รอบโลก
ใครจะเชื่อว่าความวุ่นวายในการจัดงานแต่งงาน จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำเงินได้จริง รู้หรือไม่ว่าการเตรียมงานแต่งงานแต่ละครั้งนั้นไม่ได้ง่าย บ่าวสาวจะต้องเจอกับปัญหาสารพัดที่บางครั้งทำให้กังวลจนหัวหมุน แต่ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ มีหนึ่งอาชีพที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวช่วยลับ ในฐานะผู้ช่วยและเพื่อนเจ้าสาวที่ไว้ใจได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจน แกลนซ์ (Jen Glantz) สาววัย 37 ปี ผู้เปลี่ยนประสบการณ์การถูกเพื่อนชวนไปงานแต่งงานบ่อยๆ ให้กลายเป็น Bridesmaid for Hire ธุรกิจ“รับจ้างเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ที่พาเธอไปร่วมงานแต่งมาแล้วกว่า 100 งาน จุดเริ่มต้น ในปี 2010 เธอเล่าว่า ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรดี ซึ่งก็ลองทำมาแล้วหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาชมรมสตรี ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้องค์กรไม่แสวงหากำไร ไปจนถึงการเป็น Copywriting ให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ กระทั่งต่อมาในปี 2014 เธอเริ่มสังเกตเห็นเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในชีวิตของเธอ นั่นคือการที่เพื่อนๆ มักจะขอให้เธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอมองเห็นโอกาสในครั้งนี้ และลองประกาศหางานในเว็บไซต์ Craigsli
อดีตเด็กที่ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน ในภาคตะวันออกของจีน ผู้ซึ่งผ่านพ้นจากเหตุการณ์ถูกทำร้ายร่างกายและการล้มละลาย ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรซาลาเปาที่สามารถทำรายได้มหาศาลถึง 180 ล้านหยวน (ประมาณ 900 ล้านบาท) ต่อปี หลิว ฮุ่ยผิง (Liu Huiping) วัย 49 ปี จากมณฑลอันฮุย ซึ่งเขาต้องออกจากโรงเรียนมัธยมปลายก่อนกำหนด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้พ่อแม่ โดยช่วงแรกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะเปลี่ยนมาทุ่มเทให้กับการทำซาลาเปาแบบจีน ในปี 1998 หลิวได้ตัดสินใจกู้เงินจำนวน 4,000 หยวน (ประมาณ 20,000 บาท) เพื่อเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อเปิดร้านขายซาลาเปาร้านแรกของเขา แต่ทว่าเนื่องจากเขาไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก ทำให้ธุรกิจกลับล้มเหลวอย่างรวดเร็ว และทำให้ต้องมีหนี้สิน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อ เริ่มรับจ้างทำงานจิปาถะหลายอย่าง ตั้งแต่ขายอาหารทะเล รับจ้างฆ่างูในตลาด และทำงานเป็นพ่อครัว ตลอดช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคเหล่านี้ จิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการในตัวเขาไม่เคยสั่นคลอน เขาเชื่อว่า “ในเซี่ยงไฮ้มีประชากร 25 ล้านคน ถ้าแต่ละคนยอมจ่ายเงินคนละ 4 หยวน (ประมาณ 20 บาท) ในช่ว
ไม่ผิดเลยที่เราจะฝันว่าสักวันจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ความฝันนั้นต้องถูกวางลง แน่นอนคือเรื่องเงินทุนและความกลัว จริงๆ แล้ว หากเรารู้จักวางแผนก่อนลงมือทำ อาจทำให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจที่คิดต้องเป็นจริงได้ เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้หยิบมาเล่าผ่านไปยังผู้อ่านในวันนี้ เป็นเรื่องราวของ แอดดี้ โรเบิร์ตสัน (Addi Robertson) สาววัย 21 ปี จากรัฐหลุยเซียนา (Louisiana) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเป็นล้านแล้วถึงจะเริ่มได้ เธอเล่าว่า ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นแม่บ้านเฉยๆ สามีทำงานประจำ แต่ลึกในใจๆ แล้วมีความฝันมานานว่าอยากมีธุรกิจที่ทำเงินหลักล้านไว้ส่งต่อให้ลูกสาวได้ ด้วยที่เคยทำงานเป็นบาริสต้ามาก่อน ทั้งการชงกาแฟ การเรียนรู้ศิลปะต่างๆ เลยตัดสินใจว่า “เปิดร้านกาแฟเคลื่อนที่นี่แหละ” เริ่มต้นจากรถพ่วงเก่าๆ ในราคา 66,000 บาท เมื่อตัดสินใจแล้วเลยควักเงินเก็บมาลุยทันที โดยตั้งงบไว้เพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 330,000 บาท พอถึงเดือนมีนาคม เธอกับสามีก็ไปได้รถพ่วงเก่าที
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
การเดินสายไฟในไซต์ก่อสร้างกับการทำขนมหวาน มีอะไรที่เหมือนกันบ้างหรือไม่? ถ้าคุณถาม เชฟ Richard Chew (ริชาร์ด ชิว) เขาจะบอกคุณว่าทั้งสองงานนี้ล้วนเกี่ยวข้องกัน เพราะต้องใช้ความแม่นยำ สมาธิ และการวางแผนที่รอบคอบแบบห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เขาตัดสินใจว่าจะเรียนต่อเพื่อเป็นเชฟทำขนมหวาน และตัดสินใจลาออกจากงานช่างเดินสายไฟในอุตสาหกรรมการก่อสร้างปัจจุบันในวัย 39 ปี เชฟริชาร์ด ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเชฟขนมหวาน (Executive Pastry Chef) ที่โรงแรม Conrad Singapore Marina Bay โดยเป็นผู้นำทีมดูแลร้านอาหาร งานเลี้ยง และโปรแกรมจิบชายามบ่ายของโรงแรม เปลี่ยนสายงาน…จากช่างไฟมาเป็นเชฟทำขนม ตอนที่ทำงานอยู่ย่านถนนออร์ชาร์ด ขณะที่กำลังทานขนมปังอยู่ เห็นคนเดินไปเดินมา ก็เริ่มถามตัวเองว่า ถ้ามีโอกาสเลือกอาชีพอีกครั้งอยากทำอะไร “ฉันนึกถึงการทำอาหารและขนม เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร แถมคุณแม่ก็ยังเป็นช่างทำขนมอีกด้วย ตอน 6 ขวบก็เริ่มทำข้าวผัดเองที่บ้าน แล้วทำงานพาร์ตไทม์แรกตอนอยู่ ป.6 คือการทำงานในร้านเบเกอรี ทำหน้าที่ช่วยบรรจุวัตถุดิบลงบรรจุภัณฑ์” ก่อนจะเล่าต่อว่า ตอนนั้นไปเรียนทำขนมอยู
อดีตครูวัย 29 ปี จากเมืองที่มีชื่อเสียงด้านไม้เนื้ออ่อน เผยว่าเธอไม่มีความกลัวในธุรกิจขายโลงศพนี้เลย เพราะ “ความตายเกิดขึ้นได้ทุกวัน” ในวัฒนธรรมจีน “ความตาย” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องต้องห้ามและโชคร้าย แต่ที่เมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง กำแพงทางวัฒนธรรมนี้กลับกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่รุ่งเรือง นิตยสาร Personage รายงานเรื่องราวของ ลิซ่า หลิว วัย 29 ปี อดีตคุณครูที่เคยเหนื่อยล้าจากภาระงานหนัก จนกระทั่งเธอตัดสินใจเปลี่ยนสายงานในเดือนกรกฎาคม 2023 เธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของการขายโลงศพ โดยมุ่งเน้นที่ตลาดยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ในช่วงแรก เจ้านายพาเธอไปดูโรงงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดไม้ การแกะสลัก ไปจนถึงการประกอบ สำหรับคนงานที่นั่น โลงศพเป็นเพียงวัตถุไม้ชิ้นหนึ่ง บางคนถึงกับเอาโกศเปล่าไปใช้เป็นกล่องเก็บของในบ้าน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้หลิวเอาชนะความเชื่อเรื่อง “ลางร้าย” ไปได้ ทำไมต้องเป็น เมืองเหอเจ๋อ โลงศพของอิตาลีต่างจากโลงจีนที่มักจะหนักและสีเข้ม โดยของอิตาลีจะมีน้ำหนักเบากว่าและมีลวดลายทางศาสนา ที่สำคัญคือในอิตาลีจะมีการเผาทั้งร่างและโลงไปพร้อมกัน เมืองเหอเจ๋อมีต้นพอลโลเนีย (Paulownia) กว่า 3 ล้านต้น ซึ
รู้หรือไม่ว่า ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายคนล้วนมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย เช่น Jeff Bezos เริ่มต้น Amazon ในโรงรถ, Mark Zuckerberg เปิดตัว Facebook ในหอพัก และ Steve Jobs สร้าง Apple ที่บ้านพ่อแม่ของเขา วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นำเรื่องราวของ Alexis Ohanian (อเล็กซิส โอฮาเนียน) ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit เว็บบอร์ดที่มีขนาดชุมชนใหญ่ที่สุดในโลก คล้ายกับ Pantip.com ของไทย มานำเสนอเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ โดยเขาเล่าว่า ธุรกิจนี้ได้แรงบันดาลใจมาตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่หลังจากเดินออกจากห้องสอบไปเพียง 20 นาที แล้วตรงไปที่ร้าน Waffle House และตัดสินใจว่าจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ก่อตั้ง Reddit ขึ้น ไม่กี่เดือนต่อมา เขาและผู้ร่วมก่อตั้งก็ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Paul Graham และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน จากร้านวาฟเฟิลสู่ธุรกิจหมื่นล้าน จุดเริ่มต้นของ Reddit เกิดขึ้นที่โต๊ะหมายเลข 19 ในร้าน Waffle House แถวบ้าน ในปี 2005 ขณะที่เขากำลังจะสำเร็จการศึกษาจา
จากแรงบันดาลใจในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สู่ธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพนี่เป็นเรื่องราวของสองนักธุรกิจจากรัฐแอริโซนา Jeff Taylor Yauck (เจฟฟ์ เทย์เลอร์ ยอค) อายุ 38 ปี และ Ben Glick (เบน กลิค) อายุ 36 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PancakeNow แซนด์วิชแพนเค้กพร้อมทาน ที่อัดแน่นด้วยโปรตีน จุดเริ่มต้นของธุรกิจเสริม เจฟฟ์ เล่าว่า ธุรกิจเสริมนี้เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2024 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2014 “ตอนผมไปญี่ปุ่นแล้วทึ่งกับแพนเค้กในร้านสะดวกซื้อที่นั่นมาก ผมฝันอยากทำอะไรที่คล้ายกันในอเมริกา แต่ต้องใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและเพิ่มโปรตีนเข้าไป กระทั่งสิบปีต่อมา ได้เปิดตัว 4 รสชาติแรก รสเมเปิ้ล, คุกกี้แอนด์ครีม, ซินนามอนบัน และช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์” เขาใช้เวลาหลายปีในการปรับสูตรแพนเค้กพร้อมทานนี้ให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกคือ การออกแบบภาพลักษณ์แบรนด์ (Branding), บรรจุภัณฑ์ และโลโก้ ซึ่งค้นพบว่านี่คือขั้นตอนแรกที่ดีที่สุด เพราะมันช่วยสร้างความตื่นเต้นและแรงผลักดันให้ทำอย่างอื่นๆ ต่อได้สำเร็จ ต่อมาใช้เงินลงทุนประมาณ 45
ทุกวันนี้การใช้ AI ในชีวิตประจำวันแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้คนย่นระยะเวลาในการทำงาน ลดต้นทุนได้หลายด้าน อย่าง OpenAI เป็นบริษัทที่สร้างขึ้นมาเพื่อวิจัยและพัฒนาระบบ AI ของ ChatGPT ส่วน ChatGPT เป็น AI ที่พัฒนาขึ้นจากโครงสร้าง GPT Sam Altman (แซม อัลต์แมน) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ที่เป็นบริษัทผู้พัฒนา ChatGPT เผยว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจ API เพียงอย่างเดียว “คนส่วนใหญ่รู้จักเราในฐานะผู้พัฒนา ChatGPT แต่ทีมพัฒนา API ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน” เขากล่าว โดย API ของ OpenAI เป็นโมเดลที่ช่วยให้บริษัทและนักพัฒนาซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถฝังโมเดลของ OpenAI ลงในผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ไปจนถึงเครื่องมือเขียนโค้ด แม้ว่ารายได้ของ OpenAI จะพุ่งสูงขึ้น แต่ทางบริษัทกลับต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง ทั้งค่าประมวลผล (Computing Power) และการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทอาจต้องใช้เงินลงทุนสู
กลับมาเป็นกระแสไวรัลอีกครั้ง หลังจากที่ “จางวอนยอง” ไอดอลเกาหลีวง IVE ไลฟ์กินชานมแล้วพบว่าอร่อยมาก จนต้องปิดไลฟ์เพื่อไปหาว่าคือเมนูอะไร โดยเมนูที่น้องวอนยองกิน พี่สาวชาวเน็ตแกะสูตรมาให้แล้วว่าน่าจะเมนูเป็นรส 青青糯山 ชิงชิงนั่วซาน (ชานมใบข้าว) ซึ่งมีขายที่จีนและไทยเท่านั้น ล่าสุด กระแสนี้ทำให้ติดเทรนด์ยอดนิยมของ Meituan มียอดการค้นหาว่า “หาซื้อ CHAGEE แบบเดียวกับที่วอนยองดื่ม” เพิ่มถึง 162% โดย CHAGEE (ชาจี) เป็นแบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,700 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาตีตลาดไทยสาขาแรก ที่ ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จุดเริ่มต้น CHAGEE เกิดจาก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) ซึ่งเขาเคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน ต่อมาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น CHAGEE (ชาจี) มีต้นกำเนิดจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เปิดสาขาแรกเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งชื่อแบรนด์มาจากบทละครจีนเรื่อง “Farewell My Concubine” (霸王别姬) ที่เล่า
