รอบโลก
หากพูดถึงอาหารที่เปลี่ยนโลก “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “มาม่า” คือหนึ่งในนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ราคาย่อมเยา และเป็นสัญลักษณ์ของการเอาตัวรอดในยามเศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ใครจะรู้ว่าจุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น เกิดขึ้นจาก ความขาดแคลนอาหารหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึง 100 ปี โมโมฟุกุ อันโดะ ผู้ให้กำเนิดเส้นมหัศจรรย์ โมโมฟุกุ อันโดะ ผู้ก่อตั้งบริษัท NISSIN FOODS เกิดเมื่อปี 1910 ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อันโดะสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ และเติบโตมากับคุณปู่ที่ทำธุรกิจขายผ้า สิ่งนี้ทำให้เขาคุ้นเคยกับโลกของการค้าและการบริหารจัดการตั้งแต่วัยเยาว์ ในวัยหนุ่ม เขาก่อตั้งบริษัทสิ่งทอและประสบความสำเร็จ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกอย่างเปลี่ยนไป ญี่ปุ่นต้องเผชิญภาวะ ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ถนนเต็มไปด้วยผู้คนหิวโหย และมีคนจำนวนมากเสียชีวิตเพราะโภชนาการไม่เพียงพอ จุดประกายจากบะหมี่ราเมน วันหนึ่ง อันโดะเดินผ่านตลาดใกล้สถานีโอซากะ เขาเห็นผู้คนต่อแถวยาวท่ามกลางอากาศหนาวเพื่อซื้อราเมนร้อนๆ ภาพนั้นสะท้อนถึง ความต้องการอาหารที่อิ่ม
กระแสความแรงของภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ‘K-Pop Demon Hunters’ บน Netflix ที่ฉายมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ยังคงมาแรงไม่มีแผ่ว กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก โดยขึ้นแท่นอันดับ 2 ของภาพยนตร์ยอดนิยมบน Netflix ด้วยยอดเข้าชมกว่า 210.5 ล้านครั้ง และเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง “Golden” ก็ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต Billboard Hot 100 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง K-Pop Demon Hunters เป็นเรื่องราวของเกิร์ลกรุ๊ปวง ‘HUNTR/X’ ที่คอยปกป้องโลกมนุษย์จากบอยแบนด์ปีศาจอย่าง ‘Saja Boys’ ซึ่งเรื่องราวความสนุกนี้ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมถึงมีการสอดแทรกวัฒนธรรมเกาหลี ทั้งเพลง K-Pop, อาหารเกาหลี, แฟชั่นต่างๆ ทั้งในเรื่องยังมี ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ ที่ดูคล้ายผลิตภัณฑ์ของ Nongshim ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังของเกาหลีใต้ อ้างอิงจากการใช้ตัวอักษรจีนที่ต่างกัน (神) ใน Shin Ramyun ที่ออกเสียงเหมือนกับคำว่า Shin (辛) ของ Nongshim และ ชื่อ Dongshim ที่คล้ายกับ Nongshim โดยล่าสุด Nongshim ต่อยอดการตลาดในหนังสู่สินค้าจริง เตรียมปล่อยผลิตภัณฑ์เวอร์ชันพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แอนิเมชันของ Netflix และ
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่ากระแส Plant-based Food มาแรงมาก อย่าง “นมโอ๊ต” ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งนมชนิดนี้จะมีความครีมมี่มากกว่านมทางเลือกอื่นๆ สามารถตีฟองได้ดีกว่า ทั้งยังควบคู่ไปกับการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งในช่วงนี้หลายคนคงเห็นไวรัล “Oatside Barista Blend ขนาด 1 ลิตร” ที่มีการปรับราคาลงถึง 50% โดยทางเพจ ผู้บริโภค ได้มีการโพสต์รูปภาพ OATSIDE ที่ปรับราคาลงถาวร จากปกติ 112 บาท เหลือเพียง 56 บาท โดยระบุข้อความว่า “ร้านกาแฟถูกใจสิ่งนี้ ถาวรครึ่งต่อครึ่งเลยนะ รับทราบนะ ผู้บริโภค” โดยทางเพจ Oatside Thailand ได้มีการคอมเมนต์ถึงการลดราคาถาวรนี้ว่า “ขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุน Oatside มาโดยตลอด การปรับราคานี้เป็นราคาปกติ ปรับทุกห้าง สาเหตุที่ปรับลดราคาลง เนื่องจากตอนนี้เราสามารถลดราคาได้เพราะเราขยายธุรกิจไปทั่วโลก ทำให้ต้นทุนลดลง เราก็เลยอยากแบ่งปัน ส่วนลดนี้ให้ลูกค้า เพื่อเข้าถึง Oatside ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทางแบรนด์ขอยืนยันว่า รสชาติ ความอร่อยยังคงเดิม” ชวนรู้จัก Oatside (โอ๊ตไซด์) 
Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) หรือ RedNote แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมจากจีน ได้ทำการปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยเปลี่ยนสโลแกนจาก “Your Life Guide” หรือคู่มือชีวิตของคุณ เป็น “Your Community of Life Interests” หรือชุมชนความน่าสนใจของชีวิต ซึ่งแต่เดิม Xiaohongshu จะโดดเด่นในเรื่องของการรีวิวอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือการช้อปปิ้ง เป็นต้น โดยในปี 2024 ได้รับความนิยมด้วยวลี “Find Great Things from Abroad” หรือ ค้นหาสิ่งดีๆ จากต่างประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “A Better Life Around the World” และ “Mark My Life” ปัจจุบันการหาแรงบันดาลใจจาก Xiaohongshu ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายคนไปแล้ว ทำให้สโลแกนใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งาน สู่ “Emotional Connection” หรือการเชื่อมโยงทางอารมณ์ เมื่อเทียบกับสโลแกนก่อนหน้า สโลแกนใหม่นี้เป็นเหมือนการเน้นย้ำถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรู้สึกของชุมชน นอกจากนี้ Xiaohongshu ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Interest Neighborhoods หรือชุมชนที่น่าสนใจ ซึ่งมีทั้งหมด 8 โซนที่แตกต่างกัน ครอบคลุมตั้งแต่ เกม อนิเมะ ก
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านโถสุขภัณฑ์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบฉีดน้ำทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่เลือกให้เหมาะกับการถ่ายหนัก-เบา การปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นขึ้นในฤดูหนาว และเปิดเสียงกลบขณะทำภารกิจหนัก แม้จะประสบความสำเร็จกับการออกแบบให้โถสุขภัณฑ์ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ล่าสุดแบรนด์ “โตโต้” (Toto) เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ที่เปลี่ยนจากความสะดวกสบาย มาเป็นการใส่ใจกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี “ไมนิจิ” สื่อญี่ปุ่น ระบุว่า “โตโต้” เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ “นีโอเรสต์” (Neorest) รุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีระบบตรวจสอบ “อุจจาระ” และบันทึกข้อมูลในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพจากการขับถ่ายได้ โถสุขภัณฑ์สุดล้ำนี้จะติดตั้งเซนเซอร์ไว้ใกล้กับหัวฉีดน้ำ หลักการทำงานก็คล้ายกับการสแกนบาร์โค้ด โดยจะฉายแสงไปยัง “อึ” ที่ตกลงในโถเพื่อวัดค่าต่างๆ เมื่อผู้ใช้นั่งบนฝาชักโครก ฝาเครื่องสแกนจะเปิดออกและระบบเริ่มทำงาน หลังจากวัดค่าเสร็จแล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมั
จากแผงขายริมทางสู่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จากเมืองหลักสู่เมืองรอง จากรสชาติถูกปากคนบางกลุ่มสู่ร้านอาหารดังบนอินเทอร์เน็ตที่ต้องต่อคิวยาว “อาหารไทย” หลากหลายเมนูได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างงดงามในจีน ไม่เพียงก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในจีน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คนจีนรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้าใจประเทศไทยด้วย หญิงแซ่หลิว ชาวเมืองไท่หยวน มณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน มักเดินทางไปร้านอาหารไทยในท้องถิ่นพร้อมครอบครัวทุกเดือน ซึ่งร้านอาหารไทยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นำเสนอบรรยากาศความเป็นไทยอย่างชัดเจน และค่าอาหารต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 100 หยวน (ราว 450 บาท) โดยหลิว กล่าวว่า ครอบครัวเป็นแฟนคลับอาหารไทย ชื่นชอบน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวหวานที่กระตุ้นต่อมรับรสเป็นพิเศษ ประสบการณ์รับประทานอาหารที่ดีได้พลิกมุมมองของหลิวต่ออาหารไทย จากเดิมที่เห็นว่าอาหารไทยไม่ค่อยน่ารับประทานและมักขายริมทาง กลายเป็นว่าการเนรมิตอาหารไทยให้สวยงามและอร่อยด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อม ซึ่งนี่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอาหารไทยในจีน มีร้านอาหารไทยระดับกลางและระดับบนเพิ่มขึ้นอย่างต่
ในปัจจุบันถือว่า AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลายคน บางคนอาจจะใช้สำหรับช่วยในการทำงานให้เร็วมากขึ้น หรือให้ AI ช่วยทำรูป ช่วยพากย์เสียงให้ แต่สำหรับเด็กวัย 16 ปี เขาใช้ AI ในการทำคลิปสั้นลง TikTok และสามารถทำเงินได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 324,000 บาท) ด้วยการสร้างวิดีโอ AI ผ่านเครื่องมือสร้างวิดีโอ Veo3 ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่ใช้งานง่าย เพียงแค่พิมพ์ข้อความที่ต้องการและให้ AI สร้างวิดีโอให้ นอกจากนี้ การเจาะกลุ่มตลาดที่ต้องการและสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ ก็สามารถช่วยให้ทำเงินได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งเขาใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ในการปั้นช่อง impossibleais ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปในรูปแบบ ASMR เกี่ยวกับการตัดผลไม้แก้ว พร้อมเสียงตัดแบบฟินๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก มียอดวิวเกือบ 60 ล้านวิวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ก็มีหลายคนหันมาใช้ AI ในการทำคลิป สร้างช่องขึ้นมาใหม่ อย่างของไทยเองที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ ได้แก่ หลวงตาบุญจริง ที่มีความสมจริงที่เน้นสอนเรื่องธรรมะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันมีผู้ติดตามหลักแสน ยอดวิวรวมกว่า 12 ล้านวิว ซึ่งตอนนี้ TikTok มีโครงการ Creativity Prog
สินค้า “ทุเรียนกรอบ” (ฟรีซดราย) สีเหลืองนวลตาดึงดูดผู้คนแวะเวียนพาวิลเลียนไทยภายในงานแสดงสินค้าจีน-เอเชียใต้ ครั้งที่ 9 ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันอังคาร กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ ผู้จัดแสดงสินค้าของไทย กล่าวว่า เขาเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและนำผลิตภัณฑ์ทุเรียนกรอบหรือทุเรียนฟรีซดราย รวมถึงมังคุดฟรีซดราย มาจำหน่ายมากกว่าสิบกล่อง ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าผู้บริโภคชาวจีน เบื้องหลังรสหวานหอมนี้คือ “ทางรถไฟจีน-ลาว” ที่ขนส่งทุเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทางรถไฟฯ ได้ขนส่งสินค้ามากกว่า 60 ล้านตัน เมื่อนับตั้งแต่เปิดบริการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นสินค้าข้ามพรมแดนมากกว่า 13 ล้านตัน ระบบขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิครบวงจร เส้นทางจีน-ลาว-ไทย ช่วยให้การขนส่งผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่จีนใช้เวลาไม่เกิน 40 ชั่วโมง ขณะรถไฟสินค้าระหว่างประเทศ เส้นทางล้านช้าง-แม่โขง ใช้เวลา 26 ชั่วโมง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ร้อยละ 30-50 หน่วยงานการรถไฟท้องถิ่น ระบุว่า มีการขนส่งผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุดผ
วงการไลฟ์สดไทยว่าคึกคักแล้ว ลองมาดูพี่จีนที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI Avatar หรือร่างเสมือนจริงมาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในเวลากว่า 6 ชั่วโมง การใช้ AI Avatar เริ่มต้นมาจาก Luo Yonghao (ลั่ว หยงเฮ่า) ผู้ก่อตั้งบริษัทสมาร์ทโฟน Smartisan ที่หันมาเป็นนักไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์ม Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีน เมื่อปี 2020 หลังจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน จึงต้องหาทางสร้างรายได้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักไลฟ์ที่โด่งดังในประเทศจีน จากการมีผู้ติดตามบัญชี Be Friends บน Douyin เกือบ 24.7 ล้านคน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลั่ว หยงเฮ่า ได้ไลฟ์สดร่วมกับคู่หู Xiao Mu (เสี่ยว มู่) ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีการนำ AI Avatar หรือ จำลองร่างเสมือนจริงของตัวเอง มาไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Youxuan ของ Baidu ซึ่งร่างเสมือนจริงนี้ สามารถพูดคุยกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 55 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250 ล้านบาท โดย Wu Jialu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Be Friends Holding ของ ลั่ว หยง
เมื่อไม่นานนี้ จารุวรรณ อุดมทรัพย์ หรือ เฉินมู่อวิ๋น บล็อกเกอร์ชาวไทย ได้เยี่ยมเยือนโลกแห่งดอกไม้หลากสีสันหลายชนิดพันธุ์ที่ตลาดดอกไม้โต่วหนานในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่ซึ่งเป็นตลาดค้าขายดอกไม้ตัดสดขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชีย ตลาดดอกไม้โต่วหนานมีกุหลาบดอกละไม่ถึง 1 หยวน (ราว 4.5 บาท) หรือดอกเดซี่ 3 กำ 10 หยวน (ราว 45 บาท) ซึ่งทำให้เธอตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเพราะราคาถูกกว่าที่ไทย 2-3 เท่า รวมถึงสารพันไม้อวบน้ำที่ชวนให้ยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ โดยจารุวรรณ เปรยว่า แฟนพันธุ์แท้ไม้อวบน้ำในไทยคงกวาดซื้อกันอย่างคึกคักถ้าได้มาเห็น จารุวรรณ ยังเยือนศูนย์ประมูลไม้ดอกนานาชาติคุนหมิง ซึ่งมีการประมูลดอกไม้สดมากกว่า 7 ล้านดอกต่อวัน ที่นี่มีห้องประมูลพร้อมหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่แสดงราคากุหลาบ ลิลลี่ ไลเซนทัส และดอกไม้อีกกว่า 40 ประเภท 1,500 สายพันธุ์แบบเรียลไทม์ โดยผู้ประมูลนับร้อยทำการประมูลผ่านจอสัมผัสตรงหน้ากันอย่างเร้าใจ วังหยาง รองผู้จัดการศูนย์ประมูลฯ กล่าวว่า การประมูลแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ยไม่ถึง 4 วินาที ซึ่งกลไกการประมูลแบบ
