการหารายได้พิเศษก็มักจะหันไปทำครัวและขนมสุดโปรด อย่างคุกกี้ ในปี 2547 เธอเริ่มทำจากครัวเล็กๆ ในคอนโด เมื่อเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ กลายเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า เธอก็พบว่าต
สูตรลับ! ปั้น “ลัคกี้ สุกี้” เพียง 3 ปี โตไวในตลาดสุดเดือด ตั้งเป้าปี 68 ยอดขายทะลุ 2,000 ล้าน เพียง 3 ปีที่ “ลัคกี้ สุกี้” เปิดให้บริการ แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด แต่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท ในปี 2567 ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้เล่นมากมาย อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด คุณวิรัตน์ กล่าวว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากหุ้นส่วน 4 คน ประกอบด้วยตนเอง คุณรุ่งทิวา วิพัฒนานันทกุล, คุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ และคุณอิทธิพล ติยะวราพรรณ ซึ่งทุกคนไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจอาหารมาก่อน เพราะมาจากหลากหลายแวดวงธุรกิจ แต่มีความชอบทานอาหารเหมือนกัน จึงเลือกปั้นแบรนด์สุกี้ เพราะมองว่าตลาดสุกี้ชาบูยังสามารถแทรกตัวเข้าไปได้ โดยเริ่มเปิดบริการลัคกี้ สุกี้ สาขาแรก ที่ People Park อ่อนนุช เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ซึ่งหุ้นส่วนทุกคนช่วยกันลงมือทำ ลงหน้างานเพื่อให้รู้ทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอน ทุกปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น “ตอนแรกคิดว่าถ้าทำแล้วไม่เวิร์ก ก็เลิก เพราะทุกคนมีธุรกิจก
เรื่องราวของ อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ บุคคลออทิสติก วัย 19 ปี เยาวชนบุคคลออทิสติกต้นแบบประจำปี 2567 ที่ค้นพบความสามารถของตัวเอง จนกลายเป็นนักเขียนในโลกออนไลน์ กับผลงานเรื่อง Paper Heart (หัวใจกระดาษ) ที่มีคนติดตามอ่านจำนวนไม่น้อย อีกความสามารถของหนุ่มคนนี้ ยังถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ ที่สร้างสรรค์จากจินตนาการ สู่ลายเส้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาสู่การสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ชื่อว่า ‘Alex’ ที่นำผลงานศิลปะมาเป็นลายสกรีนได้อย่างสวยงาม เปิดใจคุณแม่ของ อเล็ก คุณโสภี ฉวีวรรณ คุณแม่ของอเล็ก เล่าว่า เริ่มรู้ว่าอเล็กเป็นบุคคลออทิสติกตอนอายุประมาณ 4-5 ขวบ หรือเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกดูเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป แต่จากการสังเกตพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ทำให้เริ่มเห็นความแตกต่าง เช่น การพูดสลับคำ การเล่าเรื่องมีความสับสน ลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ และพูดคำบางคำไม่ชัด จึงพาไปพบคุณหมอให้ตรวจวินิจฉัย “วินาทีแรกรู้สึกเสียใจ แต่ดีใจที่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ลูกอย่างตรงจุด คุณหมอแนะนำให้ลูกเข้าโรงเรียนเฉพาะทาง หรือโรงเรียนที่ตอบรับลูกของเรา เพราะหากอเล็กยิ่ง
ปี 2568 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก การกลับมาอย่างแข็งกร้าวของนโยบายกีดกันทางการค้าภายใต้การนำของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ ทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ยุค 1930s และตอกย้ำความเกี่ยวโยงอันซับซ้อนของเศรษฐกิจโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผลกระทบระลอกแล้วระลอกเล่ากำลังถาโถมสู่ตลาดทั่วโลก ดังที่รายงานล่าสุดของ Binance หัวข้อ “Tariff Escalation and Crypto Markets : Impact Analysis” ได้วิเคราะห์ถึงนัยสำคัญเหล่านี้ ในบริบทของประเทศไทยและภูมิทัศน์สินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงผลกระทบใหญ่จากสิ่งที่อาจเรียกว่า “คลื่นสึนามิภาษี” เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่จับตามอง แต่ต้องวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อหาโอกาสท่ามกลางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกครั้งสำคัญนี้ ประเด็นนี้ลึกซึ้งกว่าแค่ตัวเลขการค้า แต่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของโลกทั้งระบบ การบังคับใช้อัตราภาษีแบบครอบคลุมควบคู่กับมาตรการที่มุ่งเป้าไปยังประเทศเศรษฐกิจหลัก นับเป็นการหักเหทิศทางครั้งสำคัญ ซึ่งท้าทายแนวทางการเปิดเสรีทางเศรษ
ท่ามกลางภาวะการแข่งขันดุเดือดของ ‘ตลาดซอสปรุงรส’ ในประเทศไทย บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสปรุงรสชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช แสดงจุดยืนการดำเนินธุรกิจต้องยึดมั่นหลักจริยธรรม แนะควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเอกลักษณ์และจุดขายที่สะท้อนตัวตนของตัวเอง ชวนเพิ่มทางเลือกใหม่แก่ผู้บริโภคอย่างสร้างสรรค์ไปด้วยกัน คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) สะท้อนมุมมองว่า “ตลาดซอสปรุงรสในประเทศไทยเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีการแข่งขันสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกหลากหลาย แต่การดำเนินธุรกิจควรอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งความพยายามออกแบบลักษณะภายนอกสินค้าให้มีความคล้ายคลึงแบรนด์อื่น ไม่ว่าจะเป็น เฉดสี รูปแบบอักษร และภาพประกอบฉลากสินค้า เพื่อก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มองว่าอาจเป็นการแข่งขันทางการตลาดที่ไม่สร้างสรรค์นัก” “ปัจจุบันเราเห็นการกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายเคสในประเทศไทย ไทยเทพรส จึงอยากเชิญชวนผู้บริโภคร่วมกันรณรงค์และ
หญิงน้ำปรุง จรุงจิต นักจัดดอกไม้มืออาชีพ กว่าจะยืนหนึ่งในวงการ ต้องสู้กับใจตัวเอง “เราเป็นกะเทย เราโดนดูถูกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องสู้ ไม่ได้สู้กับอะไรนะ สู้กับใจตัวเอง” เรื่องราวของ “หญิงน้ำปรุง จรุงจิต” หรือ คุณชลัมพ์ ประคองทรัพย์ นักจัดดอกไม้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานเกือบ 20 ปี อาชีพที่เริ่มต้นจากความชอบ สู่การเรียนคหกรรมศาสตร์ ที่ราชมงคลโชติเวช หรือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในปัจจุบัน “กาเรียนในระดับปริญญาตรี มันบอกถึงชีวิตเราเลยนะ ว่าเราต้องทำอะไรต่อไป เราจะเรียนอะไรดีนะ ที่สามารถดำเนินชีวิตไปได้ เลยมารู้ว่ามีวิชาคหกรรม ซึ่งครูประจำชั้น อาจารย์รัศมีบอกว่า เธอต้องไปเรียนที่โชติเวชนะ เราก็เลยเลือกเรียนเอกงานประดิษฐ์ เกี่ยวกับงานจัดดอกไม้ เย็บ ปัก ถัก ร้อย การอยู่ในบ้าน เรามีความสุขมากในการเรียน เพราะครูบาอาจารย์อยู่กันอย่างพี่น้อง กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ซึ่งในขณะเรียน วิชาในห้องคือประสบการณ์จากหนังสือ แต่ประสบการณ์ตรงเราต้องมีการฝึกฝน อาจารย์ปิยธิดาบอกเราเสมอว่า ต้องฝึกประสบการณ์ตรงนะลูก อาจารย์อภิรัตน์ก็ส
สำหรับบางคน พัดสานอาจเป็นเพียงเครื่องมือคลายร้อนแบบบ้าน ๆ ไทย ๆ ที่หาไม่ได้มีคุณค่าหรือความหมายอะไรมาก แต่สำหรับชาวชุมชนบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พัดสานทุกเล่มคือส่วนหนึ่งของความทรงจำ คือเรื่องราวที่ถูกถักทอผ่านเส้นตอก และลวดลาย อีกทั้งยังเป็นมรดกแห่งภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น สานแน่นไปด้วยวัฒนธรรม ฝีมือ และสายใยความผูกพันของครอบครัว เพื่อทำความรู้จักเรื่องราวของ “พัดสาน” ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขอพาลัดเลาะเข้าสู่ชุมชนบ้านแพรก หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพูดคุยกับ คุณจินดา ขนายนาม และคุณสมปอง ตรส์กุล สองคุณแม่วัย 70 ปี ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของงานจักสานไว้ได้อย่างมั่นคง เพราะที่นี่…พัดสานไม่ใช่เพียงของใช้ แต่คือชีวิต ลมหายใจ และคือสิ่งที่บอกเล่าถึงกาลเวลาที่เคลื่อนผ่าน โดยที่ความงดงามของวิถีดั้งเดิมยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย สานภูมิปัญญา สู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน ชุมชนบ้านแพรก เป็นแหล่งผลิตพัดสานจากไม้ไผ่ที่มีเอกลักษณ์มากว่า 50 ปี ด้วยฝีมือของชาวบ้านกว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ร่วมกันสืบสานงานจักสานเป็นอาชีพหลัก วัตถุดิบทั้งหมดมาจากภายในชุมช
